ก.ล.ต.อนุมัติขาย หน่วยลงทุนกองทุนวายุภักษ์ให้กับ นักลงทุนรายใหญ่ได้ตั้งแต่วันนี้
(18 พ.ย.) เป็นต้นไป หลังผลการจองซื้อของนักลงทุนรายย่อยไม่กระเตื้อง พร้อมเตรียมนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ภาย ใน 3 เดือน หลังปิดการจองซื้อ เพื่อ เสริมสภาพคล่องให้กับผู้ลงทุน ขณะที่แบงก์กรุงไทย
ปรับกลยุทธ์ใหม่ ดึงลูกค้าเงินฝากประจำ 36 เดือนเข้ามาซื้อหน่วยลงทุน ระบุหากขายไม่หมด
แบงก์กรุงไทยรับ ซื้อเองทั้งหมด
นางสาวประภา ปูรณโชติ รองกรรมการผู้จัดการ เจ้าหน้าที่บริหาร ผู้บริหารสายงานพัฒนาธุรกิจ
บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ บลจ.กรุงไทย (KTAM)
ในฐานะผู้จัดการกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 เปิดเผยว่า บลจ.กรุงไทยได้ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เพื่อให้นักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนประเภทสถาบันเข้ามาซื้อหน่วยลงทุนได้ในวันที่
18 พฤศจิกายน จากเดิมที่กำหนดให้สามารถซื้อได้หลังวันที่ 20 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ กลต.จะอนุมัติคำร้องขอในเย็นวานนี้ (17 พ.ย.) และจะมีผลในวันนี้ (18
พ.ย.) โดยที่นักลงทุนรายใหญ่ และสถาบันจองซื้อโดยใช้แบบฟอร์มประเภทที่ 2 สำหรับจองซื้อหน่วยลงทุนมากกว่า
5 แสนบาท ซึ่งผู้ลงทุนกลุ่มนี้สามารถจองซื้อได้โดยไม่จำกัดจำนวน โดยทางบลจ.กรุงไทยได้หารือกับบลจ.
เอ็มเอฟซี เพื่อจะเร่งนำกองทุนฯ เข้าจดทะเบียน ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 3 เดือนหลังจากที่ปิดรับจอง
เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องของหน่วยลงทุนให้กับผู้ลงทุนรายย่อยและประเภทสถาบัน
"ยืนยันว่ากองทุนรวมวายุภักษ์ 1 จะจำหน่ายหมดตามกำหนด เพราะเป็นกองทุนฯ
ที่มีผลตอบแทนคุ้มค่าและไม่มีวันขาดทุนแน่นอน ผลตอบแทนมาจาก KTAM 3% จาก MFC อีก3%
อย่างน้อยผู้ลงทุนก็ได้ 6% และประสบการณ์ของ เราเคยบริหารกองทุนให้ได้ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า
10% จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะบริหารกองทุนนี้ให้มีผลกำไรมาก"
นายพงศธร สิริโยธิน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคาร
ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการขายหน่วยลงทุน โดยให้เจ้าหน้าที่ของธนาคารให้ข้อมูลและชักชวน
ลูกค้าเงินฝากประจำ 36 เดือนของธนาคารให้เข้า มาซื้อหน่วยลงทุน โดยจะให้สิทธิพิเศษแก่ลูกค้า
กลุ่มนี้ที่ฝากเงินก่อนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2546 สามารถโอนเงินจากบัญชีเงินฝากไปชำระค่าหน่วยลงทุนได้
โดยไม่ต้องปรับอัตราดอกเบี้ยเป็นเงินฝากออมทรัพย์
ปัจจุบันธนาคารมีลูกค้าเงินฝากประจำ 36 เดือน ที่มียอดเงินฝากประมาณ 2 แสนล้านบาท
ซึ่งหากลูกค้าธนาคารที่เข้าร่วมโครงการต้องการขายหน่วยลงทุนคืนให้กับทางธนาคารก็สามารถทำได้ภายในวันที่
11 พฤศจิกายน 2547 สามารถ ติดต่อได้ที่สาขาของธนาคารกรุงไทยทุกสาขา โดยจะเปิดรับซื้อคืนสัปดาห์ละ
1 ครั้ง ในราคามูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยลงทุน(NAV)
ด้านนายสหัส ตรีทิพยบุตร รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า
หลังจากที่มีการปรับเปลี่ยนแผนการจำหน่าย กองทุนรวมวายุภักษ์ 1 โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายใหญ่
และนักลงทุนประเภทสถาบันเข้าซื้อหน่วยลงทุนได้ก่อนกำหนดนั้นคาดว่าจะสามารถทำให้ยอดจำหน่ายหน่วยลงทุนมียอดเพิ่มขึ้น
โดยในส่วนของธนาคารได้ทำการติดต่อไปยังลูกค้าที่สนใจจะซื้อหน่วยลงทุนดังกล่าว และมีผลตอบรับที่ดีพอสมควร
พร้อมกับมั่นใจว่า หน่วยลงทุนที่ธนาคารรับผิดชอบจำนวน 35,000 ล้านบาท จะสามารถจำหน่ายได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากถึงวันสุดท้ายในการเปิด จองหน่วยลงทุนของลูกค้ารายย่อยในวันที่
19 พ.ย. 2546 ธนาคารไม่สามารถจำหน่ายหน่วยลงทุนได้หมด ธนาคารจะรับซื้อไว้เอง จากนั้นจึง
จะนำมากระจายให้กับลูกค้าของธนาคารที่มีความ สนใจต่อไป
"ปัญหาที่ทำให้กองทุนรวมวายุภักษ์ 1 ไม่ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายนั้น
เนื่องจากความไม่เข้าใจของประชาชนว่า หากซื้อไปแล้วจะต้องถือยาวถึง 10 ปี ไม่สามารถขายต่อได้
ซึ่ง ธนาคารได้เรียกผู้บริหาร และผู้จัดการสาขาของธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศเข้าประชุมเพื่อชี้แจงต่อประชาชนและลูกค้าว่า
หากผู้ซื้อหน่วยลงทุนไม่ต้องการถือถึง 10 ปี สามารถขายคืนให้กับธนาคารได้ ซึ่งธนาคารพร้อมรับซื้อคืนในราคาตลาด"
นายสหัส กล่าว