|

จาก “มิสเตอร์ แฮปปี้” สู่ “ซีอีโอลำลอง” ชีวิตที่ล้มได้ของ “ธนา เธียรอัจฉริยะ”
โดย
สุภัทธา สุขชู
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( สิงหาคม 2554)
กลับสู่หน้าหลัก
สำหรับผู้บริหารที่เคยผ่านความสำเร็จอย่างสูงมาก่อน คงมีไม่มากนักที่จะสามารถปลดแอกจากความคาดหวังของสังคม เพื่อก้าวไปบนหนทางของคนธรรมดาที่ยิ้มรับได้ว่า คนเราย่อมผิดพลาดและล้มได้ แต่คงมีเพียงส่วนน้อยที่จะวิ่งไปท้าชนกับความผิดพลาดเหล่านั้น...เช่นเดียวกับชายคนนี้
...อยากจะบอกให้เธอรู้ ว่าใจฉันนั้น มันกังวลแค่ไหน ก่อนจะพูดอะไรออกมา อยากจะขอให้เธอสัญญา ว่าเธอจะไม่ทำให้ ฉันต้องร้องไห้ *ก็ความรักของเรายังดีอยู่ใช่มั้ย ในความฝันเรายังมีกันใช่มั้ย ใจเธอนั้นมันยังไม่ได้เปลี่ยนไป และความรักของเรายังคงเหมือนเดิม...
เพลง “คิดมาก” ซิงเกิ้ลจังหวะสนุก ของปาล์มมี่ หลังจากห่างหายวงการไปนาน กว่า 3 ปี เพิ่งถูกเปิดตัวผ่านทาง Youtube และ Facebook เพียงไม่นาน ถูกนำมาใช้ ในงานแถลงข่าว “Unzip the Next Mc” เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม
เพราะร้างลาเวทีแถลงข่าว (ที่เป็นทางการ) มานานนับปี ผู้บริหารเจนเวทีอย่าง “ธนา เธียรอัจฉริยะ” ยอมรับว่า เขารู้สึกตื่นเต้นและคิดมาก เหมือนชื่อเพลงที่เขาเลือกมาใช้เปิดตัวและฝากตัว “ทีมผู้บริหารโหลๆ” ของแม็คยีนส์
สาเหตุที่ทำให้ธนากังวลและตื่นเต้น เป็นพิเศษ เพราะการแถลงข่าวครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาต้องพูดถึงอุตสาหกรรมใหม่ที่เขามีความรู้เพียงน้อยนิด อีกทั้งกลุ่มนักข่าวก็เป็นกลุ่มใหม่ หาใช่สายเทเลคอมที่เขาคุ้นเคย
แต่ “ความตื่นเต้น” และ “ความไม่รู้” นี่เอง เป็นสิ่งที่ธนาโหยหา จนเป็นเหตุให้เขาต้องก้าวออกจากบ้านหลังใหญ่ที่ดีแทค มาสู่อาณาจักรเล็กๆ ที่เล็กกว่ากัน มากกว่า 10 เท่า (เทียบจากรายได้)
บริษัท พี.เค.การ์เมนท์ (อิมพอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต) จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่าย เสื้อผ้ายีนส์แบรนด์ “แม็คยีนส์” นับเป็นบริษัทผู้ผลิตยีนส์รายใหญ่ของไทย เริ่มต้นจากธุรกิจรับซักรีดเสื้อผ้าในชื่อ “ซินไฉฮั้ว” และขยายมาสู่ธุรกิจรับฟอกผ้ายีนส์ พร้อมกับทำแบรนด์ของตัวเอง
“เข้ามาที่แม็คยีนส์ได้เจออะไรใหม่ๆ ทำให้เราตื่นตัวตลอด เวลาเจอพนักงาน เขาเกร็งเรา เราก็เกร็งเขา ผมเรียกพนักงาน มารวมแล้วคุยกัน ผมก็ตื่นเต้น วันแถลงข่าวเจอนักข่าวกลุ่มใหม่ก็มีเกร็งๆ” ธนาบรรยายความรู้สึกที่เหมือนจะหายจากเขาไปนานเกือบปีครึ่ง
ย้อนกลับไปต้นเดือนมกราคม เป็นครั้งแรกที่ธนาเปิดใจกับสื่อมวลชนเรื่องการ ตัดสินใจลาออกจากดีแทค ด้วยเหตุผล สำคัญคือ เพื่อออกจาก “Comfort Zone”
“ชีวิตที่ดีแทคมันสบายมาก ได้รับเกียรติทุกอย่าง ประชุมอะไรทุกคนเห็นด้วย หมด ยอมผมหมด เราก็เลยรู้สึกเหมือนเรา รู้ทุกอย่างในวงการนี้หมด ซึ่งจริงๆ อาจจะ ผิดก็ได้ แต่ไม่มีใครยอมบอก ก็เลยทำให้เราไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ เพราะไม่ได้ทำอะไรโง่ๆ บ้าง ผิดพลาดบ้าง ลองล้มบ้าง”
แรงบันดาลใจเรื่อง Comfort Zone ส่วนหนึ่งมาจากเจ้านายเก่าที่เขานับถือมาก “ซิคเว่ เบรคเก้” อดีตซีอีโอดีแทค อีกส่วนมาจากประโยค “รู้อะไรรู้ให้กระจ่าง แล้วลืม มันให้หมด” ของ “ประภาศ ชลศรานนท์” ขวัญใจทางความคิดของเขา
“ผมมานั่งคิดกับตัวเอง ความยากของการรู้เยอะๆ คือการติดกับดักชีวิตของ ตัวเอง คิดว่าตัวเองรู้ไปหมด แล้วก็เริ่มไม่อยากรู้อะไรอีก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม โทรคมนาคม”
อีกเหตุการณ์ช่วยในการตัดสินใจครั้งนี้ เกิดขึ้นขณะที่ธนาพาลูกสาวทั้ง 2 คน ไปเล่นสเกตน้ำแข็ง ภาพผู้ชายตัวใหญ่อายุ ไม่น้อยกำลังล้มลุกคลุกคลานท่ามกลางเด็กน้อยที่กำลังเล่นฉิว ธนายอมรับว่า เขาเองก็เล่นสเกตไม่เป็น และไม่กล้าเล่น แต่เขากลับรู้สึกอายแทน “ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน” แต่แล้วความคิดของธนาก็เปลี่ยนไป หลังจากได้ฟังวิธีคิดของ ดร.วิทย์ ที่ว่า คนเราต้องยอมเดินออกจาก Comfort Zone เพื่อลองผิดพลาดบ้าง จึงจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ
บวกกับความตั้งใจเมื่อครั้งที่ได้มีโอกาสกลับมาทำงานอีกครั้งที่ดีแทค หลังจากที่เคยลาออกไปเมื่อสิบปีก่อน ด้วยความ ถือดีว่าตนมีผลงานน่าพอใจ ฉะนั้นเจ้านาย คนใหม่ต้องง้อเขากลับไป
“การกลับมาครั้งที่แล้วทำให้ผมเห็น อะไรต่างไปเยอะ ผมก็ตั้งใจว่า ครั้งต่อไปที่จะออกจากดีแทคจะต้องออกแบบเท่ๆ ทำงานได้ดี ลุกไปก็ไม่อายใคร เก้าอี้ไม่เลอะ เทอะ” จังหวะนี้ถือเป็นจังหวะที่ดี เพราะธนาก็เพิ่งประสบความสำเร็จในการผลักดัน ให้ดีแทคเปิดให้บริการทดลองใช้งาน 3G บนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิร์ตซ์ ของ กสท.
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|