ชื่อปราเสริฐ ปราสาททองโอสถนั้นเป็นชื่อที่ได้ยินกันมานานพอสมควร
ปราเสริฐ ปราสาทองโอสถ เรียนจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เคยรับราชการเป็นศัลยแพทย์
อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช 5 ปี แล้วลาออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัวด้านรับเหมาก่อสร้าง
มีบริษัทก่อสร้างของตนเองชื่อบริษัทกรุงเทพสหกล จำกัด
และกลายเป็นนักธุรกิจใหญ่ไปในเวลาไม่นานนัก
นายแพทย์ปราเสริฐเป็นนักธุรกิจที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครและก็คงจะไม่มีใครเหมือนอยู่อย่างน้อย 4 อย่างด้วยกันคือ
หนึ่ง-เป็นนักลงทุนที่ไม่มองอะไร ๆ ใกล้ แต่จะมองไกลมาก
สอง-เป็นคนกล้าได้กล้าเสีย
สาม-กล้าได้กล้าเสียประเภทที่วางเค้าหน้าตักไม่ใช่ร้อยสองร้อยบาท หากแต่มักจะเป็นร้อยสองร้อยล้านและ
สี่-ชอบเล่นเครื่องบินมานานแล้ว
ก็ด้วยคุณสมบัติอย่างน้อย 4 อย่างนี้แหละ ที่สหกลแอร์ หรือ BANGKOK AIR
WAY ได้มีโอกาสขึ้นมาเป็นสายการบิน "สายการบินน้องใหม่แห่งชาติ"
แล้วเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์กรุงเทพ- โคราช และกรุงเทพ-สุรินทร์ไปเมื่อวันที่
20 มกราคม 2529 ภายหลังที่ได้รับอนุมัติจากกรมการบินพาณิชย์กระทรวงคมนาคมให้เป็นผู้บริการขนส่งผู้โดยสารผู้โดยสารแบบประจำมีกำหนดเวลาบินปลายปี
2518 นี้เอง
ทั้งนี้ใบอนุญาตของกรมการบินพาณิชย์ก็คือ จะอนุญาตให้สหกลแอร์เปิดเส้นทางการบินไป-กลับได้
4 จุด ได้แก่ กรุงเทพ- นครราชสีมา (โคราช) กรุงเทพ- สุรินทร์ กรุงเทพ- กระบี่
และกรุงเทพ -เกาะสมุย ซึ่งเป็น 4 จุดที่บริษัทเดินอากาศไทย (บดท.) สายการบินในประเทศของรัฐบาลไม่มีเส้นทางบินอยู่ในปัจจุบัน
อีกทั้งได้แสดงความตั้งใจแน่นอนแล้วว่าจะไม่เปิดเส้นทางบินดังกล่าวในอนาคต
(เพราะไม่คุ้มทุน)
ในชั้นแรกนี้ใบอนุญาตของสหกลแอร์มีกำหนดระยะเวลาไว้ 2 ปี "ซึ่งเราก็เชื่อว่าถ้าเราบริการผู้โดยสารได้เรียบร้อยมีประสิทธิภาพ
ไม่เกิดเรื่องเสียหายรัฐบาลก็คงจะต่อใบอนุญาตให้เรา คงไม่เปลี่ยนนโยบายหรือความตั้งใจที่จะให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิด
ดังเช่น ธุรกิจการบินนี้ด้วย…" ธีระชัย เชมนะสิริ รองผู้อำนวยการของสหกลแอร์ให้ข้อคิดเห็นกับ
"ผู้จัดการ"
เส้นทางบินกรุงเทพ-โคราชและกรุงเทพ-สุรินทร์ ที่เปิดดำเนินการไปแล้วนั้นกรุงเทพ-โคราช
จะให้บริการทุกวันวันละ 3 เที่ยว ค่าโดยสาร 380 บาทต่อเที่ยว "อาจจะพูดได้ว่าเรายังอยู่ในช่วงทดลองซึ่งเราก็พบว่าเที่ยวเย็นนั้นเต็มทุกเที่ยว
ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้า ส่วนอีกสองเที่ยวก็พอไหว เที่ยวหนึ่งก็สิบกว่าคน…"
ธีระชัย พูดถึงเที่ยวบินกรุงเทพ-โคราช
ส่วนกรุงเทพ-สุรินทร์ ให้บริการวันจันทร์-พุธ-ศุกร์ วันละหนึ่งเที่ยว คือออกจากกรุงเทพฯ
ตอนเที่ยงตรงและกลับจากสุรินทร์ เวลา 13.30 น. ค่าโดยสารเที่ยวละ 700 บาทถ้วน
ๆ
เครื่องบินที่ใช้บินทั้ง 2 เส้นทางบินนี้เป็นเครื่องบินที่ผลิตจากประเทศบราซิลชื่อแบนเดอเรนเต้
อีเอ็มบี-110 รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรุ่นที่หลายประเทศใช้บินระยะสั้น ๆ กันแพร่หลายมาก
"ขณะนี้เครื่องแบนเดอเรนเต้มีใช้กันอยู่ทั่วโลกประมาณ 500 ลำ มันเป็นเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์แพรทแอนด์วิทนีย์
(คู่แข่งเครื่องโรลสรอยส์ ซึ่งทั้ง 2 ยี่ห้อใช้เป็นเครื่องยนต์ของเครื่องบินเป็นส่วนมาก)
มีจำนวนที่นั่งทั้งหมด 21 ที่นั่ง เป็นของนักบิน 2 ที่นั่ง ของแอร์โฮสเตส
1 ที่นั่งและเป็นที่นั่งผู้โดยสาร 18 ที่นั้ง…" ธีระชัย พูดให้ฟัง
และสำหรับเที่ยวบิน กรุงเทพ-กระบี่ จะเปิดทำการบินราว ๆ เดือนเมษายน 2529
กรุงเทพ-เกาะสมุย ก็คงจะไม่เกินเดือนตุลาคม เช่นเดียวกับที่เครื่องบินแบนเดอเรนเต้ลำที่
