สุนทร-อารยา เมื่อคนบ้างานแต่งงานกับคนบ้างานเลยรวยกันไม่เข็ด!


นิตยสารผู้จัดการ( เมษายน 2529)



กลับสู่หน้าหลัก

"ผู้จัดการ" ถามคุณสุนทร อรุณานนท์ชัย ว่าในความเห็นของเขาถ้าให้เลือกผู้บริหารที่มีฝีมือเยี่ยมยุทธ 3 คนเขาจะเลือกใครบ้าง ซึ่งคำตอบก็คือ ดร. อำนวย วีรวรรณ ศุกรีย์ แก้วเจริญ และธนินท์ เจียรวนนท์ โดยให้เหตุผลว่า 2 คนแรกเป็นผู้บริหารงานเก่ง มีความสามารถกระจายงานได้สูง จนบนโต๊ะไม่เคยมีเอกสารค้างอยู่เลย ส่วนคนหลังเป็นคนที่มีชีวิตเริ่มการทำงานตั้งแต่อายุ 10 ขวบ มีสมองที่เป็นเลิศคิดเรื่องงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขนาดคนที่จบดอกเตอร์ด้านบริหารธุรกิจยังคิดตามไม่ค่อยทัน

ในด้านส่วนตัวแล้วสุนทร อรุณานนท์ชัยจะบอกว่าผู้ใหญ่ที่เขานับถือและมีบุญคุณกับเขามากที่สุดก็คือเสนาะ อินทรกำแหง อดีตประธานบริษัทลีเวอร์บราเธอร์ และเป็นกรรมการของบริษัทปูนซิเมนต์ไทยในปัจจุบัน เพราะนอกเหนือจากเคยให้ความรู้ในเชิงธุรกิจในช่วงแรกในการทำงานแล้วก็ยังมีความสนิทสนมรักใคร่ตัวเขา แม้กระทั่งงานแต่งงานก็ยังเป็นเจ้าภาพให้

แต่คนที่ "ผู้จัดการ" หรือใครไม่ได้ถาม และสุนทรจะถือโอกาสชมเชยเสมอ เมื่อมีโอกาสพูดพาดพิงถึง คือ อารยา อรุณานนท์ชัย ผู้เป็นภรรยาของเขาเอง

อารยาเดิมทีเป็นลูกหม้อของธนาคารกสิการไทย เชี่ยวชาญด้านการวางแผนงบประมาณ ตำแหน่งสุดท้ายของเธอที่ธนาคารกสิกรไทย คือรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ซึ่งงานในฝ่ายนี้ขึ้นตรงกับบัญชาและบรรยงค์ ล่ำซำเท่านั้น

รู้จักกับสุนทร อรุณานนท์ชัยที่นิวยอร์กตอนที่เธอไปฝึกงานที่นั่น และคงจะเป็นสิ่งที่เขาเรียกว่าพรหมลิขิตเพราะเมื่อสุนทรเข้าทำงานกับทิสโก้ พนักงานที่กสิกรไทยส่งเข้าไปช่วยวางระบบบัญชีก็คือ อารยา ทำงานร่วมกัน ใกล้ชิดสนิทสนมกันจนในที่สุดก็ตกลงที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน พิธีแต่งงานจึงจัดขึ้นในปี 2514

หลาย ๆ คนเคยคิดว่าการที่อารยาลาออกจากกสิกรไทย ก็เนื่องจากอาจจะอึดอัดเนื่องจากสุนทร อรุณานนท์ชัยออกจากทิสโก้ ซึ่งมีกสิกรไทยถือหุ้น ไปทำงานที่สินเอเซียที่มีธนาคารกรุงเทพถือหุ้น

ตอนนั้นย้ายมาอยู่สินเอเซียลูกผมเกิดแล้ว และภรรยาผมเขาทำงานทุ่มเทมาก มากกว่าทุ่มเทให้ครอบครัวเสียอีก ผมก็พูดกันหลายปีแล้วว่าอยากให้ออกมาช่วยเลี้ยงลูก ผู้ใหญ่อย่าง ดร. อำนวย วีรวรรณ ที่สนิทกับครอบครัวของเราก็ช่วยพูด สุดท้ายที่ลาออกคุณอารยายังไม่กล้าลากับคุณบัญชาหรือคุณบรรยงค์เลย เขากลัวว่าจะไปเจอแล้วลาไม่ออกแน่ ทุกวันนี้เขายังว่าผมที่อยู่ดี ๆ ไปชวนเขาออก เขาอยู่แบงก์เขาสบายใจแล้วทำงานได้มาก เวลาปลายปีปิดบัญชีเขาอยู่ทั้งคืน..แหม.. มันก็เกินไป ทุ่มเทมากเหลือเกิน ผมว่าผมทุ่มเทแล้วเทียบกับเขาไม่ได้ "สุนทร อรุณานนท์ชัย เล่าเบื้องหลังให้ฟัง

แต่อารยาเป็นแม่บ้านได้ไม่นาน ก็ต้องเข้ามาทำงานในบริษัทหลักทรัพย์ยูเนียน ซึ่งเป็นก้าวแรกที่ทำให้เธอต้องเข้าไปพัวพันกับกิจการของสหยูเนียนกรุ๊ป

