เรียกที่นี่ว่า "โอเชียน มารีนา" ธุรกิจยามว่างของ กฤษณ์ อัสสกุล


นิตยสารผู้จัดการ( มีนาคม 2530)



กลับสู่หน้าหลัก

แม้ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจเครือข่ายกว้างขวางใหญ่โตภายใต้นาม "ไทยสมุทร" แต่ก็เป็นที่รู้ ๆ กันว่า กฤษณ์ อัสสกุล เป็นคนเก็บตัวมาก ๆ

เขากำลังทำอะไรที่ไหนอย่างไรจะมีเพียงคนใกล้ชิดจริง ๆ เท่านั้นถึงรับรู้

เมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ กฤษณ์ อัสสกุล ถูกกล่าวถึงบ้างในแง่ของเจ้าของกิจการใหญ่ที่มักจะเก็บตัวอยู่ในห้องทำงานเล็ก ๆ ย่านถนนอโศก (สำนักงานใหญ่เดิมก่อนย้ายมาที่ถนนสุริวงศ์) หรือไม่เช่นนั้นก็ที่สนามกอล์ฟ...กีฬาโปรดของเขา

แต่วันนี้บางสิ่งบางอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

ว่ากันว่าถ้าใครตามหากฤษณ์ อัสสกุล ไม่พบ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือสนามกอลืฟ (ที่ไม่ใช่กีฬาโปรดแล้ว) มีสถานที่แห่งหนึ่งที่หากต้องการพบแล้วไม่น่าพลาดเพราะกฤษณ์มาที่นี่ประจำ

ที่นี่เรียกว่า "โอเชียน มารีนา"

สมบัติอีกชิ้นหนึ่ง กฤษณ์ อัสสกุล ต้องการเนรมิตให้เป็นสวรรค์บนดินสำหรับตัวเขากับผู้มีรสนิยมคล้าย ๆ กันและหลายเดือนผ่านมานี้เขาหว่านเงินลงไปที่นี่แล้วนับสิบล้าน อาจจะพูดได้ว่าแม้ "โอเชียนมารีนา" จะมีที่มาจากรสนิยมยามว่างที่ต้องการพักผ่อน แต่สายเลือดผู้ประกอบการยังอดไม่ได้ที่กฤษณ์จะดีดลูกคิดรางแก้วในหัวแล้วทำที่นี่ในรูปธุรกิจที่น่าจะให้ผลตอบแทนงดงาม

เขาอาจจะหวังมากไปก็ได้ใครจะรู้

"โอเชียน มารีนา" นั้นมีสถานที่ตั้งอยู่ริมหาดทรายทองหาดที่เชื่อมต่อกับหาดจอมเทียนตามเส้นทางไปสัตหีบ ถ้ามาจากพัทยาก็จะอยู่ด้านขวาของถนนที่ทอดสู่อำเภอสัตหีบตรงหลักกิโลเมตรที่ 157 ก่อนถึงสวนนงนุชชั่วอึดใจ ที่นี่มีทั้งที่พักซึ่งสร้างเป็นหลัง ๆ ด้วยวัสดุดูจากภายนอกคล้ายกระท่อม แต่ภายในตบแต่งอย่างวิจิตรพิสดารมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันไม่แพ้โรงแรมหรู มีสถานที่พักผ่อนริมหาด มีร้านอาหารและที่น่าจะสำคัญที่สุดก็คือมีสโมสรเรือเร็ว กิจกรรมยามว่างที่นักธุรกิจใหญ่กำลังชื่นชอบมากๆ

และก็สโมสรเรือเร็วนี่เองที่เป็นตัวจุดประกายให้กับ "โอเชียน มารีนา"

เล่ากันว่า วันหนึ่งน่นเกือบปีมานี้ กฤษณ์ อัสสกุล ได้รับคำเชิญจากไพบูลย์ เบญจฤทธิ์เจ้าของอู่เรือ "ซีท" ที่พัทยาซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่เขยให้ทดลองเล่นเรือเร็วดูบ้าง

เล่นครั้งแรก กฤษณ์ ก็ติดใจมาก เขาตกลงใจซื้อเรือเร็วลำหนึ่งของชาตรี โสภณพนิช และกลายเป็นนักเล่นเรือเร็วคนหนึ่งไปในที่สุด

ต่อมาก็น่าจะเป็นเพราะเขาพบความจริงว่ามีคนมีรสนิยมเดียวกับเขาเป็นจำนวนมาก ที่มีเรือเร็วเป็นของตนเองแล้วก็เกือบร้อยลำ และยังจะเพิ่มอีกถ้าสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่นอู่จอดเรือหรือคนที่จะต้องดูแลบำรุงรักษาเรือมีอยู่พร้อม แทนที่จะมีเพียงอู่ "ซีท" ที่ต้องเข็นเรือขึ้นไปจอดบนบกในเขตเมืองพัทยาที่พลุกพล่านไม่สะดวก

กฤษณ์ก็เลยคิดจะสร้างสโมสรเรือเร็วที่จะช่วยอำนวยความสะดวกทุกประการขึ้น

เขาเริ่มต้นโครงการแรกด้วยการขุดพื้นที่ริมหาดจำนวนกว่า 10 ไร่เพื่อใช้เป็นอู่เรือ มีกำแพงกั้นน้ำเป็นทรายและทำทางเข้าออก ดู ๆ ไปแล้วก็สะดวกมาก เพราะเรือจอดในอู่ริมหาด อยากเล่นเรือก็เอาเรือออกได้โดยใช้เวลาไม่กี่นาที แต่กฤษณ์ก็ลืมนึกไปว่ากำแพงกั้นน้ำเป็นทรายนาน ๆ เข้าทรายก็ถมอู่เรือจนตื้นเขิน แล้วเรือหลายลำที่เอาเข้าไปจอดก็เคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้ ต้องติดแห้งอยู่เช่นนั้น

วิธีแรกหมดไปหลายเงินยังไม่สำเร็จ คราวนี้กฤษณ์ลงทุนอีกหลายล้านสร้างสะพานทอดยาวจากริมหาดออกไปในทะเลเขาตั้งใจจะให้สะพานนี้จัดเป็นซอง ๆ เรือทุกลำก็จะเข้าฝากจอดแต่ละซองๆ ไป "ผมว่าก็หมดเงินเปล่าอีกนั่นแหละ ใครจะกล้าเอาเรือมาจอดในน้ำแบบนี้คลื่นลมมาทีจะไปเหลืออะไร..." นักเล่นเรือเร็วระดับนายแบงก์คนหนึ่งวิจารณ์

และหาดทรายทองที่เต็มไปด้วยสาหร่ายทะเลจนสกปรกไปหมดนั้น ก็น่าพิศวงอยู่ไม่น้อยว่าจะมีใครอยากจะมาพักผ่อนเล่นน้ำหรือชมวิว ซึ่งก็อาจจะกระทบไปถึงโครงการในส่วนที่เป็นที่พักของโอเชียนมารีนาที่เกิดควบคู่กับสโมสรเรือเร็ว

ถึงวันนี้ "โอเชียน มารีนา" ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นสโมสรเรือเร็วบรรยากาศจึงยังดูเงียบวังเวงพอสมควร

และหากเสร็จสมบูรณ์จะคึกคักขึ้นหรือไม่นั้น ก็ยังพูดไม่ได้เช่นกัน

หรือ กฤษณ์ อัสสกุล จะคิดว่า ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ หรือเปล่าก็ไม่ทราบ?



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.