คิดใหญ่แบบ ‘เซ็นทรัล’ ปั้นเชน ‘เซ็นทารา’ บุกตลาดโลก


ผู้จัดการรายสัปดาห์(24 ธันวาคม 2553)



กลับสู่หน้าหลัก

ความเชื่อที่ว่า “ฝรั่งเท่านั้นที่จะบริหารโรงแรมได้” กำลังจะหมดไปในเมืองไทยแล้ว เพราะวันนี้เจ้าของโรงแรมไทยหลายแห่งหาญกล้าถึงขนาดลงไปรับจ้างบริหารโรงแรมซะเอง บางรายถึงกับไปรับจ้างบริหารโรงแรมที่มีเจ้าของเป็นฝรั่งด้วยซ้ำ

การเติบโตของเชนโรงแรมไทยในการเข้าไปบริหารโรงแรมโลกเริ่มมีมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเชนใหญ่ๆ อย่าง “เซ็นทารา” “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” “ดุสิตธานี” “ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล” ต่างบุกรับบริหารทั้งตลาดไทยและเทศ แต่ที่เห็นชัดคงหนีไม่พ้นเชน “เซ็นทารา” เพราะเห็นความเคลื่อนไหวได้อย่างเด่นชัด

จากประสบการณ์ 30 ปีในวงการโรงแรมไทยของกลุ่มเซ็นทรัล จนมาถึงวันที่กลุ่มเซ็นทรัลได้รีแบรนด์สายงานในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทรัล มาเป็น “เซ็นทารา” เมื่อหลายปีก่อน พร้อมประกาศลั่นไว้เมื่อปี 2552 ว่าจะปักธงก้าวสู่ความเป็นเบอร์ 1 ในธุรกิจโรงแรมไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า (2553-2558) เฉกเช่นเดียวกับธุรกิจค้าปลีก ที่วันนี้โตเป็นอันดับ 1 ของตลาดจนไม่มีใครสามารถขึ้นมาแทนได้

การจะไปถึงแผนดังกล่าวได้ “เซ็นทารา” จะต้องมีจำนวนห้องพักรวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 10,000 ห้อง จาก 77 โรงแรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ แบ่งเป็น 50% ลงทุนเอง อีก 50% มาจากรับบริหารจัดการ และร่วมลงทุนในต่างประเทศ จากเดิมที่ “เซ็นทารา” มีจำนวนห้องพักประมาณ 5,000 กว่าห้อง จาก 25 เป็นการรับจ้างบริหาร 11 โรงแรมร่วมลงทุน 4 โรงแรม และอีก 10 โรงแรมเป็นการลงทุนของบริษัทโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)

หากมองกันให้ดี การจะเพิ่มสัดส่วนการรับจ้างบริหารให้เพิ่มมากขึ้นถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดังนั้น ก่อนที่จะก้าวสู่อันดับ 1 ให้ได้ “เซ็นทารา” จึงต้องปรับตัวเองอีกครั้งด้วยการจัดตั้งบริษัท เซ็นทารา อินเตอร์เนชั่นแนล แมเนจเม้นต์ จำกัด หรือซีไอเอ็ม เพื่อทำหน้าที่รับบริหารโรงแรมโดยเฉพาะ

โดยซีไอเอ็มจะมี บมจ.เซ็นทรัลพลาซา ถือหุ้น 100% ขณะนี้ก็ได้รับการติดต่อจากโรงแรมต่างๆ ที่อยากจะให้ซีไอเอ็มเข้าไปบริหาร 20-30 แห่ง นอกจากนี้ ซีไอเอ็มยังไม่หยุดยั้งโดยอาจจะมีการแยกธุรกิจสปาออกมาจัดตั้งเป็นบริษัทลูก เพื่อขยายธุรกิจในส่วนนี้ด้วย

แม้วันนี้ “เซ็นทารา” จะเป็นเชนโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในไทยแล้ว แต่สิ่งที่ “เซ็นทารา” ต้องการอีกประการ คือ การเดินไปข้างหน้าสู่ความเป็น International Market หรือไปสู่ตลาดในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ การขยายตัวไปต่างประเทศถือเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดีอย่างหนึ่ง หากประเทศไทยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หรือการเมืองเหมือนที่แล้วมาก็จะได้รับผลกระทบเรื่องรายได้น้อยลง

นอกจากนี้ เหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งคงเป็นเพราะ “สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์” ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำธุรกิจโรงแรมมาเกือบ 30 ปีแล้ว เมื่อถึงจุดจุดหนึ่งก็เกิดความคิดที่อยากจะก้าวกระโดด และวันนี้สุทธิเกียรติเห็นแล้วว่าถึงจุดที่เขาควรจะทำแล้ว