เผอิญช่วงก่อนที่อารยาจะเข้าไปที่บริษัทยูเนียน วรรณพร วีรวรรณ ผู้บริหารเดิมได้ลาออกเพื่อไปรับงานใหม่ที่ต่างประเทศ จึงมีข่าวมาว่าอารยาเข้าไปเพื่อแทนวรรณพร โดยตั้งโจทย์ตุ๊กตาโยงกันเอาเองว่า เพราะวรรณพรเป็นน้องสะใภ้ ดร. อำนวย วีรวรรณ ซึ่งเป็นผู้ใหญที่ฝ่ายสุนทรให้ความเคารพนับถือ

"ไม่เกี่ยวกันเลยครับ บริษัทหลักทรัพย์ยูเนี่ยนช่วงหลังเขามีปัญหาและผมไปซื้อหุ้นเขาอยู่ คุณอารยาก็เลยเข้าไปบริหาร คือเขาเป็นคนเก่งก็เข้าไปสะสาง และเมื่อคุณอารยาเข้าไปวางระบบอะไรเรียบร้อยแล้วก็มอบหมายให้คนอื่นทำต่อ ซึ่งเขาก็ดำเนินมาด้วยดี มีปันผลทุกปีจากที่เคยขาดทุนตั้งเยอะ" สุนทร อรุณานนท์ชัย ตอบข้อสงสัยของ "ผู้จัดการ"

จากก้าวนี้นี่เองที่ทำให้ผู้ใหญ่สหยูเนี่ยนกรุ๊ปเห็นฝีมือ จึงชักชวนให้อารยาเข้าไปร่วมงาน ซึ่งสุนทรเองที่ลงทุนซื้อหุ้นสหยูเนี่ยนเอาไว้ไม่น้อยก็ไม่รู้จะขัดข้องได้อย่างไร และอารยาก็แสดงฝีมือเป็นที่ยอมรับของผู้บริหารอย่างถ้วนหน้า กิจการไหนมีปัญหาส่งอารยาเข้าไปดูแลไม่นานก็เข้ารูปเข้ารอย จนปัจจุบันอารยา อรุณานนท์ชัยเป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารของสหยูเนี่ยนกรุ๊ปทั้งหมด โดยรับผิดชอบหลักในเรื่องการเงินซึ่งเป็นสายเลือดใหญ่ของธุรกิจ

แถมยังต้องนั่งเป็นกรรมการผู้จัดการให้กับบริษัทในกลุ่มอีก 3 บริษัท ไม่นับรวมตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทนครพิงค์ ไนท์บาซาร ์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะที่เป็นศูนย์กลางสินค้าพื้นเมืองที่จังหวัดเชียงใหม่ และตำแหน่งล่าสุดก็คือกรรมการผู้จัดการบริษัทโรงงานน้ำตาลราชบุรี ที่สุนทร อรุณานนท์ชัย เพิ่งรับซื้อมาจากธนาคารสยามเมื่อปลายปีที่แล้ว

ดูแค่ตำแหน่งของสามีภรรยาคู่นี้แล้ว ก็คงบอกได้อย่างเดียวว่าเป็นคู่สร้างคู่สมที่มีความสามารถทางธุรกิจและบ้างานทั้งคู่ ซึ่งคงหาคู่สามีภรรยาอื่นมาเปรียบเทียบได้ยาก และลักษณะของการทำงานของสุนทร-อารยา อรุณานนท์ชัย ในช่วงที่อารยาออกจากกสิกรไทยมาแล้วเท่าที่ "ผู้จัดการ" จัดได้คือ สุนทรจะเป็นทัพหน้า "ลุย" ลงทุนในกิจการที่ตนเห็นว่ามีอนาคตที่ดี อารยาเป็นทัพหลังเข้าไปบริหารจริง ๆ เพื่อพัฒนาระบบงานของกิจการนั้น ๆ และดูแลผลประโยชน์ในการลงทุนไปด้วยในตัว

หรือจะสรุปว่าสุนทร อรุณานนท์ชัย เป็น "นักเลงทุน" ที่มีสายตายาวไกล ส่วนอารยา อรุณานนท์ชัยเป็น "นักจัดการ" มือฉมัง เมื่อมาจับคู่กันมีหรือจะไม่รวย เอาแค่รายได้ประจำที่เป็นเงินเดือนในแต่ละตำแหน่งก็นับเงินไม่ทันแล้ว ไหนจะเงินปันผลที่ได้จากการลงทุน และรายได้ที่เกิดจากราคาหุ้นในกิจการที่ลงทุนเอาไว้ที่สูงขึ้นทุกปีซึ่งเป็นรายได้ที่มองไม่เห็นเพราะยังไม่ยอมขายอีกไม่รู้เท่าไหร่?

" คู่สร้าง- คู่สม" แบบนี้หาได้ง่าย ๆ ที่ไหน ดำรง พุฒตาลอ่าน " ผู้จัดการ" แล้วไปสัมภาษณ์มาลงหนังสือของคุณด่วน



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.