พรรณี พุทธารี เจ้าที่ดินรายใหญ่ย่านบางกะปิ


นิตยสารผู้จัดการ( กรกฎาคม 2533)



กลับสู่หน้าหลัก

ในวงการเรียลเอสเตทชื่อ "พรรณี พุทธารี" รู้จักกันทั่วไปในฐานะนายกสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์และเป็นกรรมการผู้จัดการในกิจการบริษัทเอ.บี.ซี.เทรดดิ้ง และบริษัทธนธาราซึ่งเป็นเจ้าของโครงการบ้านธารารมณ์หัวหมากซึ่งสร้างอยู่บนเนื้อที่ 85 ไร่ใจกลางความเจริญในย่านหัวหมาก

เป็นเรื่องยากยิ่งสำหรับนักพัฒนาที่ดินที่จะถือครองที่ดินแปลงใหญ่ในทำเลงามๆ เกิน 10 ไร่ได้ในยามที่พื้นที่ทุกตารางเมตรในกรุงเทพขณะนี้แพงราวทองคำ แต่สำหรับ พรรณี พุทธารี เป็นเรื่องของการมองการณ์ไกลและบุญเก่าที่เกิดมาในตระกูล "เคียงศิริ" เจ้าที่ดินย่านสุขุมวิท-คลองตัน-หัวหมาก

"ตระกูลนี้เป็นคนจีนที่ร่ำรวยมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษแล้ว มีสองพี่น้องคนจีนชื่อ เล็กกับเชวง เคียงศิริ สมัยก่อนเขาเคยมีอู่ค้าขายรถยนต์ต่างประเทศที่แถวโรงหนังเฉลิมนครซึ่งอยู่บนถนนเจริญกรุง สำหรับที่ดินเขาก็มีที่ดินแถวๆ ชานเมืองแต่ไม่มากเท่าเจ้าที่ดิน 4 รายคือเจ้าของห้างเล่าเซ่งฮวดซึ่งชื่อเชวงเหมือนกัน หวั่งหลีก็มีมากเช่นเดียวกับหลวงอรรถกวีสุนทร และหลวงแจ่มวิชาสอน (เจ้าของยาสีฟันวิเศษนิยม) พวกนี้เขามีเงินทองมากและรับจำนองที่ดินและเก็บไว้ไม่ได้ซื้อมาขายไป" ประสิทธิ์ ณ พัทลุง ย้อนรอยอดีตให้ฟัง ประสิทธิ์เคยเป็นเลขานุการกระทรวงการคลังสมัยสมหมาย ฮุนตระกูลเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ตระกูลเคียงศิริได้สร้างสายสัมพันธ์ทางธุรกิจไว้มากมายเพราะความสามารถของเล็ก-เชวง เคียงศิริ ที่สร้างฐานรากกิจการต่างๆ ไว้เช่นการร่วมลงทุนกับตระกูลสารสินและบุญสูงตั้งบริษัทไทยน้ำทิพย์ผู้ผลิตและขายน้ำอัดลม "โค้ก" (ปัจจุบันวัลลภลูกชายของเชวง เคียงศิริ เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทอยู่) นอกจากนี้เล็กยังร่วมก่อตั้งธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การด้วย

ต่อมาในคนรุ่นที่สองของตระกูล "เคียงศิริ" ซึ่งเป็นลูกชายลูกสาวของ เชวง เคียงศิริ คือ เพ็ญศรี เชี่ยวชาญ (ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการบริษัทประกันคุ้มภัยซึ่งพี่เขยคือ ไพศาล สุขุมพานิช ได้ทำไว้) วัลลภ และพรรณี (ดูตารางตระกูลประกอบ) กิจการได้ขยายไปสู่การค้าที่ดิน ในปี 2509 บริษัทเอ.บี.ซี.เทรดดิ้งได้เกิดขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 5 แสนบาทและเพิ่มทุนเป็น 25 ล้านในปี 2512 ซึ่งแบ่งเป็นหุ้นสามัญที่ลงเงิน 417,000 บาทและที่เหลือผู้ถือหุ้นได้นำที่ดินจำนวน 57.28 ไร่มาลงเป็นค่าหุ้นที่มีมูลค่า 19,583,000 บาท

และในปี 2512 ตระกูลเคียงศิริก็ได้เปิดบริษัทธนธาราอีกบริษัทหนึ่งซึ่งทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาทซึ่งก็ใช้วิธีเดิมคือลงเงินและที่ดินรวม 91.54 ไร่เป็นค่าหุ้น

