จรัส ชูโต ผู้จัดการแห่งปี


นิตยสารผู้จัดการ( ธันวาคม 2527)



กลับสู่หน้าหลัก

จรัส ชูโต เป็น "ผู้จัดการ"

คนไทยตัวอย่างที่สามารถจะผสมผสานความเป็นไทยให้สัมพันธ์กับศาสตร์การจัดการที่ทันสมัยของต่างชาติอย่างกลมกลืน แล้วก่อให้เกิดวัฒนธรรมขององค์กรที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

บางคนคิดว่าจรัส ชูโตเป็นคนโชคดีที่เข้ามาเครือซิเมนต์ไทยเมื่อ 16 ปีที่แล้วเพราะ "คุณจรัสมาจากองค์กรต่างชาติเช่นเอสโซ่ ซึ่งทำงานอย่างมีระบบแล้วมาเข้าปูนซิเมนต์ไทยในสมัย 16 ปีที่แล้วที่ไม่มีระบบ มีวัฒนธรรมของศักดินาและผูกขาดเอามากๆ ฉะนั้นใครก็ตามที่เข้ามาในช่วงนั้นก็ต้องประสบความสำเร็จ " คนที่รู้จักจรัสดีพอสมควรพูดขึ้น

จรัส ชูโตเป็นพี่ชายของ ดร. สมศักดิ์ ชูโต อดีตอธิการบดีนิด้า และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรมชุดแรก

จรัสเรียนเซนต์คาเบรียลรุ่นเดียวกับ "กระแช่" หรือ ประสาน มีเฟื่องศาสตร์ และมาจบวิศวกรรมศาสตร์สาขาเหมืองแร่จากจุฬา ฯ เมื่ออายุเพียง 21 ปี

งานชิ้นแรกที่จรัสได้รับผิดชอบ คือเป็นผู้จัดการเหมืองแร่ของบริษัทแร่ยางไทย เมื่ออายุเพียง 21 ปีเท่านั้น!

เขาอยู่เหมืองจนอายุได้ 26 ก็เข้าเอสโซ่ จนในที่สุดได้เลื่อนตำเหน่งเป็น ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ (operations manager) มีหน้าที่จัดเส้นทางลำเลียงน้ำมันของรถน้ำมัน

ในปี พ.ศ. 2501 อายุส อิศรเสนา ซึ่งอยู่เครือซิเมนต์ไทยได้ชวนจรัสมาเป็นหัวหน้าแผนกปฏิบัติของบริษัทค้าวัสดุก่อสร้าง

จรัสใช้เวลา 9 ปีขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการบริษัทค้าวัสดุก่อสร้าง และอีก 2 ปี เป็นรองผู้จัดการบริษัทผลิตภัณฑ์และวัสดุก่อสร้าง จำกัด

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 จนถึงกุมภาพันธ์ 2523 จรัสได้ผ่านงานในตำแหน่งต่างๆ ตั้งแต่กรรมการผู้จัดการบริษัทผลิตภัณฑ์และวัสดุก่อสร้าง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ซิเมนต์และวัสดุทนไฟ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายผลิต จนถึงรองผู้จัดการใหญ่

19 กุมภาพันธ์ 2523 คือวันที่จรัส ชูโต ได้มานั่งเก้าอี้ของผู้จัดการใหญ่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด

ในความหมายของ "ผุ้จัดการแห่งปี"

จรัส ชูโตเป็น professional manager ซึ่งมีทุกอย่างเท่าที่ผู้จัดการมืออาชีพจะพึงมี

เริ่มด้วยความรู้ในกิจการที่จรัสทำอยู่นั้น จากการที่จรัสเริ่มจากฝ่ายปฏิบัติการทำให้จรัส อยู่ในสภาวะที่ชาวบ้านเรียกว่า "เท้าติดดิน" อยู่ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะมองจรัสในรูปลักษณะของ "พฤติกรรมผู้จัดการ" หรือ "ลักษณะของผู้จัดการ"หรือ"ผู้จัดการตามแต่สถานการณ์" จรัส ชูโตสวมได้ทุกบทบาท

