|

ก้าวย่างของฟิลิปส์ในอุตสาหกรรมยานยนต์
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( สิงหาคม 2554)
กลับสู่หน้าหลัก
หากเอ่ยชื่อฟิลิปส์ เชื่อว่าหลายท่านคงนึกถึงผลิตภัณฑ์เพื่อการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health and Well-being) ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) แน่นอนต้องมีไฟฟ้าและอุปกรณ์แสงสว่าง (Lighting) รวมอยู่ด้วย
ล่าสุด ฟิลิปส์ในฐานะบริษัทผู้ผลิตหลอดไฟสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ไฟหน้าแบบแอลอีดีสำหรับการใช้งานรถยนต์ในช่วงกลางวัน (LED Daytime Running) และเครื่องฟอกอากาศสำหรับรถยนต์เข้าสู่ตลาดประเทศไทย
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟิลิปส์ในการให้ความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคด้วยโซลูชั่นใหม่ที่จะช่วยให้การขับขี่ยานยนต์ปลอดภัยและมีความเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น
อุตสาหกรรมยานยนต์นับเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเอเชียและประเทศไทย การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งล่าสุดของฟิลิปส์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งระดับความรุนแรงของปัญหามลพิษที่สูงขึ้นตามการขยายตัวของอุตสาหกรรม
โดยระบบการฟอกอากาศบริสุทธิ์ให้กับรถยนต์ของฟิลิปส์ GoPure (Philips GoPure Automotive Clean Air System) ได้รับการคิดค้นขึ้นจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถกรองแก๊สพิษ แบคทีเรีย ไวรัส สารเคมีต่างๆ ไอน้ำมันเชื้อเพลิง อนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงทำให้คุณภาพอากาศภายในรถยนต์สะอาดและบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีสุขภาพและมีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ระบบการกรองอนุภาคอากาศคุณภาพสูง (High Efficiency Particulate Air: HEPA) สามารถกำจัดอนุภาคที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศ เช่น แบคทีเรีย และฝุ่นละออง และกรองไวรัส ที่มีขนาด 0.02 ไมโครเมตร ได้มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนตัวกรองระบบ High Efficiency Selective Absorption: HESA สามารถกำจัดสิ่งสกปรกด้วยประสิทธิภาพยอดเยี่ยม เช่น ก๊าซพิษ กลิ่นจากฟอร์มาลดีไฮด์ ไอน้ำมันเชื้อเพลิง สารเคมี และโทลูอีน ซึ่งพบได้ทั่วไปสำหรับอากาศในเมืองใหญ่
นอกจากนี้ Philips GoPure ยังมีฟังก์ชันการชี้วัดคุณภาพอากาศภายในรถยนต์ 3 ระดับ มาพร้อมกับหน้าจอ LED เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณภาพของอากาศภายในห้องโดยสารอีกด้วย
Philips GoPure สามารถใช้งานได้กับรถยนต์ทุกคันไม่จำกัดเพียงเฉพาะรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เท่านั้น ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่และผู้ร่วมเดินทางมีอากาศที่บริสุทธิ์หายใจ ส่งผลให้มีสมาธิในการขับขี่และเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังง่ายต่อการติดตั้ง เพราะสามารถวางได้ในทุกตำแหน่งที่ต้องการ ทั้งด้านบนของแผงหน้าปัดหรือด้านหลังของรถ
“การเปิดตัวนวัตกรรมใหม่นี้ ฟิลิปส์มีจุดมุ่งหมายที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคในขณะเดินทางให้มีความปลอดภัย มากยิ่งขึ้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบมาให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีดีไซน์ที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้บริโภคมีอากาศที่บริสุทธิ์หายใจ ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น” เดวิด โทมัส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดหลอดไฟรถยนต์ฟิลิปส์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระบุ
นอกจากนี้ ฟิลิปส์ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไฟหน้าสำหรับรถยนต์ใหม่ Philips Daytime Running Lights (DRL) นับเป็นอีกหนึ่งโซลูชั่นในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยนำเทคโนโลยีล่าสุดของ LED (Light Emitting Diode) มาใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นให้ดียิ่งขึ้นและเน้นที่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์ระดับพรีเมียม
โดย Philips LED DayLight 4 และ Philips LED Daylight 8 ได้รับการพัฒนาขึ้นจากผสมสานเทคโนโลยีของฟิลิปส์ LUXEONจLED เข้ากับแผ่นสะท้อนแสงประสิทธิภาพสูง (high-efficiency reflector) ปัจจุบันมีการใช้โซลูชั่น LED เพื่อทดแทนการใช้หลอดไฟฮาโลเจน เนื่องจากโซลูชั่น LED สามารถลดการใช้พลังงาน และหลอดยังมีประสิทธิภาพสูงทำให้ลดปัญหาหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างขับขี่ในเวลากลางคืนได้ นอกจากนี้ มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนหลอดใหม่บ่อยครั้ง
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้มีมติที่จะออกกฎระเบียบให้รถยนต์รุ่นใหม่ทุกคันจะต้องติดตั้งดีอาร์แอล (DRL) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไปนั้น ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วถึงความสำคัญอย่างยิ่งของดีอาร์แอล (DRL) ที่จะมีผลต่อผู้ใช้รถใช้ถนน
นี่เป็นจังหวะก้าวที่น่าสนใจติดตามอย่างยิ่งของฟิลิปส์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งพร้อมจะผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท กลายเป็นอุปกรณ์เสริมที่รถยนต์พรีเมียมรุ่นใหม่ต้องมีก็ได้
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|