"กมล"ดอดซื้อหุ้นVIBHA ผุดศูนย์สุขภาพครบวงจร


ผู้จัดการรายวัน(20 ตุลาคม 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

"กมล เอี้ยวศิวิกูล" แห่งไมด้า ดอดซื้อหุ้นโรงพยาบาลวิภาวดี 10% แถมได้บอร์ด 1 ที่นั่ง คาดธุรกิจโรงพยาบาลกำลังบูม หลังทุกแห่งแก้ปัญหาหนี้สินลุล่วง และนโยบายรัฐหนุนไทย เป็นศูนย์กลางสุขภาพเอเชีย เผย "กมล" เตรียมจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับแพทย์ผุดศูนย์ดูแลสุขภาพครบ วงจรในโรงพยาบาล

แหล่งข่าวจากธุรกิจโรงพยาบาลเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา นายกมล เอี้ยวศิวิกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทไมด้า แอสเซท จำกัด (มหาชน) ได้เข้าไปซื้อหุ้นบริษัทโรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) (VIBHA) ในนามส่วนบุคคลจำนวน 5.7 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 25 บาท เป็นจำนวนเงิน ทั้งสิ้น 142.5 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเข้าครอบครองหลักทรัพย์ที่สัดส่วน 10% ของจำนวนหุ้นโรงพยาบาลวิภาวดีทั้งหมด ทำให้นายกมลมีสิทธิที่จะส่งตัวแทนเป็นคณะกรรมการโรงพยาบาลวิภาวดี 1 ที่นั่ง เพื่อร่วมบริหารงานบริษัท

การที่นายกมลเข้ามาถือหุ้นโรงพยาบาลวิภาวดี ในนามส่วนตัวเป็นสัดส่วนที่สูง ถือว่าเป็นแนวโน้มเดียวกับภาพรวมตลาดธุรกิจโรงพยาบาลในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยเฉพาะการควบรวมกิจการ การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น โดยเชื่อว่าธุรกิจโรงพยาบาลกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หลังจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ก่อนหน้านั้นธุรกิจโรงพยาบาลอยู่ในภาวะการแข่งขันสูง แต่หลังจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตแล้ว ทำให้ต้องปิดกิจการลงจำนวนหนึ่ง บางส่วนต้องควบรวมกิจการเพื่อความอยู่รอด

ขณะนี้โรงพยาบาลที่เหลืออยู่ ถือว่าเป็นโรงพยาบาลที่ปรับโครงสร้างธุรกิจมาแล้ว และพร้อมที่จะกลับมาแข่งขันใหม่อีกครั้ง โดยเชื่อว่าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปธุรกิจโรงพยาบาลจะเป็นธุรกิจที่กลับมาเติบโต และขยายตัวอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลได้ประกาศให้ประเทศไทยเป็นศูนย์สุขภาพของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งจะทำให้โรงพยาบาลในประเทศไทยได้รับความสนใจจากชาวต่างประเทศเข้ามารักษาพยาบาลในไทยมากขึ้น โดยน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่นักลงทุนหลายคนสนใจเข้ามาถือหุ้นโรงพยาบาลในช่วงนี้

ผุดศูนย์สุขภาพครบวจร

แหล่งข่าวจากโรงพยาบาลวิภาวดี เปิดเผยว่าการเข้ามาซื้อหุ้นของนายกมล เอี้ยวศิวิกูล ครั้งนี้ได้เจรจากันล่วงหน้ามาประมาณ 2 ปีแล้ว โดยนายกมลสนใจจะทำธุรกิจศูนย์สุขภาพครบวงจร โดยร่วมทุนกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และเข้าไปใช้พื้นที่ในโรงพยาบาลเปิด ให้บริการหลังจากเข้ามาซื้อหุ้นในโรงพยาบาลวิภาวดี แล้วการเปิดศูนย์สุขภาพครบวงจรคงเริ่มที่โรงพยาบาลวิภาวดีเป็นแห่งแรก โดยจะใช้พื้นที่ของโรงพยาบาล 2 ชั้น คาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท เปิดให้บริการกลางปี 2547

รูปแบบการดำเนินการของศูนย์ดูแลสุขภาพ จะจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาบริหาร โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นหลักคือรพ.วิภาวดี กลุ่มแพทย์คนไทยในรพ.วิภาวดี และผู้เชี่ยวชาญหรือเจ้าของเทคโนโลยีการแพทย์จาก ต่างประเทศ ในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท โดยกลุ่มแพทย์ถือหุ้น 70% รพ.วิภาวดี 30% ส่วนการขยายสาขาในอนาคตจะเน้นการเปิดสาขาในโรงพยาบาลทั่วไป โดยในสาขาที่จะไปเปิดบริการจะเปิดโอกาสให้โรงพยาบาลเจ้าของพื้นที่ และแพทย์ประจำโรงพยาบาลนั้นๆร่วมถือหุ้นด้วย

สำหรับศูนย์สุขภาพครบวงจรที่นายกมลและแพทย์จัดทำขึ้น จะเป็นศูนย์ที่ชูจุดเด่นด้านการชะลอความแก่ในกลุ่มคนสูงอายุ ปัจจุบันโรงพยาบาล ที่ให้บริการด้านศูนย์ดูแลสุขภาพจะมีที่ รพ.สมิตเวช รพ.บำรุงราษฎร์ และ รพ.กรุงเทพ แต่ไม่ได้เน้นเรื่องการชะลอความแก่ เช่นเดียวกับที่ รพ.วิภาวดีกำลังจะดำเนินการ

การเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจรในโรงพยาบาล เป็นการทำธุรกิจที่ผู้ประกอบการทั้ง 2 ฝ่าย จะได้ประโยชน์ทั้งคู่ คือศูนย์สุขภาพจะได้ประโยชน์จากลูกค้าที่มาใช้บริการในโรงพยาบาลบางส่วน น่าจะมาใช้บริการกับศูนย์ด้วย รวมทั้งจะได้ในแง่ของภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ เพราะว่าตั้งอยู่ในโรงพยาบาล เนื่องจากศูนย์ดูแลสุขภาพเป็นบริการที่ไม่สามารถโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณต่างๆได้ ส่วนโรงพยาบาล ก็จะได้ภาพลักษณ์ทันสมัย เพราะธุรกิจศูนย์ดูแลสุขภาพเป็นธุรกิจที่กำลังเติบโตทั่วโลก



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.