การมองการณ์ไกล

การมองการณ์ไกลของจรัส ชูโต นั้นมองมานานแล้วนับตั้งแต่การที่เขาเห็นว่าเครือซิเมนต์ไทยนั้นเป็นบริษัทประเภท production oriented ฉะนั้นการที่จะละเลยบทบาทของนายช่างนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควร

ในยุคที่ก่อนจรัสจะขึ้นมาเป็นผู้จัดการใหญ่นั้น ระบบของเครือซิเมนต์ไทยเป็นไปในทางที่ทุกฝ่ายจะผลิตแล้วส่งให้บริษัทขายกลางเป็นคนขาย ซึ่งปัญหาของการขาดความเข้าใจระหว่างการตลาดในแง่ของการประเมินปริมาณการขายกับฝ่ายผลิต ในแง่ของการคาดคะเนกำลังผิดมักจะเกิดข้อขัดแย้งเสมอ

และที่สำคัญที่สุดคือการที่จะเอา marketing นำหน้า production นั้นเป็นเรื่องที่คุกรุ่นในหมู่พนักงานเครือซิเมนต์ไทย ซึ่งฐานของเครือซิเมนต์ไทยก็คือฐานของนายช่าง

จรัสเป็นคนที่ไม่ยอมเอาผลประโยชน์ระยะสั้นแล้วสูญเสียผลประโยชน์ระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเกี่ยวพันกับลูกค้าบริษัท

"ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งมีการประชุมการทำงานในระดับผู้จัดการในสมัยที่คุณสมหมายเป็นผู้จัดการใหญ่อยู่ เวลานั้น ปูนขาดตลาด และมีการเสนอให้ลูกค้าถ้าต้องการปูนก็ให้มาขนเองที่โรงงาน แต่คุณจรัสค้านหัวชนฝา โดยเขาต้องการให้ปูนบริการลูกค้าอย่างเต็มที่ถึงแม้ว่าปูนจะอยู่ใน position ที่สามารถ dictate term ได้ " คนนอกที่ใกล้ชิดจรัส ชูโต และได้มีโอกาสไปนั่งเสนองานในครั้งนั้นเล่าให้ฟัง

การมองการณ์ไกลของจรัสนั้นรวมไปถึง corporate strategy หลายอย่างที่เริ่มในยุคจรัสเริ่มเป็นผู้จัดการใหญ่และมาเห็นผลในระยะหลังนี้ ซึ่งก็มีหลายประการ ตั้งแต่การพัฒนาคนไปจนกระทั่งการแบ่งกลุ่มบริษัทและการdiversify ธุรกิจออกไปในลักษณะ satellite

การมองอะไรในระยะยาวอาจจะเป็นเพราะจรัส ชูโตเป็นนักอุตสาหกรรม (industrialist) ในความหมายของมันอย่างเต็มที่

การเป็น industrialist ของจรัสทำให้เขามองทุกอย่างระยะยาวหมด และเขาก็จะไม่ตกอกตกใจถ้าเกิดมีวิกฤตการณ์ขึ้นมา

แม้กระทั่งในระยะที่มีการควบคุมราคาปูน มีผู้บริหารรวมทั้งกรรมการหลายคนต้องการจะให้ปูนใช้สายสัมพันธ์ที่มีกับกลุ่มต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาการที่ปูนต้องถูกคุมราคาสินค้า

แต่จรัสเองกลับมองปัญหานี้ว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มันต้องเกิดขึ้น เขาเคยพูดว่าเมื่อรัฐบาลประสบปัญหา ปูนซิเมนต์ไทยก็จำต้องยอมขมขื่นไปด้วย

