เชสเตอร์ตัน เริ่มต้นงานใหญ่ในห้องแคบ


นิตยสารผู้จัดการ( มีนาคม 2539)



กลับสู่หน้าหลัก

เปิดศักราชใหม่ 2539 นับว่าเป็นปีหนูทองของบริษัทเชสเตอร์ตัน ประเทศไทย บริษัทบริหารงานขายข้ามชาติที่สามารถคว้างานชิ้นใหญ่มาได้เป็นประเดิม เพราะบริษัทบริหารงานขายรายอื่นๆ ก็ต้องการช่วงชิงโครงการนี้ทั้งสิ้น

โครงการใหญ่ที่ว่านี้คือ "จุฬาไฮเทคสแควร์" โครงการพัฒนาที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังเร่งงานทางด้านการก่อสร้าง โดยบริษัทไทยชิมิสึ จำกัด

จุฬาไฮเทคดำเนินการโดยบริษัทสยามเทคโนซิตี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ นำโดยธนาคารกสิกรไทย บงล.ศรีมิตร บงล.นวธนกิจ บงล.เอกธนกิจ และบริษัทไจโด จากประเทศญี่ปุ่น ในสัดส่วน 55% และ 45%

ไจโดเป็นองค์กรในลักษณะรัฐวิสาหกิจของประเทศญี่ปุ่น มีไอ.อี.ซี.เอฟ ถือหุ้น 35% ที่เหลือเป็นบริษัทชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น ที่รวมตัวกันเพื่อการลงทุนในต่างประเทศ

โครงการนี้จะประกอบไปด้วยอาคารที่พักอาศัยสูง 39 ชั้น โดยที่ 4 ชั้นล่างเป็นพลาซาในพื้นที่ 7,000 ตารางเมตร ชั้นที่ 6-37 เป็นที่พักอาศัยจัดแบ่งเป็น 500 ยูนิต หรือ 60,000 ตารางเมตร ส่วนของโครงการศูนย์ประชุมมีพื้นที่ประมาณ 20,000 ตารางเมตร

ส่วนที่ 3 คืออาคารสำนักงานสูง 40 ชั้น มีพื้นที่รวมประมาณ 300,000 ตารางเมตร พื้นที่ขายออฟฟิศประมาณ 120,000 ตารางเมตร

งานหลักทางเชสเตอร์ตันก็คือการขายพื้นที่พักอาศัย และพื้นที่ของอาคารสำนักงานทั้งหมด ซึ่งแน่นอนว่าทางเชสเตอร์ตันรับงานนี้ด้วยความมั่นใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นที่ดินแปลงใหญ่ใจกลางเมืองที่ไม่มีคู่แข่งประกอบกับความพร้อมของเจ้าของโครงการ ทำให้ไม่เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้ลูกค้ามั่นใจจนยอมควักกระเป๋าซื้อ

รวมทั้งจุดเด่นของโครงการนี้ที่สามารถคุยให้ลูกค้าฟังได้ก็คือทางจุฬาฯ ต้องการให้อาคารสำนักงานของที่นี้เป็นอาคารที่ทันสมัยด้วยการติดตั้งระบบอินเทลลิเจนท์อย่างเต็มรูปแบบและมีศูนย์ประชุมนานาชาติ ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางอาคารที่พักอาศัยกับอาคารสำนักงานมีพื้นที่รวมประมาณ 10,000 ตารางเมตร สำหรับจัดนิทรรศการทางด้านวิชาการ

