คิงออฟวอยซ์-วอยซ์ออฟเลิฟ ดีแทค-เอไอเอสบน 2 เกมใหม่


ผู้จัดการรายสัปดาห์(8 มีนาคม 2554)



กลับสู่หน้าหลัก

สีสันการตลาดสำหรับโอเปอเรเตอร์ เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ และล่าสุดสองค่ายใหญ่ต่างงัดกลยุทธ์ โดยดีแทคนำมิวสิกมาร์เกตติ้งมาใช้เพื่อเจาะตลาดพื้นที่อีสาน ส่วนเอไอเอสจับมือกับโรงพยาบาลบีเอ็นเอชและไทยประกันชีวิตเปิดบริการ “เสียงแรกแห่งรัก” ครั้งแรกในตลาด

คิงออฟวอยซ์
เป้าหมายดีแทคแฮปปี้

การใช้ดนตรีเป็นสื่อกิจกรรมทางการตลาด หรือ Music Marketing กำลังจะกลายเป็นเครื่องมือการตลาดอันทรงพลังในการแก้เกมการทำตลาดมือถือระบบเติมเงินของแบรนด์ตามอย่างดีแทค ในสถานการณ์ที่ถูกบีบคั้นอย่างรุนแรงรอบด้าน โดยเชื่อว่า การทำตลาดผ่านดนตรีจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และช่วยเชื่อมผลิตภัณฑ์ดีแทคเข้าถึงตัวลูกค้าแบบอยู่หมัด

จริงอยู่ที่การใช้ดนตรีเป็นสื่อทางการตลาดไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับวงการโทรคมนาคม และก็ไม่ใช่เรื่องใหม่แกะกล่องสำหรับดีแทค เพราะดีแทคเคยใช้ Music Marketing ในการทำแคมเปญมาแล้ว กับซิมพม่า ปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก ลูกค้าชื่นชอบอย่างมาก จึงทำให้ดีแทคคิดนำกลยุทธ์ Music Marketing มาใช้กับตลาดมือถือระบบเติมเงินภาคอีสานอีกครั้ง

เหตุที่ดีแทคสนใจตลาดภาคอีสาน เพราะอีสานถือเป็นพื้นที่ใหญ่ หากดูจำนวนประชากรมีอยู่ถึง 21 ล้านคน ในขณะที่มีประชากรผู้ใช้บริการมือถือระบบพรีเพดของดีแทคเพียง 19% อีกทั้งยังเป็นภาคที่มีอัตราการโทร.เฉลี่ยต่ำสุด ย่อมทำให้ดีแทคมีโอกาสที่จะเข้าถึงและสร้างส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นได้อีกมาก

ไม่เพียงแต่ดีแทคเท่านั้นที่มองเห็นโอกาสและต้องการปักธงชัยในพื้นที่นี้ ความใหญ่ของพื้นที่และขนาดประชากร ทำให้ผู้ให้บริการมือถือทุกรายต้องการเข้าไปช่วงชิงตลาดนี้มาเป็นของตนเองให้ได้ทั้งสิ้น

ดร.เกษชญง สกาวรัตนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คแซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ยอมรับว่า ตลาดในพื้นที่ภาคอีสานนี้มีพี่เบิ้มอย่างเอไอเอสครองตลาดอย่างแข็งแกร่ง มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 50-60% โดยมีซิมสวัสดีอีสานเป็นโปรดักส์หลักในการเจาะตลาด และที่ผ่านมามักนิยมใช้สงครามราคาโทร.โปรโมชั่นราคาถูกอัดใส่กันอย่างดุเดือดมาอย่างต่อเนื่อง

แต่มาปีนี้ ดีแทคเริ่มคิดนอกกรอบ เพราะจากข้อมูลการศึกษาพฤติกรรมลูกค้าชาวอีสานที่ดีแทคค้นพบใหม่ ก็คือ ลูกค้ามีความต้องการในสิ่งที่ถูกใจนอกเหนือจากราคาค่าโทร.ที่ถูก เช่น บริการ และกิจกรรมที่สอดรับกับวิถีการดำเนินชีวิต

หากย้อนกลับมาดูพฤติกรรมของชาวอีสาน จะพบว่านิยมความบันเทิง รื่นเริง สม่ำเสมอ ขณะที่พฤติกรรมการโทรศัพท์จะเน้นการโทรม.ากในช่วงเทศกาลและนิยมใช้มือถือเป็นสื่อในการโทร.หาคนรัก ทั้งคนที่บ้านและคู่รัก