CONSIDERATE และแคร์คนมาก มีจิตวิทยาการใช้คนสูง

ในตำแหน่งหน้าที่ของจรัสซึ่งมีอำนาจมาก จรัส ชูโตวางตัวได้ดีเลิศ

เขาเป็นคนสนใจในรายละเอียดและจดจำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ของคนได้ดีมาก จนคนที่เข้าพบเขาซึ่งระดับต่ำกว่าเขามากจะรู้สึกแปลกใจว่า ไม่น่าเชื่อที่คนระดับจรัส ชูโต จะสนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ได้

บางครั้งเมื่อเขาพูดกับคนภายนอกแล้วพาดพิงไปถึงเด็กหนุ่มที่ทำงานปูนหลายคนจรัสจะสามารถพูดถึงชื่อเด็กหนุ่มคนนั้น พร้อมทั้งอธิบายให้ละเอียดว่าคนนั้นทำงานก้ววหน้าหรือถอยหลังไปแค่ไหนอย่างไร

"จรัสเป็นคนมี common sense สูง ถกเถียงอะไรกับเขาลำบากมาก เพราะจรัสจะพูดทุกอย่างจากข้อเท็จจริงทั้งหมด" เพื่อนรุ่นน้องจรัสเล่าให้ฟัง

จรัสรู้จักใช้คนและเขาไม่เคยสั่งใคร แต่ "เขาจะมีวิธีการพูดที่ไม่ใช่สั่ง แต่คนที่พูดกับเขาจะรู้เลยว่านี่คือสิ่งที่จรัสต้องการ และความเห็นของจรัสที่แสดงออกมาจะเป็นความเห็นที่แฝงด้วย AUTHORITY"

จรัสจะเป็นกันเองกับทุกคนและเป็นผู้จัดการใหญ่ที่ไม่มีฟอร์มอะไรมากมาย หลายครั้งหลายคราวในห้องอาหารของพนักงานปูนที่ทุกระดับมานั่งเหมือนกันหมด จะเจอจรัสเดินถือถาดอาหารพยายามแวะนั่งตามโต๊ะเพื่อคุยกับพนักงานและหลายครั้งที่ไม่มีที่ให้นั่งจรัสจะต้องเลี่ยงไปนั่งคนเดียว

ในการประชุมหลายครั้ง จรัสจะนั่งฟังทุกคนพูดโดยไม่ออกความเห็น เมื่อจบแล้วพอจรัสพูดทุกคนก็จะรู้ทันทีเลยว่าจรัสจะมีความคิดเป็นของตนเองที่ทุกคนจะต้องยอมรับ

นอกจากนั้นแล้วถ้าใครไม่ผิดแต่อาจจะทำให้ผู้ใหญ่ระดับ BOARD ไม่พอใจ จรัสจะบอกผู้อยู่ใต้บังคับบัญชานั้นว่าเขาจะแก้ปัญหาให้เอง

เขาเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานแต่เป็นลักษณะ QUIET AMBITION ซึ่งพอดีเหมาะสมกับ NORM ของปูน

"เมื่อสัก6-7 ปีที่แล้วไม่เคยมีใครคิดว่าจรัสจะขึ้นมาขนาดนี้ เพราะเห็นได้ชัดเลยว่าเวลาประชุมอะไรกันแทบทุกคนจะข้ามแกไปหมด บางคนแค่เปิดประตูห้องประชุมมาก็พ่นภาษาอังกฤษเป็นน้ำ แต่แกจะนั่งเฉยๆ ใจเย็นๆ และแกจะโต้แย้งจากข้อเท็จจริง เพราะแกเป็น OPERATIONS MAN มาก่อน แกรู้ปัญหาดี และนี่เป็น STRENGTH ของแก"

ถ้าจะพูดถึง STRENGTH ของจรัส ชูโต แล้ว ก็ต้องยอมรับว่าในด้านการพัฒนาคนนั้นเขาเด่นที่สุดในวงการธุรกิจเมืองไทย

