| Listed
Company |
|
|
| Manager
Lists |
|
|
|
Company > ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล, บมจ.
| |
 |
|
 |
|
|
ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล, บมจ. |
|
| |
|
|
|
 |
|
78 หมู่ 2 ถนนพหลโยธิน (กิโลเมตรที่ 77.5) ตำบลสนับทึบ อำเภอวังน้อย |
|
 |
|
---- |
|
 |
|
พระนครศรีอยุธยา |
|
 |
|
|
|
 |
|
Thailand |
|
 |
|
035--723-324-7 |
|
 |
|
035-723-323 |
|
 |
|
Cprgomu@access.inet.co.th |
|
| |
|
 |
|
บริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า ก่อตั้งขึ้นโดยจดทะเบียนต่อกระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2539 และมีทุนจดทะเบียนเริ่มแรกจำนวน 100 ล้านบาท นายนพดล วณิชวิศิษฎ์กุล ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง, ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
เริ่มเข้าสู่ธุรกิจการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยางด้วยการก่อตั้งบริษัท การยางไทยชัยพล จำกัด ขึ้นในเดือนกันยายน 2521 ซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 80 ต่อมาเนื่องจากธุรกิจมีการขยายตัว ประกอบกับข้อจำกัดในเรื่องสถานที่ตั้งโรงงาน นายนพดล จึงก่อตั้งบริษัท ซีพีอาร์ โกมุ อินดัสเตรียล จำกัด ขึ้นในปี 2539 ในเขตอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้โอนเครื่องจักร, เทคโนโลยีและสูตรการผลิตยาง, ฐานลูกค้า และพนักงานจากบริษัทการยางฯ มาให้กับบริษัทฯ และได้ปิดกิจการของบริษัทการยางฯ และชำระบัญชีเรียบร้อยแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ 2547
บริษัทฯ เริ่มดำเนินการผลิตในปี 2541 ด้วยโรงงานจำนวน 2 หลังและอาคารสำนักงาน 1 หลัง ต่อมาในปี 2545 และ 2546 บริษัทฯ ได้สร้างโรงงานที่ 3 และโรงงานที่ 4 ตามลำดับ บริษัทฯ ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2547 และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 199 ล้านบาท
บริษัทฯ มีธุรกิจหลัก คือ ธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์ยางล้วนและยางติดเหล็ก เพื่อจำหน่ายให้กับผู้ผลิตสินค้าต้นแบบหรือการผลิตสินค้าในรูปแบบ OEM (“Original Equipment Manufacturer”) และผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์เพื่อการทดแทนชิ้นส่วนที่เสียหรือสึกหรอ หรือเรียกว่า REM (“Replacement Equipment Manufacturers”)
สำหรับการผลิตสินค้าในรูปแบบ OEM นั้น ในปัจจุบัน บริษัทฯ ผลิตชิ้นส่วนยางและยางติดเหล็กให้กับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจประกอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (First-Tier) ได้แก่ ผู้ประกอบรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน, ฟอร์ด, มาสด้า, มิตซูบิชิ, และไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ และผู้ประกอบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า และซูซูกิ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังผลิตชิ้นส่วนยางและยางติดเหล็กให้กับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (Second-Tier) ได้แก่ บริษัท สยามคายาบ้า จำกัด เป็นต้น สำหรับการผลิตสินค้าในรูปแบบ REM นั้น บริษัทฯผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์เพื่อการทดแทนชิ้นส่วนที่เสียหรือสึกหรอ เพื่อป้อนร้านจำหน่ายอะไหล่ ศูนย์บริการและอู่ซ่อมรถยนต์ เช่น ศูนย์บริการนิสสัน และศูนย์บริการตรีเพชรอีซูซู เป็นต้น นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังผลิตชิ้นส่วนยางและยางติดเหล็กประเภทอื่นๆ เช่น ตู้เย็น หรือเครื่องสุขภัณฑ์ ด้วย
บริษัทฯ เริ่มประกอบธุรกิจกับบริษัทในกลุ่ม Nissan ตั้งแต่ปี 2538 โดยได้รับความไว้วางใจจาก KG ในด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนยางและยางติดเหล็กสำหรับรถยนต์และรถปิคอัพยี่ห้อนิสสันในประเทศไทย โดย KG เป็นบริษัทในเครือ Nissan และเป็นผู้ออกแบบคุณสมบัติและคุณลักษณะของชิ้นส่วนยางและยางติดเหล็กทุกประเภทในรถยนต์และรถปิคอัพยี่ห้อนิสสันที่จำหน่ายทั่วโลก ได้แก่
- กลุ่มชิ้นส่วนยางระบบกันกระแทก (Antivibration Products)
- กลุ่มชิ้นส่วนยางของระบบเบรกและท่อยาง (Brake and Hose Products)
- กลุ่มชิ้นส่วนยางขอบประตูและขอบกระจก (Body Sealing Products)
นอกจากนี้ KG ยังเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยางที่ใช้สำหรับผู้ประกอบรถยนต์และรถบรรทุกหรือบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัทรถยนต์ต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น เช่น Daihutsu, Hino, Honda และ Mitsubishi เป็นต้น และยังผลิตชิ้นส่วนยางและยางติดเหล็กสำหรับลูกค้าในกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่โรงงานประกอบรถยนต์ด้วย โดยทาง KG ได้มีการว่าจ้างให้บริษัทฯ ผลิตชิ้นส่วนยางและยางติดเหล็กบางชิ้นเพื่อนำไปขายต่อให้กับลูกค้าอื่นทอดหนึ่ง
การที่บริษัทฯ ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนยางบางชิ้นส่วนของกลุ่มชิ้นส่วนยางระบบกันกระ แทก (Antivibration Products) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ทำให้บริษัทฯ สามารถขายสินค้าให้กับผู้ประกอบรถยนต์นิสสันในประเทศไทยซึ่งคือ สยามนิสสัน ได้ตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน นอกจากนั้นการมีเทคโนโลยีการผลิตของ KG ทำให้บริษัทฯ ไม่ต้องทำการตลาดกับบริษัทในกลุ่ม Nissan มากนัก นอกเหนือไปจากการรักษาคุณภาพของสินค้าและจัดส่งสินค้าให้ตรงต่อเวลา โดยบริษัทฯ มีบริษัทลูก คือ CMI ทำการผลิตเหล็กขึ้นรูปเพื่อใช้สำหรับการผลิตยางติดเหล็ก ทำให้บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนและคุณภาพของยางติดเหล็กได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เซ็นสัญญาร่วมทุนจัดตั้งบริษัทรีดท่อเหล็ก คือ ยูชอน ไพพ์ ซึ่งจะเป็นผู้รีดท่อเหล็กที่เป็นวัตถุดิบหลักของยางติดเหล็กอีกชิ้นหนึ่ง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการลงทุนในผู้ผลิตชิ้นส่วนยางที่เป็นยางขอบประตูขอบกระจก ที่เป็นบริษัทในกลุ่มของ Nissan คือ บริษัท คินูงาว่า (ประเทศไทย) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้ส่วนหนึ่งมาจากการผลิตชิ้นส่วนยางหรือยางติดเหล็กให้กับ KGT เพื่อนำไปขายต่ออีกทอดหนึ่งด้วย
ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2547 บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 199 ล้านบาทแบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวนทั้งสิ้น 199 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 144 ล้านบาท
รายชื่อกลุ่มและรายชื่อบุคคลที่ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ 5 อันดับแรก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 มีดังนี้
1. กลุ่ม วณิชวิศิษฎ์กุล จำนวนหุ้น 119,832,990 คิดเป็นร้อยละ 60.22
2. นายเอกกมล คังคะเกตุ จำนวนหุ้น 10,450,000 คิดเป็นร้อยละ 5.25
3. กลุ่ม มุจจลินทร์กูล จำนวนหุ้น 9,151,000 คิดเป็นร้อยละ 4.60
4. น.ส.ดาราวรรณ วุฒิศิริ จำนวนหุ้น 5,970,000 คิดเป็นร้อยละ 3.00
5. พันตรีหญิงปิยนุช รัตนวิชัย จำนวนหุ้น 796,000 คิดเป็นร้อยละ 0.40 |
|
| |
|
 |
|
----- |
|
| |
 |
|
 |
|
|