ถามคนสงขลา?!

โดย ปิยะโชติ อินทรนิวาส
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( ตุลาคม 2554)



กลับสู่หน้าหลัก

ย้อนรอยทิศทางการพัฒนาพื้นที่จังหวัดสงขลาตามแนวคิดการผลักดันของรัฐบาลเกือบสิบปีมานี้มีบทกวีชื่อว่า “ถามคนสงขลา” ถูกนำเสนอในรูปแบบการอ่านบทกวีในเวที รวมถึงตีพิมพ์เผยแพร่ทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่น ซึ่งได้ชี้ประเด็นสอดรับกับ “คณะทำงานหยุดการพัฒนาสงขลา-สตูล สู่การเป็นจังหวัดอตุสาหกรรมหนัก” ที่ว่ารัฐจะยกเอา “มาบตาพุด” และ “สมุทรปราการ” มามอบให้

20 ธันวาคม 2545 เครือข่ายประชาชนคัดค้านโครงการท่อก๊าซและโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซียกว่า 1,000 คน ได้เคลื่อนขบวนจากอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เดินทางไปยังหน้าบริเวณโรงแรม เจ.บี.หาดใหญ่ เพื่อยื่นหนังสือถึง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ซึ่งได้จัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อขอให้รัฐบาลยุติโครงการดังกล่าว

แต่ช่วงค่ำขณะที่ชาวบ้านละหมาดและรับประทานอาหารกลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุม ทำให้มีผู้บาดเจ็บ หลายราย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนไปดำเนินคดีด้วย 12 คน

ภายหลังเกิดเหตุ รัฐบาลสมัยนั้นกลับไม่แสดงท่าทีในการรับผิดชอบใดๆ และยังกล่าวหาว่าชาวบ้านเป็นผู้เริ่มก่อเหตุจลาจลก่อน จึงทำให้องค์กรและเครือข่ายประชาชนทั่วประเทศได้รวมตัวกันประณามการกระทำของรัฐบาล หนึ่งในนั้นมีกวีนิพนธ์ชื่อ “ถามคนสงขลา” ซึ่งผู้เขียนเป็นผู้ประพันธ์ขึ้นมารวมอยู่ด้วย

บทกวีชิ้นนี้นอกจากผู้เขียนได้ใช้อ่านบนเวทีต่างๆ แล้ว ยังเคยตีพิมพ์ในหนังสือเนชั่นสุดสัปดาห์ เมื่อปี 2546 จากนั้นถูกนำไปประกอบบทความตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โฟกัสภาคใต้ ฉบับวันที่ 24-30 พฤษภาคม 2546 และบทความดังกล่าวนำไปพิมพ์รวม เล่มเป็นพ็อกเก็ตบุ๊กชื่อ สื่อกับปรากฏการณ์...มุมมองคนสื่อต่อปรากฏการณ์ปัญหาโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย โดยสำนักพิมพ์เมฆขาว ในเดือนสิงหาคม 2546 เป็นที่น่าสังเกตว่า บทกวี “ถามคนสงขลา” แม้จะถูกเขียนขึ้นมาเกือบจะสิบปีเต็มแล้ว แต่ในวันนี้กลับยังมีมุมมองต่อการพัฒนาพื้นที่ไม่แตกต่างไปจากการชี้ประเด็นของ “คณะทำงานหยุดการพัฒนาสงขลา-สตูล สู่การเป็นจังหวัดอุตสาหกรรมหนัก” ที่ได้จัดทำเอกสารชี้แจงความจริงออกแจกจ่ายเผยแพร่ที่ว่า

หากคนสงขลายอมให้เกิดการพัฒนาตามความต้องการของรัฐ อนาคตก็คงไม่ต่างอะไรจากการที่รัฐจะยกเอาเมืองอุตสาหกรรมอย่าง “มาบตาพุด” และ “สมุทรปราการ” มารวมกันมอบไว้ให้นั่นเอง

ถามคนสงขลา

...เอาไหม...
สองเมืองใหญ่อุตสาหกรรม, ล้ำหน้า
“มาบตาพุด-สมุทรปราการ” รวมกันพา
ยกมาไว้ในสงขลาคู่บ้านเรา

...หนึ่งนั้น...
อุตสาหกรรมลือลั่นอย่างไงเล่า
“ปิโตรเคมี” พิษไม่เบา
คนทั้งระยองเขาเข้าใจดี

...อีกหนึ่ง...
อุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพิงพื้นที่
“เกษตร-ประมง” ภัยมากมี
คนเมืองสมุทรฯ นี่ซึ้งมานาน

...เงื่อนไข...
ถ้าอยากได้สองเมืองใหญ่อย่างเล่าขาน
ต้องยอมต่อ “ท่อก๊าซ” เป็นสะพาน
ตั้ง “โรงแยก” กลางย่าน, อย่าค้านนัก

...ของดี...
รัฐท่านมีมอบไว้ให้ประจักษ์
เพื่อการพัฒนา, อย่าชะงัก
เพื่อทุนยักษ์เข้าครอบข่มขืนไทย

...โรงงาน...
จากตระการละลานตาจนพร่าไหว
จะเป็นเมืองมลังเมลืองศิวิไลซ์
ที่เพียบพูน พิษ-ภัย-อันธพาล

...แผ่นดิน...
ที่เป็นถิ่นเพาะพันธุ์ธัญญาหาร
จะถูกปั่นแปรค่า ราคาทะยาน
และถูกกว้านเก็งกำไรไม่เหลือรอย

...ท้องฟ้า...
จะม่านทึบทาบทาเป็นฝ้าฝอย
นกเขาเริงเลียบดง ก็หลงดอย
ดาวเดือนพลอยหงอยเศร้าอับเฉาแสง

...อากาศ...
จะแปรปรวนป่วนประหลาดไปทุกแหล่ง
ฝุ่นละอองจากปล่องดำจะสำแดง
ความเป็นแหล่งเรืองล้ำจำเริญไกล

...ชลธาร...
ทะเล-คลอง-หนอง-ละหาน คงขื่นไข้
ด้วยมือมารผลาญพร่า, อำเภอใจ
เส้นเลือดใส กลายเป็นเส้นเลือดดำ

...ประเทศชาติ...
เคยอำนาจอธิปไตยได้จุนค้ำ
กลับถูกมารการเมืองมันรุมยำ
ยึดแล้วนำไปเร่ขายลดราคา

...สังคม...
จึงระทมท้นทุกข์ ทุกหย่อมหญ้า
จึ่งคนทุกข์ปลุกพลังทั้งพารา
พังกำแพงพัฒนา อยุติธรรม

...ชุมชน...
จึงมิจ่อมจำนนละเมิดนั้น
จึ่งร้อยรักมัดเกลียวเข้ารวมกัน
เรียกร้องสิทธิ์-สร้างสรรค์ อย่างมั่นคง

...ประชาชน...
จึงรวมพลประชุมเพลิงพวกเหลิงหลง
อำนาจรัฐถูกทัดทาน ด้วยทะนง
“ประชาพิจารณ์” จบลง ด้วยบทเรียน

...เลือกตั้ง...
คืนหนทางที่หยุดยั้งพวกผีเฮี้ยน
ใครปอบ ใครป่วน ใครเบียดเบียน
จงปลดเปลี่ยนให้เลี่ยนโล่งสงขลาเรา

...เอาไหม...
สองเมืองใหญ่อุตสาหกรรม, ล้ำเน่า
สนองรัฐถนัดงาน การชำเรา
สนองทุนงี่เง่า เข้าครองเมือง

ปิยะโชติ อินทรนิวาส ‘2546


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.