จัดเก็บฉุดขาดดุล4.8แสนล.
วิกฤตเศรษฐกิจพ่นพิษส่อขาดดุลเพิ่มเป็น 4.8 แสนล้าน สรรพากรยอมรับปี 52 จัดเก็บต่ำเป้า 10% หรือประมาณ 1.3 แสนล้าน เหนื่อยแน่! ต้องกู้นอกเสริม "กรณ์" กัดฟันบอกเอาอยู่ แค่ตัวเลขทางบัญชี พร้อมกำชับการจัดเก็บภาษีต้องไม่ไปรีดไถให้ประชาชนเดือดร้อน หวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเห็นผลภายในเดือนนี้
(ผู้จัดการรายสัปดาห์ 12 มกราคม 2552)
คู่มือฝ่าวิกฤตศก.ไทย แนะทางรอดยุคตกต่ำ!
คนไทยอ่วมเศรษฐกิจยุคขิงแก่ ปัญหาการเมืองไม่นิ่ง กลุ่มอำนาจเดิมขย่มหนักขึ้น ความเชื่อมั่นของคนถดถอย ไร้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แถมแบงก์ชาติ-คลังงัดข้อ นักการเงินแนะประชาชนต้องพึ่งตัวเอง อะไรที่ไม่จำเป็นอย่างเพิ่งซื้อ ส่วนคนที่เป็นหนี้อยู่แล้วหาช่องทางลดภาระ หากไม่ไหวจริง ๆ ต้องตัดใจ
(ผู้จัดการรายสัปดาห์ 2 เมษายน 2550)
พิสูจน์นโยบายต่างขั้ว "ฉลองภพ" ขุนคลังใหม่บน "หอคอยงาช้าง"
ทันทีที่ข่าวแพร่สะพัด "ฉลองภพ" นั่งเก้าอี้ขุนคลัง นโยบายต่างขั้วกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกจับตา เพราะรู้กันดีว่านโยบายที่ขุนคลังเก่าออกมาในหลาย ๆ เรื่องนั้น ช่างขัดใจกับแนวคิดขุนคลังใหม่เหลือเกิน
(ผู้จัดการรายสัปดาห์ 19 มีนาคม 2550)
ปฏิบัติการสิงโตทะเล-"คลังกามิกาเซ่" "ห้ามเลือด" แบงก์ทหารไทย
แบงก์สัญลักษณ์ "ท็อปบูท" กลายเป็นเพียงแบงก์เดียว ที่เลือดยังไหลนองพื้นไม่หยุด และการปฏิบัติการพลีชีพด้วยการเพิ่มทุนของกระทรวงการคลัง "ผู้ถือหุ้นใหญ่" ถึง 3 ครั้ง 3 ครา เพื่อเข้าโอบอุ้มตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีทีท่าจะไปตลอดรอดฝั่ง
(ผู้จัดการรายสัปดาห์ 19 กุมภาพันธ์ 2550)
คลังหว่านเสน่ห์ดึงทุนข้ามชาติ เตรียมลดภาษีเงินได้นิติบุคคล
เสน่ห์เอเชียหอมหวนทั่วโลก ดึงดูดนักลงทุนข้ามทวีปขนขุมทรัพย์ เข้าลงทุน สร้างอุณหภูมิสนามรบในเอเชียให้ร้อนระอุยิ่งขึ้น เพราะเกือบทุกประเทศในเอเชียต่างหวังขุมทรัพย์กองสมบัติดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพประเทศ ด้วยการใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือบริหารเสน่ห์สร้างความเย้ายวนชวนต่างชาติใส่เงินลงทุน แถมบางประเทศเพิ่มโปรโมชั่นประเคนเงินถึงมือหวังรับวิทยาการสมัยใหม่และเพิ่มขีดความสามารถทางทรัพยากรมนุษย์ ด้านไทยตื่นตัวไม่น้อย ตอบรับกระแสดังกล่าวด้วยการเตรียมศึกษาแนวทางที่ทำให้ประเทศเป็นตัวเลือกน่าสนใจในระดับต้น ๆ ของเอเชีย ภายใต้กรอบประเทศไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง
(ผู้จัดการรายสัปดาห์ 17 กันยายน 2549)
ขุนคลังยอมฝืนกติกาฟื้นศรัทธาธุรกิจงัดมาตรการบูมเศรษฐกิจดึงเงินลงทุน
รักษาการ"ขุนคลัง" เล็งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 2-3 เพื่อเรียกศรัทธาคืนจากภาคธุรกิจ ยอมรับแม้จะฝืนกติกา เสียมารยาท ในฐานะรัฐบาลรักษาการ ที่ไม่ควรเสนอโครงการใดใดในช่วงนี้ แต่ก็จำเป็นต้องทำ หลังแนวโน้มการชะลอตัวของภาคอุปทาน หรือการผลิต การลงทุนเริ่มชะลอตัว จากตัวแปรหลักคือราคาน้ำมัน ผสมโรงกับการแข็งค่าเงินบาท และเงินเฟ้อที่ขยับสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญกัดกร่อนความเชื่อมั่นอีกทางหนึ่ง...