2 จำนวนที่นั่ง 21 ที่นั่งเหมือนเครื่องปัจจุบันก็คงจะเข้ามาทันการเปิดเส้นทางบิน
กรุงเทพ-กระบี่ ส่วนกรุงเทพ-เกาะสมุย จะมีเครื่องบินอีกเครื่องหนึ่งสั่งเข้ามาประจำเส้นทางการบินนี้
"เราตั้งใจว่าจะเอาเครื่องที่มีจำนวนที่นั่งมากขึ้น อาจจะเป็น 30 กว่าที่นั่งเข้ามา
ซึ่งก็คงเป็นช่วงปลายปีนี้ เพราะลูกค้าในเส้นทางการบินเส้นนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นพวกนักท่องเที่ยว"
ผู้บริหารอีกคนหนึ่งของสหกลแอร์เปิดเผยกับ "ผู้จัดการ"
ก็ดูเหมือนการเปิดเส้นทางบินกรุงเทพ-เกาะสมุยของสหกลแอร์นั้น เป็นเส้นทางบินที่จะต้องลงทุนกันสูงกว่าทุก ๆ เส้นทางบิน เพราะนอกจากจะลงทุนซื้อเครื่องบินลำใหญ่ขึ้นแล้วการลงทุนอีกด้านหนึ่งก็คือ
การสร้างสนามบินขึ้นที่เกาะสมุย (ที่โคราช สุรินทร์ ใช้สนามบินกองทัพภาค
2 ส่วนที่กระบี่ ใช้สนามบินของราชพัสดุ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก)
สหกลแอร์คาดหมายว่า การลงทุนด้านสนามบินที่เกาะสมุยจะต้องใช้เงินประมาณ
20 ล้านบาท ซึ่งอาจจะต้องใช้มากกว่านี้ ถ้าเผอิญนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ
จะไม่มีที่ดินจำนวนเกือบ 200 ไร่บนเกาะสมุย และก็เผอิญเป็นที่ดินผืนเดียวบนเกาะที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างเป็นสนามบินเสียอีกด้วย
ลอง ๆ คำนวณดูแล้วสำหรับใบอนุญาตให้เปิดเส้นทางบินในประเทศ 4 จุดของสหกลแอร์
ซึ่งมีอายุ 2 ปี สหกลแอร์ก็ต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท
สำหรับนักลงทุนหลาย ๆ คนก็อาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่อง "เสี่ยง"
ที่ไม่น่าจะเข้าไปยุ่งแต่สำหรับคนอย่างนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถแล้ว
มันก็สะท้อนถึงคุณสมบัติเฉพาะตัวทั้ง 4 อย่างของเขาอย่างเห็นได้ชัด
อีกทั้งก็สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองอย่างเห็นได้ชัดด้วย
ซึ่งก็น่าจะต้องเชื่อมั่นเพราะจริง ๆ แล้ว "สายการบินน้องใหม่"
แห่งนี้ ก็ไม่ใช่ "น้องใหม่" เสียทีเดียว เป็น "พี่เก่า"
ที่คร่ำหวอดกับธุรกิจการบินมานานนับสิบปี แล้วด้วยซ้ำไป
สหกลแอร์นั้นเมื่อปี 2511 เกิดขึ้นโดยมีฐานะเป็นแผนกหนึ่งในบริษัทกรุงเทพฯ
สหกลแอร์ ของนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ทำธุรกิจให้บริการบินแบบเช่าเหมา
ซึ่งลูกค้ามากต่อมากก็คือเจ้าหน้าที่ของบริษัทสำรวจและขุดเจาะน้ำมันทั้งในอ่าวไทยและบนบก
"จุดเริ่มก็สืบเนื่องมาจากที่กลุ่มกรุงเทพฯ สหกลได้ก่อตั้งบริษัทไทยปิโตรเลียมเซอร์วิสขึ้นเมื่อ
20 ปีที่แล้ว โดยเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านกำลังคนและเครื่องจักรแก่บริษัทสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน
ก็เลยพัฒนามาให้บริการบินแบบเช่าเหมาด้าย เพราะเกิดมีความต้องการบริการด้านนี้ขึ้น
"ธีระชัย เชมนะสิริ" เล่ากับผู้จัดการ
ในปัจจุบันการให้บริการแบบเช่าเหมาก็ยังเปิดดำเนินการอยู่โดยมีเครื่องบิน
3 ลำประจำการ และโอนมาอยู่กับสหกลแอร์เรียบร้อยแล้ว เมื่อกลุ่มกรุงเทพฯ สหกล
ยกฐานะแผนกสหกลแอร์แยกออกมาจัดตั้งทำบริษัท เมื่อปลายปี 2528
สหกลแอร์ในทุกวันนี้ดำเนินธุรกิจการบินของตนด้วยความเชื่อมั่นว่านโยบายของรัฐบาลนั้นคงจะไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
เชื่อมั่นในความต้องการของตลาดใน 4 จุด ที่สหกลแอร์เปิดเส้นทางบินให้บริการและเชื่อมั่นในขีดความสามารถและประสบการณ์ที่สะสมมานานถึง
18 ปีเต็ม
เพียงแต่สหกลแอร์ก็คงขอเติบโตอย่างที่ตอกย้ำกันอยู่เสมอว่า ต้องเจียมตัวและเจียมใจให้มากๆ
หรือพูดอีกอย่างก็ คือ "ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป"