เมื่อนายแบงก์อยากเป็นผู้ว่าฯ กทม.


นิตยสารผู้จัดการ( ตุลาคม 2528)



กลับสู่หน้าหลัก

ในแวดวงนายแบงก์ไทย นอกจากบุญชู โรจนเสถียร ก็เห็นจะมี ชนะ รุ่งแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของธนาคารกสิกรไทยนี่แหละที่ให้ความสนใจด้านการเมืองมาตลอด และจะว่าไปเข้ามาขลุกกับการเมืองถึงขั้นลาออกจากแบงก์ก่อนบุญชู โรจนเสถียร เสียด้วยซ้ำ

ชนะ รุ่งแสง ลาออกจากธนาคารกสิกรไทยครั้งแรก เมื่อปี 2511 โดยเข้าสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล กรุงเทพฯ ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก็ได้รับเลือกตั้ง รวมทั้งได้ดำรงตำแหน่งเทศมนตรีเทศบาลนครกรุงเทพฯ อีกด้วย

ลาออกครั้งที่ 2 เมื่อสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส. กรุงเทพฯ เขต 8 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์เจ้าเก่า เมื่อปี 2519 ก็ได้รับการเลือกตั้งสมใจนึก แต่เป็น ส.ส. ได้ไม่กี่วัน เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม และรัฐประหาร โดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า คณะปฏิรูป จึงหมดสภาพการเป็น ส.ส. ไปโดยปริยาย

ลาออกครั้งที่ 3 ปีนี้ เพื่อลงเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเคย โดยจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้

บางคนอาจจะข้องใจว่า เอ๊ะ…ลาออกจากธนาคารแบบนี้ ทำไมกลับเข้าไปทำงานได้อีกเรื่อยๆ ก็คงอธิบายสั้นๆ ว่า ผู้ใหญ่ในแบงก์อนุญาตให้ลาออกได้ โดยมีเงื่อนไขว่าหากได้รับการเลือกตั้งจนกระทั่งหมดภาระหน้าที่ในฐานะนักการเมืองหรือ "สอบตก" ให้กลับเข้ามาทำงานที่แบงก์ใหม่นะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชนะ รุ่งแสง เป็นเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของธนาคารกสิกรไทย ที่เพิ่งจะเซ็นสัญญา 10 ปีกับธนาคารไปหมาดๆ สัญญานี้ระบุว่า ชนะ รุ่งแสง มีอายุงานเหลือในธนาคารกสิกรไทยไปจนถึงปี 2538 หรือเมื่อมีอายุได้ 65 ปี โดยมีรายได้และสิทธิประโยชน์ที่ไม่สามารถเรียกได้ว่าเงินเดือน สูงสมฝีมือ สมศักดิ์ศรี

ทีนี้ถ้ามาดูประวัติการกระโจนเข้าสู่แวดวงการเมือง ถือได้ว่า ชนะ รุ่งแสง รักเดียวใจเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด และ 2 ครั้งที่ผ่านมา ต่างก็ประสบความสำเร็จ คือ ได้รับเลือกตั้ง รวมทั้งก็ไม่ได้เป็นนักการเมืองที่ลงสมัครอย่างพร่ำเพรื่อ

จึงพออ่านออกว่างานนี้ นักบัญชีอย่างชนะ รุ่งแสง คงคำนวณแล้วว่าโอกาสพลาดยาก เพราะเสียงสนับสนุนจากผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์เต็มที่ แม้กระทั่ง "พี่หาญ" พลเอกหาญ ลีนานนท์ ที่ขยับท่าว่าจะลงเลือกตั้งครั้งนี้แน่ ยังถอยฉากให้ "น้องชนะ" เลย

เสียดายวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม "ผู้จัดการ" ไปนั่งเฝ้าที่ศูนย์การค้าบางซื่อ เพราะอยากฟังฝีปากนายแบงก์อาชีพที่พิสมัยการเมืองท่านนี้ ก็บังเอิญหลอดเสียงท่านเกิดอักเสบ จึงขึ้นมาพูดได้ไม่กี่คำ แต่ก็พอสรุปได้ว่าลีลาการพูด การให้น้ำหนักในเรื่องราวที่สำคัญชัดเจน และที่ดีที่สุดไม่มีการพูดโจมตีคู่แข่งเลย

"นโยบายของผมในการที่จะบริหารกรุงเทพมหานครก็ขึ้นอยู่กับ 6 เป้าหมาย 4 แนวทางและ 10 มาตรการ ซึ่งผมเชื่อว่าสามารถทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ ดีกว่านี้" ชนะ รุ่งแสง พูดเน้น แต่ไม่แจงว่าเจ้า 6-4-10 ที่ว่านั้น คืออะไร ที่จริง "ผู้จัดการ" มี…เผอิญเนื้อที่ไม่พอ

คงต้องรอจนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2528 นี้ จึงจะรู้ได้ว่านายแบงก์ผู้มีสโลแกนในการเลือกตั้งว่า "เลือกชนะ เพื่อชัยชนะของประชาชน" หมายเลข 4 พรรคประชาธิปัตย์ จะได้รับการเลือกตั้งให้ได้ดั่งหวัง… ให้สมตั้งใจ… ให้คลายหมองหม่น หรือเปล่า เพราะคู่แข่งน่ากลัวไม่น้อย

โชคดีครับ



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.