|

เด็กฝรั่งปันรอยยิ้มให้เด็กไทย
โดย
นภาพร ไชยขันแก้ว
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( เมษายน 2554)
กลับสู่หน้าหลัก
หากพูดถึงมูลนิธิ Kids Action for Kids อาจมีเพียงไม่กี่คนที่รู้จัก แต่ถ้าเป็น "ซิคเว่ เบรคเก้" หลายๆ คนยังคงจดจำได้ เพราะเขาเป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์ดีแทค และมูลนิธินี้เกิดขึ้นได้เป็นเพราะลูกชายของเขา
ด้วยบุคลิกของซิคเว่ที่เข้ากับคนง่ายได้ทุกระดับ โดยเฉพาะในช่วงที่เขารับตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารในบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับสองในประเทศไทย
กลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ดีแทคจึงแตกต่างจากผู้ให้บริการ รายอื่นๆ เพราะ “ซิคเว่” ใช้วิธีการเดินทางไปหาลูกค้าถึงร้านค้า ในบริษัท หรือแม้กระทั่งเดินในย่านการค้าหรู และตลาดทั่วไป ทำให้เขาเป็นกลายเป็น “ฝรั่ง” หน้าตาใจดี ยิ้มง่าย กลายเป็นสิ่งที่คุ้นเคยของคนทั่วไปในเวลาอันรวดเร็ว
ปัจจุบันซิคเว่ เบรคเก้ มีตำแหน่งรองประธานบริหาร เทเล นอร์ กรุ๊ป และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ เอเชีย ดูแลธุรกิจ ใน 5 ประเทศ คือ ปากีสถาน บังกลาเทศ มาเลเซีย ไทย และอินเดีย โดยมีสำนักงานประจำอยู่ประเทศไทย
ซิคเว่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงและโดยอ้อมกับมูลนิธิ Kids Action for Kids เพราะผู้ก่อตั้งเป็นลูกชายคนโตของเขา โฮกุ้น เบรคเก้ วัย 17 ปี
ครอบครัวของซิคเว่ได้ย้ายตามเขามาอยู่ในประเทศไทย เพื่อมารับตำแหน่งเป็นผู้บริหารในบริษัทดีแทค เขาและครอบครัวพำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 7 ปี ทำให้มีความผูกพันกับประเทศไทยค่อนข้างมาก โดยเฉพาะลูกชายทั้ง 3 คนของเขาศึกษา เล่าเรียนอยู่ในเมืองไทย และมีบ้านอยู่ที่นี่
การก่อกำเนิดของมูลนิธิ เริ่มจากญาติพี่น้องจากประเทศนอร์เวย์ได้มาท่องเที่ยวในเมืองไทย และต้องการไปเยี่ยมมูลนิธิเด็กกำพร้า ทำให้ได้เห็นเด็กบางส่วนมีส่วนบกพร่องทางร่างกาย เช่น ปากแหว่ง เพดานโหว่ แต่ไม่ได้รับการรักษาผ่าตัดเพราะขาด แคลนทุนทรัพย์ เนื่องจากการผ่าตัดให้กับคนที่ประสบปัญหาปากแหว่ง เพดานโหว่ ต้องมีค่าใช้จ่าย 15,000 บาทต่อคน
ทำให้เด็กกำพร้าและเด็กในต่างจังหวัดที่ครอบครัวมีฐานะยากจนหาเช้ากินค่ำ ไม่มีโอกาสได้รับการช่วยเหลือมากนัก แตกต่างจากประเทศนอร์เวย์ เด็กๆ และประชาชนจะได้รับความช่วยรักษาพยาบาลฟรี
ด้วยความผูกพันของโฮกุ้น เขาบอกว่า “รัก” คนไทยและ วัฒนธรรมไทย จึงมองว่าประเทศไทยเปรียบเสมือนเป็นบ้านหลังที่สอง ประกอบกับตัวเองเป็นเด็กที่ครอบครัวมีความมั่นคงทางการ เงิน มีการศึกษาที่ดี ปัจจุบันเรียนอยู่ International School of Bangkok (ISB) ในประเทศไทย ซึ่งเดินเพียงไม่กี่นาทีจากบ้าน
ความพร้อมสมบูรณ์ทำให้โฮกุ้นปรารถนาที่จะแบ่งปันความ ช่วยเหลือให้ “เด็ก” ด้วยกัน โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องเป็นนักการเมือง หรือบิล เกตส์ เพียงแต่เขาเชื่อว่าหากมีจิตใจมุ่งมั่นและเป้าหมายชัดเจน ก็สามารถช่วยเหลือเพื่อนเด็กด้วยกันได้
มูลนิธิ Kids Action for Kids เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2552 โดยมี โฮกุ้นเป็นประธานและมีสมาชิกในครอบครัว มารดา น้องชาย 2 คน และญาติจากนอร์เวย์ร่วมเป็นกรรมการ มีเป้าหมายระดมเงินทุนเพื่อใช้ในการผ่าตัดให้กับเด็กปากแหว่งเพดานโหว่
จากการรายงานของมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม (Operation Smile) พบว่าทารกที่เกิดในประเทศไทยทุกๆ 500 คน จะมี 1 คน เป็นโรคปากแหว่ง เพดานโหว่ นั่นหมายความว่าทุกๆ ปี จะมีเด็กไทย ต้องทุกข์ทรมานด้วยปัญหาดังกล่าวหลายพันคน
เด็กเหล่านี้นอกจากจะมีปัญหาทางร่างกาย ทางจิตใจก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะไม่สามารถกินอาหาร หรือพูดได้เหมือนปกติ จนกลายเป็นปมด้อย แต่ในความเป็นจริงเขาเหล่านี้มีโอกาสรักษาให้หายได้ และมีความสุขกับชีวิตเฉกเช่นคนทั่วไป
วิธีการระดมทุนของมูลนิธิเริ่มแรกให้เพื่อนเด็กในประเทศนอร์เวย์จัดกิจกรรมต่างๆ เช่น ขายอาหาร สิ่งของ นำเงินมาบริจาค
เหมือนเช่นที่ผ่านมาได้รับความช่วยเหลือจากโรงเรียน Hvittingfoss ในประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเข้าร่วมในการระดมทุนให้กับมูลนิธิ นอกจากนั้นบริษัทดีแทคได้ร่วมสนับสนุนเงินทุนส่วนหนึ่ง
ในปี 2552 ได้ช่วยเหลือค่าผ่าตัดให้เด็กจำนวน 30 คน เพื่อรักษาอาการปากแหว่งเพดานโหว่ที่โรงพยาบาลชลบุรี ในเดือนสิงหาคม ส่วนปี 2553 ได้ผ่าตัดเพิ่มอีก 50 คน ที่โรงพยาบาลพุทธ ชินราช จังหวัดพิษณุโลก และในปี 2554 จะผ่าตัดเพิ่มอีก 50 คน ในโรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ในเดือนพฤษภาคมถึงธันวาคมนี้
การระดมเงินทุนในช่วงแรกเริ่มจากคนใกล้ชิดและกระจาย ไปยังเพื่อนเด็กในประเทศนอร์เวย์ รวมไปจนถึงความช่วยเหลือจาก บริษัทดีแทค ทำให้สามารถระดมทุนได้ 1 ล้านบาท
โฮกุ้นยอมรับว่าส่วนหนึ่งบริษัทดีแทคเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ เพราะบิดาของเขา ล่าสุดมูลนิธิได้ร่วมกับบริษัทดีแทค ชักชวนให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือกด SMS มาที่หมายเลข 1677 ตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 ทุก SMS จะมีมูลค่า 1 บาท เพื่อสมทบในการผ่าตัดในปีนี้
ส่วนความช่วยเหลือช่องทางอื่นๆ สามารถเข้าไปบริจาคออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของมูลนิธิ www.kidsactionforkids.org หรือเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นช่องทางให้ความช่วยเหลือผ่านเฟซบุ๊กได้อีกหนึ่งทาง
โฮกุ้นบอกว่าแม้ความช่วยเหลือจะเริ่มต้นจากครอบครัว แต่มูลนิธินี้มีเป้าหมายสร้างแรงบันดาลในให้กับทุกคน องค์กรต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ
แม้ว่าเขาใกล้จะจบการศึกษาในประเทศไทยแล้วก็ตามและ ต้องไปเรียนต่อในต่างประเทศ แต่มูลนิธิจะคงอยู่ต่อไปเพราะน้องชายอีก 2 คน คือ มาร์ติน เบรคเก้ อายุ 16 ปี และแอนเดิร์ส เบรคเก้ อายุ 14 ปี รวมทั้งครอบครัวของเขาและมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม หรือแม้แต่พันธมิตรอื่นๆ จะยังให้ความช่วยเหลือต่อไป
มูลนิธิฯ เป็นส่วนหนึ่งที่กำลังหล่อหลอมโฮกุ้นได้มีโอกาสแสดงบทบาทผู้นำ ได้เรียนรู้การบริหารจัดการสิ่งที่เกิดขึ้น
“คนรุ่นผมควรจะมีบทบาทมากขึ้นในการช่วยเหลือคนอื่นๆ ผมถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากๆ ที่สามารถรณรงค์ให้เด็กใน สังคมตะวันตกยื่นมือเข้าช่วยเหลือเด็กที่อาจ ไม่โชคดีเท่าเขาในอีกซีกโลกหนึ่ง การได้เข้าไปทำงานนี้อย่างเต็มตัว และมีส่วนผลักดันและประสานงานกับหลายฝ่ายเพื่อให้เกิดเป็นงานรูปธรรม ช่วยเติมเต็มชีวิตผมได้มากทีเดียว”
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|