|

ซี.พี.รุกลงทุนเพิ่มตลาดจีน-อินเดีย-เวียดนาม ตั้งเป้า” เซี่ยงไฮ้ คิงฮิลล์”เข้าตลาดหุ้นปี54
ASTV ผู้จัดการรายวัน(9 ธันวาคม 2553)
กลับสู่หน้าหลัก
ซี.พี.พุ่งเป้าลงทุนต่างประเทศเพิ่มทั้งจีน-อินเดีย-เวียดนาม มองเศรษฐกิจยังสดใส จ่อลงทุนซุปเปอร์แบรนด์มอลล์ในจีนเพิ่มอีก 2แห่งในปีหน้า แห่งละ 1.5 หมื่นล้านบาท แย้มแต่งตัว” เซี่ยงไฮ้ คิงฮิลล์”ลุยธุรกิจค้าปลีกเข้าตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ปี 54 ล่าสุดเตรียมรีไฟแนนซ์หนี้เงินกู้ 3พันล้านหยวน ลดภาระดอกเบี้ยจ่ายและยืดอายุหนี้ วางแผนลงทุนธุรกิจสัตว์บกและสัตว์น้ำเวียดนามเพิ่ม ตั้งเป้า 5ปีรายได้โตเท่าตัว พร้อมกับทุ่ม 1.5พันล้านบาทขยายโรงงานผลิตอาหารปลาที่อินเดีย
นายธนากร เสรีบุรี ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรม(จีน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) เปิดเผยในงานคุยกับซี.พี.ครั้งที่ 3/2553 -การลงทุนในต่างประเทศของเครือเจริญโภคภัณฑ์”วานนี้ (8 ธ.ค.)ว่า แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจในปีหน้ายังคงร้อนแรงและคาดว่าจะเติบโตประมาณ 8.5% จากปีนี้ที่คาดว่าเศรษฐกิจจีนเติบโต 9.6%เนื่องจากรัฐบาลจีนมีการเร่งโครงการรถไฟด่วนความเร็วสูงหลายเส้นทางทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นช่วยลดต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ลง
นอกจากนี้ แม้เศรษฐกิจต่างประเทศจะชะลอตัวลง แต่เศรษฐกิจของจีนไม่ได้กระทบมากนัก เนื่องจากรัฐบาลจีนวางยุทธศาสตร์อย่างมีแบบแผนโดยดำเนินการสร้างตลาดภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น ลดการส่งออกลง ซึ่งปัจจุบันจีนส่งออกสินค้าไม่ถึง 1ใน3 ของการผลิต ดังนั้นปี 2554 เครือเจริญโภคภัณฑ์ในจีนได้ร่วมมือกับรัฐบาลลั่วหยาง พัฒนาโครงการZhengda International City Plaza Civic Center (Luoyang) เป็นซุปเปอร์คอมเพล็กซ์บนพื้นที่ 115 ไร่ ใจกลางเมืองลั่วหยาง โดยจะมีการสร้างอาคารสูง 60 ชั้น 2 อาคารและอาคารสูง 40 ชั้น 2 อาคาร ซึ่งมีทั้งคอนโดมิเนียม ที่พักอาศัย สำนักงาน โรงแรมและศูนย์ราชการ ศูนย์การค้าซุปเปอร์แบรนด์มอลล์ ใช้เงินลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 6ปีข้างหน้า
โดยโครงการนี้จะคืนทุนภายใน 3ปี สร้างผลกำไรให้กับบริษัทฯประมาณ 2 พันล้านหยวนหรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้บริษัทฯยังอยู่ระหว่างการพิจารณาพัฒนาโครงการศูนย์การค้าซุปเปอร์แบรนด์มอลล์เพิ่มเติมอีก 2 แห่งในเมืองใหญ่ของจีน หลังจากได้รับการเชิญชวนจากหลายมณฑลในจีนให้ไปลงทุนอาทิ หางโจว เซิ่นหยาง ซานตง เซี่ยงไฮ้เขตตะวันตก เป็นต้น
เบื้องต้นจะพัฒนาโครงการศูนย์การค้า บนพื้นที่ประมาณ 80,000-100,000 ตร.ม. คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท/โครงการ โดยจะให้บริษัท เซี่ยงไฮ้ คิงฮิลล์ จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการซุปเปอร์แบรนด์มอลล์ ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์มีแผนจะนำบริษัท เซี่ยงไฮ้ คิงฮิลล์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่เซี่ยงไฮ้ในปี 2554
โดยในวันนี้ (9 ธ.ค.) บริษัท เซี่ยงไฮ้ คิงฮิลล์ จำกัด จะมีการปรับโครงสร้างหนี้ เซ็นสัญญากู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินจำนวน 3 พันล้านหยวนหรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาทมาชำระคืนหนี้เดิม 2.5 พันล้านหยวน และที่เหลืออีก 500 ล้านหยวน ใช้ขยายการลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งการปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าวจะทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลง รวมทั้งยืดอายุหนี้จากเดิม 10ปีเป็น 12 ปี
