เอบิโก้ขอรับบทผู้ช่วยพระเอกดีกว่าขาดทุนปีละ 50 ล้าน

โดย เดือนเพ็ญ ลิ้มศรีตระกูล
นิตยสารผู้จัดการ( สิงหาคม 2538)



กลับสู่หน้าหลัก

ผู้ติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดน้ำมันพืชไทย คงนึกแปลกใจที่จู่ ๆ PROCO หรือบริษัท กลั่นน้ำมันบริสุทธิ์ จำกัด ซึ่งเอบิโก้ถือหุ้นใหญ่อยู่ 70% (30% ที่เหลือเป็นของบริษัท สุรพลซีฟูดส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทมิตซุย แอนด์ โค (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทละ 15%) มีอันต้องยุติแผนการทำตลาดน้ำมันปาล์มบรรจุขวดชั่วคราวอย่างค่อนข้างกะทันหัน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นผู้บริหารของเอบิโก้พูดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลาด้วยความมั่นใจรวมทั้งยังยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าบริษัทจะทำตลาดน้ำมันปาล์มบรรจุขวดแน่ โดยมีกำหนดดีเดย์ตั้งแต่ปลายปี 2537 ก่อนที่จะเลื่อนมาเป็นต้นปี 2538 และล้มเลิกโครงการไว้ชั่วคราวในที่สุด โดยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วง 2 ปี นี้ด้วยการรับบทเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบรรจุปี๊บและขวด ตราโอลีน ให้กับบริษัท ไทย-ชาญวิทย์ การค้า จำกัด ฐานที่มั่นใหม่ของศุภลักษณ์ อัศวานนท์ ที่หอบเม็ดเงิน 1,500 ล้านบาทจากการขายหุ้นมรกตมาละเลงสู้ศึกในตลาดน้ำมันพืชอีกครั้งหนึ่ง ปฐมบทของการสร้างโรงงานกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ของ PROCO มีสาเหตุหลักมาจากความต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งเป็นผลผลิตของโรงสกัดน้ำมันปาล์มที่เอบิโก้เป็นเจ้าของอยู่ 2 โรง คือบริษัท ปาล์มน้ำมันพระแสง จำกัด ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และบริษัทหาญเพชรปาล์มแพลนเตชั่น จำกัด ในจังหวัดตรัง โดยความคิดนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่กลุ่มจีเอฟร่วมกับกลุ่มนายวันชัย จิราธิวัฒน์เข้าเทคโอเวอร์บริษัท แอสโซซิเอทเต็ด ปาล์ม ออยล์ (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นเอบิโก้ โฮลดิ้งส์) ไม่นาน และถือว่าเป็นการไดเวอร์สิฟายธุรกิจครั้งแรกของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ ซึ่งต่อมากลายเป็นโฮลดิ้งคอร์ปะนี และเน้นการขยายธุรกิจออกไปอย่างกว้างขวางด้วยกลยุทธ์เทคโอเวอร์ ผู้บริหารระดับสูงของเอบิโก้กล่าวถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้แผนการทำตลาดน้ำมันปาล์มบรรจุขวดของ PROCO ที่ใช้เงินลงทุนในการสร้างโรงกลั่นถึง 180 ล้านบาท (ค่าที่ดิน ค่าก่อสร้างและ ค่าเครื่องจักร) ตั้งอยู่ที่เขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ต้องล้มลงว่า "PROCO จะต้องรับภาระการขาดทุนปีละ 30 ล้านบาทในช่วงแรกเพราะต้องขายน้ำมันให้กับผู้แทนจำหน่าย คือ บริษัท เอบิโก้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ในราคาขาดทุน ขณะเดียวกันเอบิโก้ มาร์เก็ตติ้งเองก็ต้องรับภาระการขาดทุนปีละ 