|

แฟชั่นออนไลน์ระอุ แข่งไม่ต่างห้างสรรพสินค้า
ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์(29 พฤศจิกายน 2553)
กลับสู่หน้าหลัก
*เว็บไซต์-มือถือเปลี่ยนรูปการชอปแฟชั่นไปอีกขั้น
* สร้างอารมณ์การซื้อขายไม่ต่างจากห้างสรรพสินค้า
* อีเบย์-กูเกิล ปั้นถนนแฟชั่นแห่งใหม่บนโลกออนไลน์
* การช่วงชิงผู้ขาย ผู้ซื้อยุคใหม่กำลังสร้างมูลค่ามหาศาล
จากตัวเลขมูลค่าการซื้อขายสินค้าแฟชั่นบนอีเบย์ในตลาดสหรัฐอเมริกา ที่สามารถขายรองเท้าได้ 1 คู่ทุก 7 วินาที เครื่องแต่งกายผู้หญิงขายได้ทุก 10 วินาที ชุดเดรสขายได้ทุก 10 วินาที เนกไทผู้ชายขายได้ทุก 43 วินาที และสินค้าแฟชั่นอื่นๆ อีกมากมายที่มีการขายในทุกๆ วินาที คือปรากฏการณ์การชอปที่เปลี่ยนแปลงไปจนผลักดันให้อีเบย์กลายเป็นตลาดแฟชั่นออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด มีมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
“อีเบย์สร้างประสบการณ์การซื้อสินค้าแฟชั่นบนออนไลน์ให้เสมือนกับการซื้อบนห้างสรรพสินค้า”
เป็นคำกล่าวของ เอกชัย รุกขจันทรกุล หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ อีเบย์ ประเทศไทย และว่า “มูลค่าและโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มแฟชั่นนี้มีอย่างมหาศาล”
ในช่วงต้นปี 2553 อีเบย์ได้มีการเปิดเว็บไซต์อีเบย์แฟชั่น (http://fashion.ebay.com) เพื่อรองรับนักชอปสินค้าแฟชั่นโดยเฉพาะ โดยมีสินค้าทุกสไตล์การแต่งตัว ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับที่เป็นของใหม่จากแบรนด์ดังระดับโลก ของมือสอง หรือของวินเทจจากนักขายอีเบย์ที่มีอยู่ทั่วโลก
โลกแฟชั่นออนไลน์นี้กำลังได้รับการติดตามจากบรรดาแบรนด์ชั้นนำของโลก ในการใช้เป็นช่องทางที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ยิ่งอีเบย์ได้ฉีกรูปแบบการนำเสนอใหม่ๆ สู่ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดการซื้อขายและกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Exclusive eBay lines การวางจำหน่ายแฟชั่นคอลเลกชั่นใหม่เฉพาะบนอีเบย์เท่านั้น, Branded store fronts การที่บรรดาร้านแบรนด์เนมระดับโลกเปิดร้านออนไลน์บนอีเบย์ และ Outlet stores for excess inventory การขายแบบมีส่วนลดจำนวนมาก
นอกจากนี้อีเบย์ยังเปลี่ยนรูปแบบการชอปปิ้งออนไลน์ให้ก้าวไปสู่การชอปปิ้งบนโทรศัพท์มือถือ ด้วยการพัฒนาแอปพลิเคชั่นอีเบย์แฟชั่นบนไอโฟน ไอแพด และแอนดรอยด์โฟน โดยแอปพลิเคชั่นนี้ได้ถูกดาวน์โหลดไปแล้วมากกว่า 10 ล้านครั้ง การเปิดแอปนี้นับเป็นการสนองพฤติกรรมการชอป หลังจากที่มีตัวเลขยอดการจำหน่ายเสื้อผ้าบนโทรศัพท์มือถือมาเป็นอันดับ 1 ด้านปริมาณสินค้าที่ขายได้ และเป็นอันดับ 2 ด้านมูลค่าของยอดขาย ทั้งนี้ อีเบย์คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายสินค้ารวมบนโทรศัพท์สูงถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2553
“เราต้องการให้ผู้ซื้อสินค้าแฟชั่นเลือกชอปได้ทุกที่ทุกเวลา”
มองโอกาสแฟชั่นไทย
สร้างมูลค่าบนออนไลน์
จากการที่ประเทศไทยมีสินค้าแฟชั่นที่มีมูลค่าการส่งออกถึง 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีโรงงานผลิตเครื่องนุ่งห่มกว่า 2,500 ราย ทำให้อีเบย์มองว่าสินค้ากลุ่มนี้มีศักยภาพที่จะเข้ามาสร้างโอกาสทางธุรกิจบนช่องทางออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจากมูลค่าการซื้อขายสินค้ารวมบนอีเบย์ สินค้าประเภทแฟชั่นที่ขายโดยนักขายคนไทยเป็นสินค้าประเภทที่มีการเติบโตสูงเป็นอันดับสอง