(ผู้จัดการรายสัปดาห์ 8 พฤษภาคม 2549)
"ดอกเบี้ยนิ่งหรือขยับ"ก็ป่วนเศรษฐกิจคลัง-ธปท.กุมขมับคลำหาทางออกไม่เจอ
"คลัง-แบงก์ชาติ" คิดไม่ตก "นโยบายการเงิน"เจอทางตัน เริ่มสับสนจับทางไม่ถูกว่า "ดอกเบี้ยนโยบาย" ควรปรับขึ้นหรือหยุดนิ่ง แม้คลังจะส่งสัญญาณเบรกแบงก์ชาติหยุดขึ้นดอกเบี้ย เพื่อให้การส่งออกไหลลื่น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ขณะที่สัญญาณดังกล่าวกลับสวนกระแสโลก โดยเฉพาะทิศทางดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่งหากแบงก์ชาติหยุดดอกเบี้ยนโยบาย เงินทุนจำนวนมหาศาลไหลก็อาจไหลบ่าออกไปยังประเทศที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ผลก็คือแรงสั่นสะเทือนจะส่งมาถึงฝั่งการลงทุน ที่จะมีผลโดยตรงต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวม...
(ผู้จัดการรายสัปดาห์ 24 เมษายน 2549)
คอเป็นเอ็น"คลังหลวงรั่ว"ไม่วิกฤตรัฐรับมือไหวโกยภาษีกระเป๋าตุงตามเป้า
"คลัง" กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ปัญหาเงินคงคลังรั่ว เปิดปากถึงแม้ไม่มีเงินจ่ายข้าราชการ ก็ยังไม่เข้าขั้นวิกฤติ เพราะยังมีรายได้ในกระเป๋าจากการจัดเก็บภาษีได้ตามเป้าหมาย จึงไม่น่าห่วง เปรยสัญญาณวิกฤติ "คลังหลวง" ดูได้ กระเป๋าฉีก รายได้จากเก็บภาษีไม่เข้าเป้า ประชาชนจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น เพราะรัฐจะมีการปรับอัตราภาษีให้สูง เพื่อให้เพียงพอต่อรายจ่าย แต่ตอนนี้สัญญาณยังเงียบ....
(ผู้จัดการรายสัปดาห์ 24 เมษายน 2549)
คลังปรับอิมเมจตลาดทุนไทยดึงเงินยาว ล้างภาพลักษณ์กาสิโนเก็งกำไรระยะสั้น
แม้แผนพัฒนาตลาดทุนไทยฉบับที่ผ่านมา ได้ผลักดันตลาดทุนให้ขยายตัวได้ดีในระดับหนึ่ง แต่กระนั้นก็ตามความน่าสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศที่ขนเงินจำนวนมหาศาลเข้ามาลงทุนแบบระยะยาวก็ยังมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่เข้ามาเพื่อหวังผลเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาพลักษณ์ของตลาดทุนไทยยังไม่สวยงามและเป็นที่สะดุดตานักลงทุนต่างประเทศมากนัก ดังนั้นในแผนพัฒนาฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่แต่งตัวตลาดทุนให้สวยงามเพื่อกลบจุดอ่อนเท่านั้น แต่ยังต้องหาแนวทางเพื่อแก้ไขและขจัดจุดอ่อนออกไป
(ผู้จัดการรายสัปดาห์ 6 มีนาคม 2549)