20 ล้านบาทเช่นกัน ในการตัดราคาเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งในตลาด อยู่ดี ๆ ทำไมเราต้องมารับภาระตัวเลขการขาดทุนปีละ 50 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อเรายังไม่มีความสามารถที่จะทำตรงนี้ได้ สู้เราใช้ความเชี่ยวชาญในฐานะผู้ผลิตของเรามาสร้างรายได้เป็นทุนในช่วงแรกก่อนไม่ดีหรือ หลังจากนี้อีก 2 ปี ถ้าเรามีกำไรสะสมเราอาจจะนำเงินตรงนั้นมาสร้างแบรนด์ในอนาคตก็ได้" เมื่อเป็นเช่นนี้เอบิโก้จึงต้องจำใจเลือกที่จะหารายได้และกำไรจากการเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มให้บริษัท ไทย-ชาญวิทย์ การค้าของศุภลักษณ์ ดีกว่าที่จะต้องขาดทุนหากจะดึงดันทำตลาดน้ำมันปาล์มบรรจุขวดเอง ในสัญญาการว่าจ้างผลิตระหว่างไทย-ชาญวิทย์ การค้าและ PROCO ซึ่งกำหนดระยะเวลาเอาไว้ 2 ปีระบุว่า PROCO จะกลั่นน้ำมันปาล์มบรรจุขวดและปี๊บให้ไทย-ชาญวิทย์เป็นจำนวน 60% ของกำลังการผลิตซึ่งมีอยู่ปีละ 60,000 เมตริกตัน โดยไทย-ชาญวิทย์จะต้องเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบและแพ็กเกจจิ้งมาให้ PROCO เอง ส่วนกำลังการผลิตที่เหลือ PROCO จะผลิตน้ำมันปี๊บขายให้กับผู้ใช้ที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรม PROCO ไม่เพียงแต่รับจ้างผลิตให้ไทย-ชาญวิทย์เท่านั้น แต่ยังให้ความเอื้อเฟื้อกับกลุ่มศุภลักษณ์มากเป็นพิเศษ เพราะไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ "โอลีน" ผลการศึกษาพฤติกรรมและทัศนคติผู้บริโภค การวางจุดเด่นของสินค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ ซึ่งบริษัทใช้เวลาทำมา 2 ปี ได้ขายให้ศุภลักษณ์ไปสานต่อทั้งสิ้น "ถ้าเขามีเงินทุ่มโฆษณาไม่เกิน 2 ปี เขาจะเป็นแบรนด์ ลีดเดอร์ได้แน่" น่าแปลกที่ผู้บริหารเอบิโก้กล้ากล่าวย้ำแทนไทย-ชาญวิทย์อย่างมั่นใจเช่นนี้โดยที่ตัวเองยอมถอยออกมาอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ สำหรับทีมงานของเอบิโก้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งมีนายสมพร จันทร์เจริญสิน มือมาร์เก็ตติ้งชั้นดี ผู้สร้างความสำเร็จให้กับน้ำมันพืชองุ่น ของบริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด เป็นผู้นำนั้น ภายหลังจากที่ไม่มีน้ำมันปาล์มบรรจุขวดให้ขาย ก็จะถูกยุบไปรวมกับบริษัท มาลี ซัพพลาย จำกัด บริษัทจัดจำหน่ายสินค้าประเภทน้ำผลไม้กระป๋อง ผลไม้กระป๋องของบริษัท โรงงานมาลีสามพราน จำกัด ซึ่งเอบิโก้เทคโอเวอร์มาเมื่อต้นปี 2538 นี่เอง "ส่วนความฝันของเอบิโก้ ที่จะเป็นผู้ทำตลาดน้ำมันปาล์มบรรจุขวดนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับกลุ่มศุภลักษณ์เป็นสำคัญ หากทั้งสองฝ่ายยังแฮปปี้ที่จะร่วมมือกันอยู่ PROCO ก็คงจะรักษาสถานภาพการเป็นผู้ผลิตต่อไป แต่ถ้าจะมีอะไรผิดไปจากนี้เราคงต้องพิจารณากันอีกทีว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป" แหล่งข่าวในเอบิโก้กล่าวทิ้งท้าย

กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.