ส่วนธุรกิจยานยนต์ซึ่งมีการผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อต้าหยางและต้ายุ่น คาดว่าปีนี้จะมีการผลิตและจำหน่าย 1.6 ล้านคัน/ปี เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 12% มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 5 ของตลาดรถจักรยานยนต์ในจีน โดยตั้งเป้าหมายจะติดอันดับ 1ใน3 และมีกำลังการผลิตและจำหน่าย 3 ล้านคัน/ปี
สำหรับธุรกิจการเป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องจักรและเครื่องยนต์ขนาดใหญ่Caterpillar ใน 9 มณฑลในภาคตะวันตกของจีน ก็ยังมีการขยายตัวที่ดีเติบโตปีละมากกว่า 30% ส่วนธุรกิจการเงินและการธนาคาร ก็ได้รับอนุมัติจากธนาคารจีนให้ดำเนินธุรกิจธนาคารภายใต้ชื่อZhengxin Bank ที่เซี่ยงไฮ้ โดยจะเป็นธนาคารสำหรับธุรกิจขนาดกลางและเล็กในจีน
ดังนั้นในปีนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ในจีนมียอดขายประมาณ 6 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10-15%จากปีก่อน โดยธุรกิจหลักยังคงเป็นธุรกิจเกษตรที่มีธุรกิจครอบคลุมทุกมณฑล รองลงมา คือ ธุรกิจอาหารและธุรกิจค้าปลีก ซึ่งแนวโน้มธุรกิจค้าปลีกมีโอกาสเติบโตสูงมาก
ตั้งเป้า 5ปียอดขายเวียดนามโตเท่าตัว
นายสุขสันต์ เจียมในสว่างฤกษ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร เขตประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ในปีหน้าบริษัทฯมียอดขายประมาณ 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตขึ้น 20%จากปีนี้ที่มียอดขายประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตั้งเป้าหมายภายใน 5ปีข้างหน้ายอดขายจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวหรือประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
โดยบริษัทฯจะมีการขยายการลงทุนเพิ่มเติมอีก 5โรงใน 5ปีข้างหน้า แบ่งเป็นโรงงานอาหารสัตว์บก 4 โรง เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 4 ล้านตัน/ปีจากปัจจุบันผลิตอยู่ 2.5 ล้านตัน/ปี และอีกโรงเป็นโรงงานผลิตอาหารกุ้งที่เมืองเว้ ซึ่งเป็นโครงการผลิตแบบครบวงจร โดยมีห้องเย็นด้วย คาดว่าจะเริ่มลงทุนได้ในปีหน้า
สำหรับเม็ดเงินลงทุนในปี 2554 จะใช้เงินประมาณ 150-200 ล้านเหรียญสหรัฐในการขยายธุรกิจอาหารสัตว์บก และสัตว์น้ำ และฟาร์มไก่เนื้อ การขยายการลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่องของซี.พี. เนื่องจากเห็นว่าเวียดนามเป็นประเทศที่มีศักยภาพที่จะขยายตัวทางเศรษฐกิจอีกมากโดยGDPเติบโตเฉลี่ยปีละ 7% แม้ว่าจะเผชิญปัญหาเงินเฟ้อ ค่าเงินอ่อนค่าลง แต่ก็มีความได้เปรียบด้านเสถียรภาพทางการเมือง ค่าแรง และกำลังซื้อของคนในประเทศ ซึ่งปัญหาต่างๆเชื่อว่ารัฐบาลเวียดนามจะสามารถแก้ไขให้ลุล่วงไปได้
ทุ่ม1.5พันลบ.ตั้งร.อาหารปลาที่อินเดีย
นายจรูญพันธ์ เจนศาตรา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านสนับสนุนอาหารสัตว์น้ำต่างประเทศ(อินเดีย) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)(ซีพีเอฟ) กล่าวว่าในปีหน้าบริษัทฯมีแผนจะสร้างโรงงานผลิตอาหารปลาอีก 3 แห่งเงินลงทุน 1,500 ล้านบาท ที่เมืองวีเจยาวาด้า เนื่องจากอินเดียเป็นประเทศที่เป็นตลาดปลาใหญ่อันดับ 2 ของโลก
ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯมีธูรกิจครบคลุมทั้งธุรกิจสัตว์บก สัตว์น้ำ โดยมียอดขายปีละ1.52 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 10%ของรายได้ของซีพีเอฟ คาดว่าปีหน้า ยอดขายของบริษัทในอินเดียจะเติบโตไม่น้อยกว่า 20% โดยตั้งเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 20%ของรายได้รวมซีพีเอฟ
ด้านนายสารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวต่อไปว่า ซี.พี.ยังเน้นการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะจีน อินเดียและเวียดนาม ซึ่งทั้ง 3ประเทศมีประชากรรวมกันกว่า 2 พันล้านและมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี แม้ว่าปีหน้าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวแต่เชื่อมั่นว่าธุรกิจของซี.พี.ยังเติบโตได้ดี และมีโอกาสเติบโตอีกมาก
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|