จรัสจะพูดอยู่เสมอว่าเขาได้เรียนรู้จากงานและการฝึกอบรมของเอสโซ่มาตลอด และจากการที่เป็นคนสนใจศาสตร์ของการบริหารถึงแม้จะจบวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งคนรุ่นจรัสที่จบทางช่างแทบจะไม่มีใครให้ความสนใจในด้าน MODERN MANAGEMENT เลย

แต่จรัสสนใจที่จะศึกษาและต้องการจะพัฒนาคนอื่นด้วย!

จรัส ชูโตเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ก่อตั้งสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (THAILAND MANAGEMENT ASSOCIATION) หรือ TMA

ในบรรดาผู้ที่ทำงานร่วมกับจรัสใน TMA จำได้ว่า จรัสเป็นคนเอาจริงเอาจัง "พี่รัสเป็นคน DEDICATED และมี COMMITMENT ที่สูงมาก TMA ที่มาได้ขนาดนี้ส่วนหนึ่งเป็น เพราะพี่รัสเอาจริงเอาจังกับสมาคมและแกเป็นคนเชื่อมากในเรื่องหลักการบริหารอย่างทันสมัย" ชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ อดีตกรรมการคนหนึ่งของ TMA เล่าให้ฟัง

สำหรับในเครือซิเมนต์ไทยเอง จากประสบการณ์ของจรัสที่เคยทำด้านปฏิบัติการมาก่อนได้เห็นความขัดแย้งระหว่างสายช่างกับสายการตลาดมาตลอด คงจะทำให้จรัสคิดว่าไหนๆ เครือซิเมนต์ไทยก็เป็น PRODUCTION ORIENTED แล้ว ถ้าปรับปรุงและพัฒนาพนักงานซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากสายช่างให้รู้มากกว่าการเป็นช่าง แต่ให้รู้ถึง BUSINESS CONCEPT ให้ดีแล้วค่อยเรียนโปรแกรมที่สูงขึ้นเช่นโครงการ MDP (อ่านรายละเอียดเรื่องนี้ในผู้จัดการฉบับที่ 14 เดือนตุลาคม หน้า 22-40) เพื่อพัฒนาตนเองไปในระดับบริหารชั้นสูงขึ้น นอกจากจะเป็นการปรับปรุงคุณภาพบุคลากรแล้วยังเป็นการสร้างคนจากภายในเพื่อเตรียมไว้รองรับการขยายงานของเครือซิเมนต์ไทยอีก

พอจะเรียกได้ว่ายุคของจรัส ชูโต เป็นยุคที่เครือซิเมนต์ไทยมีการพัฒนาคนอย่างจริงจัง และได้มีการลงทุนในโครงการนี้อย่างไม่เสียดายเงิน (โครงการ MDP เพียงโครงการเดียว จัดแต่ละครั้งต้องใช้เงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป)

ชื่อเสียงของจรัส ชูโตในด้านการพัฒนาคนโด่งดังมาก จรัส ชูโตยังได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากจุฬาลงกรณ์ฯ ในปี 2526 สาขาบริหารธุรกิจ

นอกจากนั้นแล้วในเดือนมกราคมหลังจากที่จรัส ชูโต เกษียณอายุจากเครือซิเมนต์ไทยแล้ว จรัส ชูโต จะเป็นคนจากภาคเอกชนคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(NIDA)

ก็ต้องนับว่าเป็นโชคอย่างที่สุดของ NIDA ที่ได้คนอย่างจรัส ชูโต เข้าไปวางนโยบายโครงการปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจของ NIDAคงจะคึกคักขึ้นอีกมากหลังจากที่ซบเซามานานพอสมควร

เป็น FAMILY MAN ใกล้ชิดกันทั้งครอบครัว

ชีวิตครอบครัวของจรัส ชูโต ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงว่าจรัส ชูโต เป็นคนประเภทใด