เพราะฉะนั้น ดีแทคจึงจับพฤติกรรมดังกล่าว มาปรับรูปแบบการทำตลาดธุรกิจระบบพรีเพดใหม่ ด้วยการเลือกหยิบดนตรีมาเป็นตัวจัดกิจกรรมทางการตลาดแบบเจาะลึก กับซิมใหม่ที่มีชื่อว่า “ซิมม่วนซื่นทั้งปี”

“แบรนด์แฮปปี้ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่การเข้าถึง เราจึงเลือกที่จะเอาความรื่นเริงผ่านดนตรี และใช้ดารานักร้องที่ชื่นชอบมาเป็นเครื่องมือในการเข้าถึง”

ดร.เกษชญง บอกว่า ถือเป็นการปรับเกมการทำตลาดใหม่ของดีแทค ด้วยการทำตลาดแบบเข้าถึงตัว ซึ่งแม้ว่าจะมีส่วนคล้ายคลึงกับแบรนด์คู่แข่งที่เคยใช้กลยุทธ์ในลักษณะเดียวกัน แต่ดีแทคได้มีการเพิ่มเติมในส่วนบริการเพื่อให้มีจุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน นั่นคือ บริการใจดีแปลให้ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถพูดภาษาอีสาน โดยจะมีล่ามคอยแปลเป็นภาษาอังกฤษให้แก่คู่สนทนา การดาวน์โหลดเพลงราคาพิเศษ และเด็ดสุดกับกิจกรรมทัวร์คอนเสิร์ตในภาคอีสาน 5 แห่ง

“ที่เลือกคอนเสิร์ต เพราะพฤติกรรมคนอีสานชื่นชอบความรื่นเริง และการจัดคอนเสิร์ตครั้งหนึ่ง มีคนดูเป็นหมื่น อย่างน้อยย่อมทำให้เกิดการบอกต่อปากต่อปาก และคิดว่าจะทำให้เราเข้าถึงลูกค้าได้ด้วย”

โปรโมชั่นของซิมม่วนซื่นทั้งปี จะให้สิทธิ์ลูกค้าโทร.หากันเมื่อใดก็ได้ อัตราค่าโทร.นาทีละ 50 สตางค์ ระหว่างตี 5-5 โมงเย็น เมื่อโทร.หาเบอร์ดีแทคที่เปิดในภาคอีสานด้วยกัน ทุกครั้งที่โทร.ออกหรือเติมเงิน จะได้รับการใช้งานเพิ่มทันที 1,000 ชั่วโมง

ทั้งยังมอบสิทธิพิเศษโทร.ฟรี 5 เทศกาลวันหยุด เทศกาลละ 100 นาที ใช้ได้นาน 3 วัน ในเบอร์ดีแทค ตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่ วันสงกรานต์, วันแรงงาน, วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา, วันแม่ และวันพ่อ

สำหรับเป้าหมายการรุกตลาดภาคอีสาน ด้วยการใช้ซิมม่วนซื่นทั้งปีรุกตลาดอีสานในครั้งนี้ ดีแทคตั้งเป้าหมายที่จะได้ลูกค้าใหม่ 20% จากการมีลูกค้าซื้อซิม 70,000 ซิมต่อเดือน เป็น 90,000 ซิมต่อเดือน และมีส่วนแบ่งการตลาดภาคนี้ประมาณ 25% จากที่ปัจจุบันดีแทคมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพียง 19%

งานนี้ต้องติดตามความเคลื่อนไหวของ “ซิมม่วนซื่นทั้งปี” ต่อไปว่าจะโดนใจคนภาคอีสานมากน้อยเพียงไร เพราะหากกลยุทธ์นี้โดนใจลูกค้า ดีแทคมีแผนจะบุกตลาดพรีเพดในภาคอื่นๆ ภายใต้แนวคิดของซิมม่วนซื่นทั้งปี เป็นพื้นฐานในการสร้างบริการและเข้าถึงลูกค้าในภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป

ไม่เท่านั้น ยังถือเป็นก้าวแรกที่จะตอบโจทย์การนำแฮปปี้ขึ้นเป็น King of Voice ในตลาดมือถือแบบเติมเงิน ที่ดีแทคเคยประกาศเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในเร็ววันอีกด้วย


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.