|

คุณภาพชีวิตชุมชน ตัววัดอุตสาหกรรมสีเขียว
โดย
ปิยาณี รุ่งรัตน์ธวัชชัย
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( เมษายน 2554)
กลับสู่หน้าหลัก
ความสำเร็จที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าอุตสาหกรรมแต่ละแห่งมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน ดูเหมือนจะไปลงตัวที่คุณภาพชีวิตชุมชนในพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งหลายบริษัทใช้เป็นกิจกรรมในการสร้างภาพของการเป็นบริษัทที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กันอย่างพร้อมเพรียง ผ่านกิจกรรมซีเอสอาร์และกิจกรรมต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชนได้อย่างราบรื่น
ภาพการอยู่ร่วมกันเช่นนี้ เป็นเหมือน บทสรุปที่จะบอกว่าอุตสาหกรรมนั้นๆ มีความปลอดภัยมากพอและได้รับอนุญาตให้อยู่ร่วมกับชุมชนด้วย ส่วนคุณภาพชีวิตของชุมชนก็เป็นตัวชี้วัดคุณภาพด้านการเป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับอุตสาหกรรมโดยไม่ต้องมีคำอธิบายอะไรมากไปกว่านี้ อีกทั้งความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างอุตสาห-กรรมในพื้นที่กับชุมชนยังเป็นตัวกันไม่ให้เกิดการแทรกตัวจากกลุ่มผู้ต่อต้านจากภาย นอกได้อีกด้วย
ยิ่งถ้าหากอุตสาหกรรมได้เสียงจากชุมชนมาเป็นกระบอกเสียงด้วยแล้ว ก็เหมือนได้เครื่องหมายการันตีชั้นดีเลยทีเดียว ไม่ต่างกับผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ที่ได้ลูกค้า เป็นผู้บอกต่อโดยไม่ต้องโฆษณาด้วยตัวเอง ซึ่งได้ทั้งน้ำหนักความน่าเชื่อถือและเป็น การสร้างแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ
โรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งจึงมุ่งมั่นและใส่ใจกับการดำเนินงานด้านความ รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมกันอย่างคึกคัก เช่นเดียวกับกลุ่มบริษัท ดาว เคมิคอล ซึ่งปักธงว่าจะเป็นบริษัทที่เชื่อมโยงกระบวนการทางเคมีและนวัตกรรมเข้าด้วยกันภายใต้หลักการความยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์และวิธีการบนพื้นฐานเทคโนโลยี ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ต้องการ ยกระดับวิถีชีวิตของมนุษย์ โดยมี “คน” เป็นปัจจัยสำคัญ
ดาว เคมิคอล เป็นบริษัทเคมิคอลขนาดใหญ่ 1 ใน 5 ของโลก มีบริษัทแม่ในอเมริกาเข้ามาดำเนินกิจการในไทย โดยปัจจุบันเป็นบริษัทร่วมทุนกับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) มีสาขาในกว่า 160 ประเทศทั่วโลก มีพนักงานมากกว่า 50,000 คนทั่วโลก จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และให้บริการสินค้าที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งแต่น้ำสะอาด อาหาร สารเคมีชนิดพิเศษ วัสดุที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง วิทยาศาสตร์การเกษตร และเภสัชภัณฑ์ ไปจนถึงสีทาบ้าน หีบห่อบรรจุภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุขอนามัย โดยมีผลิตภัณฑ์รวมมากกว่า 5,000 รายการจาก โรงงาน 188 แห่ง ใน 35 ประเทศทั่วโลก ในปี พ.ศ.2553 บริษัทมียอดขายประมาณ 53,700 ล้านเหรียญสหรัฐ
ความสำเร็จของการเป็นบริษัทเคมี ภัณฑ์ขนาดใหญ่จะประสบความสำเร็จเป็นที่เชื่อถือไม่ได้เลย หากไม่ได้รับความร่วมมือจากชุมชนท้องถิ่นซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นที่ ของโรงงาน จึงเป็นแนวทางที่บริษัทต้องการ มีกิจกรรมร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง และ แน่นอนว่ากิจกรรมนั้นต้องสะท้อนภาพที่เป็นตัวชี้วัดดังที่กล่าวมาแล้วด้วย
จากโรงงานของบริษัทที่ก่อตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด บริษัท จึงเลือกชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยองทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวทางนิยม
ล่าสุดคือการมอบและติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ และป้ายแสดงผล คุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยติดตั้งให้กับชุมชน ภายในบริเวณพื้นที่วัดประชุมมิตรบำรุง อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง และมอบให้ อยู่ในความดูแลของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นเครื่องมือให้ชุมชน ใช้เฝ้าระวังคุณภาพอากาศในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศจากป้ายแสดงผลอย่าง ใกล้ชิด
อีกด้านหนึ่งเพื่อสะท้อนแนวทางการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชน ภายใต้โครงการซีเอสอาร์ของบริษัทยังดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ในพื้นที่ควบคู่กันไปอีกหลายด้าน เช่น การมอบอุปกรณ์ฉีดพ่น ควันเพื่อกำจัดยุงเพื่อลดผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ การเข้าไปมีส่วนร่วมในการสนับสนุนงบให้กับชุมชนในการปลูกต้นไม้เพื่อทำแนวป้องกันระหว่างพื้นที่โรงงานกับชุมชน
สิ่งที่ดาว เคมิคอลดำเนินงานอยู่ใน พื้นที่ ดูแล้วอาจจะไม่แตกต่างจากอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่พยายามปักธงกิจกรรมให้เกิด ภาพการดำเนินงานภายใต้การดูแลสิ่งแวด ล้อมให้กับชุมชน ซึ่งผู้บริหารดาว เคมิคอล ก็ตระหนักในเรื่องนี้ ดังนั้นการดำเนินกิจกรรมใดๆ จึงต้องดำเนินงานอย่างโปร่งใส
“เราทำงานด้วยความเปิดเผย แสดงความจริงใจ นอกจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่มอบให้ชุมชน เราก็มีการควบคุมตรวจสอบคุณภาพอากาศผ่านปล่องของโรงงานด้วย ซึ่งจะส่งสัญญาณตรงถึงศูนย์เฝ้าระวังของการนิคมฯ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชนเข้าเยี่ยมชมการ ทำงานภายในโรงงานได้ด้วย” ยุกุลธร พาณิชยพิเชฐ ผู้จัดการฝ่ายสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัย หน่วยปฏิบัติการมาบตาพุดของบริษัท ดาว เคมิคอล และเอสซีจี-ดาว กรุ๊ป กล่าว
ส่วนสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่วัดประชุมมิตรบำรุง จะทำหน้าที่ตรวจจับฝุ่นละออง ทิศทาง ความเร็วลม และก๊าซต่างๆ ในชั้นบรรยากาศ แล้วแสดงผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศบนป้ายแสดงผล ซึ่งนอกจากผลของการจับตาคุณภาพอากาศ ป้ายแสดงผลนี้ยังให้ผลทางจิตวิทยาที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|