โดยแบรนด์ที่ “เซ็นทารา” จะนำออกต่างประเทศ คือ “เซ็นทาราแกรนด์”, “เซ็นทารา”, “เซ็นทาราบูติกคอลเลกชั่น” ที่ผ่านมา “เซ็นทารา” เข้าไปรับบริหารโรงแรมให้กับมัลดีฟส์ 1 แห่ง อินเดีย 1 แห่ง ฟิลิปปินส์ 2 แห่ง และเวียดนาม 1 แห่ง โดยที่มัลดีฟส์เป็นการเข้าไปลงทุนร่วมกันของซีไอเอ็มภายใต้ชื่อ “เซ็นทาราแกรนด์ไอส์แลนด์ รีสอร์ท และสปา มัลดีฟส์” ใช้งบลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท สัมปทาน 21 ปี เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา ส่วนที่โรงแรมม็อกชา หิมาลายา สปา รีสอร์ท ของประเทศอินเดีย เป็นการเข้าไปรับจ้างบริหารระยะ 10 ปี

นอกจากนี้ ในอีก 5 ปีข้างหน้า ยังตั้งเป้ามุ่งขยายสู่ตลาดต่างประเทศ เช่น บาห์เรน ศรีลังกา มาเลเซีย จีน หมู่เกาะซีเชล และสาธารณรัฐมอริเชียส ตะวันออกกลาง ฯลฯ แต่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเจรจา

ส่วนในไทยจะเน้นการรับบริหารโรงแรมแบบครอบคลุมตั้งแต่ 5 ดาวไปจนถึง 2 ดาว ภายใต้แบรนด์ “เซ็นทาราแกรนด์” บริหารโรงแรม 5 ดาว “เซ็นทารา” บริหารโรงแรม 4 ดาว “เซ็นทารา บูติกคอลเลกชั่น” เน้นโรงแรมหรูสไตล์บูติก แบรนด์ “บัดเจ็ต” รับบริหารโรงแรม 3-2 ดาว

รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโส ฝ่ายการเงินบัญชีและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แผนงานรับจ้างบริหารโรงแรมให้ต่างประเทศนั้น ในอดีตบริษัทได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร ปัจจุบันหลังจากต่างชาติเห็นฝีมือการบริหารและความเป็นเอกลักษณ์ในการบริหารแบบไทยๆ ซึ่งเข้ากับวัฒนธรรมจึงถูกใจต่างชาติ ทำให้เกิดความนิยมในต่างประเทศและสนใจที่จะให้โรงแรมในไทยเข้าไปบริหารงาน ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้ดี

“ผมเชื่อว่าประเทศไทยเรามีเอกลักษณ์ทำให้ประเทศอื่นอยากเอาอย่าง และที่ผ่านมาเขาก็เห็นฝีมือของเรามาตลอด และเชื่อมั่นในการบริหารที่มีคุณภาพจึงให้เราเป็นคนดูแลทั้งหมด โดยอาจดึงฝ่ายบริหารเข้าไปทำด้วย เพื่อให้ต่างชาติรู้สึกมั่นใจว่าประเทศไทยบริหารงานได้มาตรฐาน”

อย่างไรก็ตาม การจะขยายโรงแรมไปต่างประเทศได้ “เซ็นทารา” จะต้องมีสำนักงานอยู่ในประเทศนั้นๆ ด้วย ซึ่งปัจจุบัน “เซ็นทารา” มีสำนักงานอยู่แล้ว 10 แห่ง โดยอยู่ในประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง ดูไบ อินเดีย และกำลังจะเปิดเพิ่มเติมเร็วๆ นี้คือ รัสเซีย และเยอรมนี เพราะตั้งเป้าไว้แล้วว่าในอนาคตจะเน้นการรับบริหารในต่างประเทศมากขึ้น

แม้การรับจ้างบริหารถือเป็นก้าวใหม่ของกลุ่มเซ็นทรัล แต่เซ็นทรัลไม่ใช่มือใหม่ที่เข้าไปลงทุนธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ ที่ผ่านมาเคยเข้าไปลงทุนในสหรัฐอเมริกา หรือโรงแรมเรือในพม่า แต่ปัจจุบันขายไปแล้ว

ถึงจะไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้วันนี้ “เซ็นทารา” เป็นเชนที่ผู้ว่าจ้างมั่นใจที่จะจ้างให้เข้ามาบริหาร คือ ประสบการณ์ในการคลุกคลีอยู่ในธุรกิจโรงแรม 30 ปี จึงมั่นใจได้ว่าเชน “เซ็นทารา” ไม่แพ้เชนอื่นๆ ในโลกอย่างแน่นอน


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.