จรัส ชูโตมีภรรยาเป็นแพทย์ ชื่อ ประไพ ซึ่งทำงานอยู่สภากาชาดไทย มีบุตรและธิดาอย่างละคน คนโตเป็นผู้หญิงชื่อพวงรัตน์ ทำงานอยู่บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน คนเล็กเป็นผู้ชายทำงานอยู่ CITI BANK

ครอบครัวจรัส ชูโตเป็นครอบครัวตัวอย่างที่ชอบทำกิจกรรมร่วมกัน บางครั้งพ่อแม่ลูกก็จะไปตีกอล์ฟด้วยกัน

ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้จัดการใหญ่เครือซิเมนต์ไทยเป็นชีวิตความเป็นอยู่ที่สมถะอย่างมากๆ ทีเดียว

บ้านที่อยู่แถวๆ ดุสิตเป็นบ้านเล็กๆ ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นบ้านของผู้จัดการใหญ่เครือซิเมนต์ไทย บางครั้งถ้ามีการทานข้าวกันเกิน 10 คนก็ต้องขนเก้าอี้ออกมานั่งหน้าสนามหญ้าเล็กๆ และลูกๆ ยังต้องช่วยกันเสิร์ฟอาหาร

จรัสเป็นคน LOW PROFILE มากๆ ถ้าจะให้จรัสไปออกงานใดเป็นพิเศษแล้ว เขาจะอึดอัดและไม่ต้องการเป็นข่าว

แต่ถ้าจะให้เขาไปกินเหล้า JOHNNY BLACK ที่เขาชอบกับเอเย่นต์ขายสินค้าปูนแล้วเขาพร้อมที่จะไปเสมอ

การกินอาหารของจรัสก็เป็นแบบง่ายๆ อาหารไทยคืออาหารหลักที่เขาชอบ น้ำพริกปลาทู ผัดสะตอ อาหารใต้ คือสิ่งที่จรัสโปรดมากๆ

จรัสเป็นคนแต่งตัวเรียบร้อยแต่ไม่แคร์ว่าต้องประดับยี่ห้ออะไรที่ดัง ๆ ไว้กับตัว

คนเราจะเป็นผู้นำที่ดีและมีคนนับถือได้อย่างเต็มที่นั้น นอกจากจะต้องมีความสามารถในการทำงานเป็นพื้นฐานมีความเข้าใจในธุรกิจเป็นหลักแล้วยังต้องมีชีวิตส่วนตัวที่เป็นแบบอย่างได้ด้วย

เพราะพฤติกรรมของผู้จัดการบางครั้งมันก็สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมขององค์กรเหมือนกัน และมันก็เป็นเช่นกันในมุมกลับ

จรัส ชูโตเป็นคนไม่มีศัตรู และเป็นคนที่สามารถจะคุยกับคนทุกระดับได้รู้เรื่อง

นอกเหนือจากการที่เป็นคนเก่งในการบริหารธุรกิจ ซึ่งพิสูจน์ได้จากฐานที่มั่นคงและการเจริญเติบโตของเครือซิเมนต์ไทยแล้ว

จากการที่องค์กรเช่นเครือซิเมนต์ไทยมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างสูง บางทีสิ่งนี้ก็อาจจะสะท้อนให้เห็นว่า จรัส ชูโต คิดอย่างไรกับสังคมบ้าง

เพราะก็ได้มีการพิสูจน์และวิจัยกันมาแล้วมิใช่หรือว่า พฤติกรรมของผู้จัดการมักจะเป็นส่วนหนึ่งที่องค์กรนั้นแสดงออกต่อสังคมเช่นนั้น

ขอแสดงความยินดีกับการเป็น "ผู้จัดการแห่งปี" ที่เราให้จรัส ชูโต มาเป็นอันดับที่หนึ่งของ 3 คน



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.