เอเอ็มซีแห่งชาติ สวรรค์ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่

โดย ฐิติเมธ โภคชัย
นิตยสารผู้จัดการ( มีนาคม 2544)



กลับสู่หน้าหลัก

แนวความคิดการจัดตั้งเอเอ็มซีแห่งชาติของหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ก่อให้เกิดการวิพากษ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประสิทธิภาพ การดำเนินการ แต่ถ้าจะมองถึงผลดี ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล

นโยบายการจัดตั้งบริษัทบริหารสิน ทรัพย์แห่งชาติ (National AMC : เอเอ็มซีแห่งชาติ) ภายใต้รัฐบาลนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชิน วัตร เป็นความหวังของระบบสถาบันการเงินที่จะฟื้นตัวอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการจัดการปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์ของซาโล มอน สมิธ บาร์นีย์ บริษัทในเครือซิตี้กรุ๊ป คาดการณ์ว่า กว่าเอเอ็มซีแห่งชาติจะทำงานได้ต้อง ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนที่รัฐบาลจะก่อตั้งและวางกรอบรายละเอียดการดำเนินการ ในระหว่างนี้ หากเกิดความล่าช้าทางด้านเครื่องมือในการจัดตั้งเอเอ็มซีแห่งชาติจะทำให้เกิด moral Hazard ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเป็น เช่นนี้จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เศรษฐกิจไทยจะทรุดลงไปอีกครั้ง หรือการปรับโครงสร้างหนี้ใน อนาคตเป็นไปอย่างล่าช้า

"หัวใจของการทำงานเอเอ็มซีแห่งชาติ คือ รัฐบาลจะต้องเลือกสรรคนที่มีความโปร่งใส ที่สุดเข้ามาทำงานในองค์กรนี้" บทวิเคราะห์ของซาโลมอน สมิธ บาร์นีย์กล่าวไว้

ถึงแม้ว่าเอเอ็มซีแห่งชาติจะถูกยกให้เป็น "ของขวัญ" กับธนาคารพาณิชย์ทางด้านการขายหนี้ NPLs ในราคาที่ไม่ใช่ราคาตลาด แต่เอเอ็มซีแห่งชาติใช่ว่าจะทำให้หนี้ NPLs ในระบบกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยทันทีทันใด

"เอเอ็มซีแห่งชาติเป็นเพียงหน่วยงานแยก NPLs ออกไปเท่านั้น"

เมื่อเอเอ็มซีแห่งชาติเกิดขึ้น ภาระหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องแบก คือ ต้นทุนทางการเงิน ที่จะต้องนำไปซื้อ NPLs คาดว่าจะต้องใช้เงินประมาณ 464 พันล้านบาทถึง 1 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 10%-20% ของจีดีพี

กระนั้นก็ตาม ซาโลมอน สมิธ บาร์นีย์แสดงความกังวลว่า หากเข้าไปซื้อ NPLs ทางบัญชีในราคา 100% "เป็นไปได้ที่จะเป็นภาระต่อการควบคุมด้านการขาดดุลทางการคลังของ ประเทศ"

ที่สำคัญ ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนถึง การดำเนินงานของเอเอ็มซีแห่งชาติกรณีการซื้อ หนี้ NLPs ว่าควรจะใช้วิธีใด ถ้ารับซื้อหนี้ในราคา มูลค่าตามบัญชีสุทธิ ธนาคารที่ได้รับประโยชน์ ด้านสัดส่วนการสำรองหนี้ลดต่ำลง ได้แก่ ธนา คารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารทหารไทยและธนาคารกรุงไทย

หาก NPLs ดังกล่าวถูกโอนไปตามราคา ตลาดธนาคารทั้งสามแห่งรวมถึงธนาคารเอเชีย จะได้รับบาดเจ็บมากที่สุด

ซิตี้กรุ๊ป เชื่อว่าธนาคารที่ได้ประโยชน์มากที่สุดถ้าหากเอเอ็มซีแห่งชาติเกิดขึ้น คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงเทพ

"นี่คือของขวัญล้ำค่าที่สุด โดยเฉพาะธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะได้ประโยชน์สูงสุด หาก พิจารณาในแง่ที่พวกเขาไม่มี capital securities ด้วยเหตุนี้การปรับปรุงสัดส่วนของมาร์จิ้นจึงทำได้ง่าย ตรงข้ามกับกสิกรไทยและธนาคารกรุงเทพที่ต้องแบกภาระต้นทุนจากการระดมทุน ในรูปแบบ Caps และ Slips"

ดังนั้น หากดูในแง่การเกิดขึ้นของเอเอ็ม ซีแห่งชาติจะช่วยให้ระบบธนาคารฟื้นตัวเร็ว แต่ ข้อเสียก็คือว่า ถ้าการทำงานไม่โปร่งใสจะมีปัญหาตามมาอย่างมากมาย



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.