|

เทสโก้ตัดใจเลิกธุรกิจในญี่ปุ่น บทเรียนครั้งสำคัญของโลกค้าปลีก
ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์(19 กันยายน 2554)
กลับสู่หน้าหลัก
ห้างเทสโก้เป็นกิจการค้าปลีกรายใหญ่รายหนึ่งของอังกฤษที่ขยายอาณาจักรทางธุรกิจออกไปทั่วโลก และได้รับการยอมรับว่าประสบความสำเร็จในทางธุรกิจอย่างดี
แต่เมื่อไม่นานมานี้ ห้างค้าปลีกเทสโก้ ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ได้ประกาศขายกิจการค้าปลีกของตน 129 แห่งในญี่ปุ่นเสียแล้ว ท่ามกลางความประหลาดใจของวงการตลาด
การทบทวนสถานการณ์ห้างค้าปลีกเทสโก้ของนักวิเคราะห์ชี้ว่าพอร์ตธุรกิจในส่วนของตลาดญี่ปุ่นไม่สามารถจะเติบโตและทำรายได้ได้อย่างเพียงพอตามที่คาดหมายไว้ ซึ่งเรื่องนี้เคยมีนักวิเคราะห์พยากรณ์สถานการณ์และแนวโน้มทางธุรกิจของห้างค้าปลีกเทสโก้ไว้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำเมื่อปี 2003 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ห้างค้าปลีกเทสโก้เริ่มสาขาแห่งแรกในญี่ปุ่น
ประการแรก เป็นเพราะว่าแทนที่ห้างค้าปลีกเทสโก้จะขยายตัวในลักษณะที่นำเอาสินค้าเด่นๆ และมีชื่อเสียงที่เป็นแบรนด์จากอังกฤษมาจำหน่ายเพื่อสร้างความแตกต่างจากห้างค้าปลีกอื่นๆ ของญี่ปุ่น เน้นสินค้าที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับลูกค้าชาวญี่ปุ่น
แต่ห้างค้าปลีกเทสโก้กลับเน้นการจำหน่ายสินค้าญี่ปุ่นเหมือนกับร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่นทั่วๆ ไป และไม่มีแรงจูงใจพิเศษให้ต้องเข้าไปชอปปิ้งในห้างค้าปลีกเทสโก้ ในเมื่อมีห้างค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อมากมายในญี่ปุ่น
ประการที่สอง วันที่ห้างค้าปลีกเทสโก้เริ่มต้นธุรกิจในตลาดญี่ปุ่น ไม่มีคนญี่ปุ่นคนไหนที่รู้จักและคุ้นเคยกับห้างนี้มาก่อน และเมื่อห้างค้าปลีกเทสโก้วางตำแหน่งทางการตลาดของกิจการเป็นเพียงห้างซูเปอร์มาร์เกตรายหนึ่งของญี่ปุ่น ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไป ไม่มีการตระหนักในความแตกต่างในฐานะของกิจการจากยุโรปรายหนึ่งที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก
ประการที่สาม ห้างค้าปลีกเทสโก้เจริญรอยตามห้างคาร์ฟูร์ของฝรั่งเศส ที่ตัดสินใจถอนธุรกิจออกจากตลาดญี่ปุ่นไปก่อนหน้านี้แล้ว ด้วยการแลกเปลี่ยนร้านค้าปลีกกับห้างเทสโก้ที่ไต้หวัน
อย่างไรก็ตาม ห้างค้าปลีกเทสโก้ออกมาแก้ต่างว่า เมื่อเข้าไปทำธุรกิจในญี่ปุ่นจริงๆ ห้างค้าปลีกเทสโก้พบว่าตลาดญี่ปุ่นมีการพัฒนาและอิ่มตัวมากแล้ว ไม่เป็นอย่างที่คาดหมาย และมีโอกาสน้อยในการที่จะขยายฐานทางธุรกิจได้ตามที่ห้างค้าปลีกเทสโก้คาดหมาย ซึ่งแตกต่างจากกรณีของตลาดจีน ที่ช่องว่างทางการตลาดยังมีอยู่ค่อนข้างมาก โดยห้างค้าปลีกเทสโก้ได้กำหนดแผนงานที่จะขยายมูลค่าธุรกิจของตนเป็น 4,000 ล้านปอนด์ในปี 2015 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ด้วยร้านค้ากว่า 200 แห่ง
การตัดสินใจถอนตัวจากธุรกิจค้าปลีกของห้างค้าปลีกเทสโก้ในญี่ปุ่นหลังจากที่ดำเนินกิจการมากว่า 8 ปี และจำหน่าย 129 สาขาออกไป ทั้งที่จำนวนสาขาเกินกว่าครึ่งหนึ่งของสาขาทั้งหมดในญี่ปุ่นมีความสามารถในการทำกำไร จึงเป็นการปรับนโยบายการเติบโตทางการตลาดไปสู่ทำเลอื่นในเอเชียที่ดีกว่า
และธุรกิจของห้างค้าปลีกเทสโก้ในญี่ปุ่นก็เป็นกิจการที่มีขนาดเล็กที่สุดของกิจการระหว่างประเทศของห้างค้าปลีกเทสโก้ จึงไม่ได้มีผลกระทบต่อภาพรวมของกิจการแต่อย่างใด และไม่ทำให้นโยบายการขยายตัวทางธุรกิจในเอเชียของห้างค้าปลีกเทสโก้ลดเลือนไป
ดูเหมือนว่าการตัดสินใจถอนตัวจากตลาดญี่ปุ่นของห้างค้าปลีกเทสโก้จะได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุนในตลาดหุ้น เพราะที่ผ่านมาผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดญี่ปุ่นได้พิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นไปตามความคาดหมาย และขนาดการประกอบการก็เล็กเกินไปด้วย
อันที่จริง ไม่ใช่เฉพาะห้างค้าปลีกเทสโก้เท่านั้นที่พบว่าตลาดญี่ปุ่นมีความท้าทายและยากลำบากในการดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จ แม้แต่ยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ของโลกอย่างห้างวอล-มาร์ท เองที่ดำเนินธุรกิจค้าปลีกในญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2002 ผ่านห้างเซยุก็พบว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีชัยทางธุรกิจในตลาดแห่งนี้
ปัจจุบัน ห้างค้าปลีกเทสโก้มีเครือข่ายสาขาใน 14 ประเทศ ด้วยเครือข่ายกว่า 5,400 แห่ง และมีสาขาในเอเชียกว่า 1,400 สาขา โดยครอบคลุมจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย ไทย
ห้างค้าปลีกเทสโก้เข้าไปในตลาดญี่ปุ่นด้วยการซื้อกิจการของ C2 Network ที่ดำเนินกิจการภายใต้ชื่อ จึราคาเมะ
ข้อมูลสำคัญของห้างค้าปลีกเทสโก้ในญี่ปุ่น มูลค่าธุรกิจประมาณ 500 ล้านปอนด์ต่อปี เทียบกับมูลค่าธุรกิจรวมทั่วโลกประมาณ 67,000 ล้านปอนด์ โดย โกลด์แมน แซคส์ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการจำหน่ายร้านค้าในญี่ปุ่น มูลค่าการซื้อกิจการของห้างค้าปลีกเทสโก้ครั้งแรก 32,800 ล้านเยน แต่ราคาที่คาดว่าจะขายต่อได้ประมาณ 10,000 ล้านเยนเท่านั้น
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|