ซึ่งยังมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นไปอีกว่าโครงการนี้น่าสนใจเพียงใด ระหว่างพัฒนางานนี้ เป้าหมายต่อไปของสยามเทคโนซิตี้ก็คือการทำโครงการในเฟสต่อๆ ไปในที่ดินของจุฬาฯ ซึ่งขณะนี้ทางจุฬาฯ ก็กำลังเตรียมที่ดินอีกประมาณ 80 ไร่ ตรงข้ามกับตลาดสามย่านเพื่อทำการเปิดประมูลในปีนี้ เป็นเฟสที่ 2 นับเป็นที่ดินแปลงใหญ่มูลค่าสูงที่สุดในประเทศขณะนี้ ซึ่งแน่นอนว่านักพัฒนาที่ดินหลายรายกำลังจ้องตาเป็นมัน แต่ยังติดขัดอยู่ตรงที่ว่าทางจุฬาฯ ยังไม่สรุปรายละเอียดออกมาว่าจะเป็นรูปแบบใด

เกียรติ์กำจร พงษ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท สยามเทคโนซิตี้ จำกัด ผู้ประมูลโครงการจุฬาไฮเทคสแควร์ได้เองก็ได้เปิดเผยว่า ทางบริษัทเองก็ยังคอยรายละเอียดจากจุฬาฯ ในขณะเดียวกันก็เตรียมศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการต่างๆ อยู่เพื่อจะได้พัฒนาเป็นโครงการต่อเนื่องกับจุฬาไฮเทค

"เราอาจจะต้องหาผู้ร่วมทุนเพิ่มเพราะเป็นโครงการที่ใหญ่ขึ้น เปรียบเทียบง่ายๆ จุฬาไฮเทคสร้างบนที่ดินเพียง 21 ไร่ใช้เงินไปประมาณ 7,500 ล้าน ถ้าที่ดิน 80 ไร่มันต้องลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 4 เท่าตัว"

ถ้างานชิ้นใหญ่ต่อไปสยามเทคโนซิตี้คว้าไปได้อีกก็มีโอกาศมากว่า เชสเตอร์ตันน่าจะมีงานใหญ่ยักษ์อีกโครงการรออยู่ข้างหน้าเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามจากการขายจุฬาไฮเทคก็คือตัวตัดสินเช่นกัน

บริษัทเชสเตอร์ตัน ประเทศไทย เป็นบริษัทบริหารการขายข้ามชาติที่เป็นยักษ์ใหญ่รายหนึ่งทางด้านการขายของเมืองไทยรับงานการขายพื้นตึกใหญ่ๆ มาแล้วหลายโครงการ ปัจจุบันมีโครงการที่กำลังขายอยู่เช่น เอสจีทาวเวอร์ ลุมพินี เพลส เออีซีเพลส หลายโครงการที่ทางบริษัทรับงานบริหารการขายก็จะทำงานทางด้านประชาสัมพันธ์ควบคู่ไปด้วย

แต่การจัดงานลงนามในสัญญารับบริหารการขายระหว่างบริษัทสยามเทคโนซิตี้ กับบริษัทเชสเตอร์ตันไทย ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2539 นั้นไม่ประทับใจเลย

เริ่มจากความล่าช้าของผู้บริหารทั้ง 2 ฝ่ายที่ผิดนัดไปกว่าชั่วโมง และความคับแคบของสถานที่ในห้องเซ็นสัญญาที่เหมือนจะอยากเซ็นกันเงียบๆ จนต้องย้ายมาห้องแถลงข่าวที่มีขนาดไม่ต่างกันนัก แถมมีเพียงชุดรับแขกที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนอยู่ 1 ชุด เฉพาะบริการ 5 คนเข้าไปแล้ว ในขณะที่มีนักข่าวกว่า 30 คน ซึ่งอาจจะเป็นความผิดของนักข่าวที่เดี๋ยวนี้มีมากฉบับเกินไป

ในวันนั้นนักข่าวหลายคนค่อยๆ สลัดแขนขาและเดินออกมาด้วยความเมื่อยขบ พร้อมๆ กับหวังว่า กว่าโครงการนี้จะขายหมดเชสเตอร์ตันคงได้พัฒนาฝีมือการจัดแถลงข่าวอีกหลายครั้ง และคงจะพร้อมกว่าครั้งนี้แน่นอน



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.