ที่ดินเปล่าที่นำมาลงทุนในบริษัททั้งสองนี้ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในย่านบางกะปิ ลาดพร้าว หัวหมาก บางจาก และพระโขนง จากบัญชีทรัพย์สินที่ผู้ถือหุ้นบริษัทธนธาราแสดงไว้พบว่าราคาที่ดินบริเวณหัวหมากเมื่อปี 2512 ได้ประเมินไว้เพียงตารางวาละ 16,000 บาท หรือที่ตำบลวังทองหลางบางกะปิคิดไว้เพียงตารางวาละ 800 บาทขณะที่ราคาประเมินตกตารางวาละ 16,000 บาทหรือที่ดินย่านสุขุมวิทตกตารางวาละ 2,600 บาทเท่านั้นเองขณะที่บ้านจัดสรรชั้นดีที่ขายคุณภาพและชื่อเสียง ทำให้โครงการอื่นๆ ที่ตามมาขายได้หมดในเวลาไม่กี่เดือน

ในปี 2530 พรรณีได้จัดสรรโครงการบ้านธารารมณ์ 1 และ 2 บนพื้นที่ 70 ไร่บริเวณรามคำแหงซอย 9 ซึ่งประกอบด้วยทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวในระดับราคา 1.5 ถึง 3 ล้านบาทซึ่งก็ขายหมดในเวลา 3 เดือนแรกและในเดือนตุลาคมปี 2532 พรรณีก็ได้ขยายไปเปิดโครงการธารารมณ์บางกะปิบนเนื้อที่ 300 ไร่ถนนสุขาภิบาล 3

และในปลายปี 2532 โครงการที่ใช้เงินลงทุนมากที่สุดคือโครงการบ้านธารารมณ์หัวหมากมูลค่าพันล้านบาทบนเนื้อที่ 85 ไร่ใจกลางย่านรามคำแหงก็ได้เปิดขายในช่วงแรกสองอาคารบนเนื้อที่ 25 ไร่ 300 กว่ายูนิตๆละ 1.2-8 ล้านบาท โครงการนี้สนับสนุนโดยธนาคารไทยพาณิชย์

"เนื้อที่ที่เราสร้างโครงการบ้านธารารมณ์หัวหมากนี้เป็นผืนใหญ่ที่เราค่อยๆ ซื้อติดต่อกันมาหลายปี เดิมเป็นที่ว่างและข้ามคลองแสนแสบไม่มากทำเลดีทำให้ลูกค้าเราสามารถเดินมาชอปปิ้งได้ที่ห้างเซ็นทรัลและเดอะมอลล์ได้" พรรณีเล่าให้ฟัง

งานวันเปิดนี้พงส์ สารสิน รองนายกรัฐมนตรีก็มาเป็นประธานพิธีเปิดด้วย เพราะสายสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวตระกูลเคียงศิริและสารสินนั้นยาวนานตั้งแต่รุ่นพ่อจนถึงรุ่นลูกหลาน

"โครงการบ้านธารารมณ์บางกะปินี้คุณแม่ให้ผมเข้ามาศึกษาแห่งแรก ตอนนี้โครงการที่เปิดขายหมดแล้ว ส่วนที่ยังเหลืออยู่หนึ่งในสี่ยังไม่เปิด ส่วนโครงการบ้านธารารมณ์หัวหมากซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมโครงการแรกที่ผมช่วยอยู่ เราจะสร้างสองอาคารเป็นตึก 10 ชั้นและ 19 ชั้นบนเนื้อที่ 20 ไร่ที่เน้น LANDSCAPE ที่เอาธรรมชาติผสมผสานกับการอยู่อาศัยตึกในเมืองด้วย คาดว่าปลายปี 34 นี้ก็เสร็จ" พิชญา พุทธารี ผู้ช่วยผู้จัดการหนุ่มโครงการบ้านธารารมณ์หัวหมากเล่าให้ฟัง พิชญาเป็นลูกชายคนที่สองของพรรณี ส่วนลูกชายคนโตที่ชื่อวศินได้ไปปักหลักอาชีพแพทย์ที่สหรัฐอเมริกา

นอกจากโครงการบ้านธารารมณ์แล้ว การลงทุนเพื่อสร้างอาคารสำนักงานหรือออฟฟิศบิลดิ้งภายใต้ชื่อว่า "ธารารมณ์" ก็เกิดขึ้นบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โครงการนี้เป็นอาคารสูง 19 ชั้น มีเนื้อที่ประมาณ 10,000 ตารางเมตร

ณ อาคารสำนักงาน "ธารารมณ์" แห่งนี้จะเป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ของการบริหารงานระบบครอบครัวที่ทำกันในหมู่พี่น้องและลูกหลานตระกูล "เคียงศิริ" และพรรณีในฐานะผู้นำองค์กรและสมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์จะพัฒนาธุรกิจและวงการเรียลเอสเตทให้ก้าวไปในทิศทางสู่ความร่ำรวยต่อไป



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.