“สินค้าแฟชั่นไทยน่าจะมาแรง เนื่องจากมีการแอกทีฟมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ”
เมื่อเห็นถึงโอกาสที่จะผลักดันธุรกิจแฟชั่นให้ก้าวไปบนอีเบย์ได้นั้น สินค้าในกลุ่มนี้จึงเป็น 1 ใน 4 กลุ่มธุรกิจที่อีเบย์ได้มีการจัดโครงการอีเบย์สำหรับธุรกิจขึ้น อีเบย์ได้จัดประเภทสินค้าที่จะสนับสนุน ประกอบด้วย กลุ่มเครื่องประดับอัญมณีและนาฬิกา กลุ่มเสื้อผ้า รองเท้าและเครื่องแต่งกาย กลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ กล้องถ่ายภาพ และอุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์ และสินค้าตกแต่งบ้าน
โครงการนี้ถือเป็นโครงการพิเศษที่อีเบย์จะผลักดันผู้ค้ารายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังตลาดหลัก อย่าง อเมริกา ออสเตรเลีย และยุโปร โดยอีเบย์จะให้การบริการสนับสนุนในการทำตลาด อาทิ การวิจัยทางการตลาด กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาด การวิเคราะห์การแข่งขัน การให้คำปรึกษาทางธุรกิจต่อเนื่อง รวมไปถึงการขนส่งสินค้า
การเข้ามาผลักดันโครงการในลักษณะของอีเบย์ มุ่งที่จะกำจัดความกลัวให้กับบรรดาผู้ประกอบการที่ไม่กล้าทำธุรกิจบนอี-คอมเมิร์ซ
Boutiques.com
สถานีชอปแห่งใหม่
กระแสของโลกแฟชั่นที่ดึงนักชอปไปสู่การชอปบนโลกออนไลน์ น่าจะเพิ่มความเข้มข้นด้านการแข่งขันไม่ต่างจากการที่ห้างสรรพสินค้าพยายามดึงนักชอปให้เข้ามอลล์ตนเอง ล่าสุดกูเกิลได้มีการเปิดตัวเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซสินค้าแฟชั่น www.boutiques.com การขยับเปิดตัวของกูเกิลครั้งนี้สอดคล้องกับการขยายตัวของตลาดสินค้าแฟชั่นออนไลน์ ซึ่งเป็นตลาดที่อะเมซอนดอทคอมและอีเบย์ประกาศรุกตลาดนี้
Boutiques.com จะไม่ได้มีการจำหน่ายสินค้าแฟชั่นโดยตรง แต่จะเป็นสื่อกลางนำบรรดานักชอปไปยังเว็บไซต์ที่จำหน่ายสินค้าโดนใจ เพื่ออำนวยความสะดวกให้การซื้อสินค้าแฟชั่นทำได้ง่าย ทั้งนี้ กูเกิลได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นกว่า 100 คน ไม่ว่าจะเป็นเซเลบ สไตลิสต์ และดีไซเนอร์
กูเกิลมีแผนที่จะดึงผู้ใช้ Google.com ให้หันไปใช้ Boutiques.com แทนเมื่อต้องการค้นหาสินค้าแฟชั่นออนไลน์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกูเกิลที่เริ่มให้ความสำคัญกับการสร้างบริการค้นหาสินค้าโดยเฉพาะมากขึ้น เช่นบริการค้นหาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ บริการเหล่านี้ของกูเกิลได้รับอานิสงส์เต็มที่จากทราฟฟิกจำนวนมหาศาลที่กูเกิลมีอยู่แล้ว นำไปสู่อัตราการเติบโตต่อเนื่องตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แต่ยังได้รับความนิยมไม่เท่า Amazon และ eBay ซึ่งครองใจนักชอปมาหลายยุคหลายสมัย
ผู้ใช้งาน Boutiques.com จะสามารถเรียกดูสินค้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นได้เลือกไว้แล้ว ทั้งชุดเดรสหลากสีและรองเท้าส้นสูงหลายแนว รวมถึงนานาสินค้าที่ระบบอัลกอริธึมของกูเกิลวิเคราะห์ให้จัดอยู่ในกลุ่มรสนิยมเดียวกัน จากนั้นนักชอปจะสามารถสร้างบูติกส่วนตัวและรับทราบข้อมูลสินค้าแนะนำได้
ส่วนการคิดค่าบริการของกูเกิลในบริการนี้นั้น ผู้ค้าจะจ่ายค่าบริการแก่กูเกิลเมื่อนักชอปคลิกเข้าไปชมหรือซื้อสินค้าผ่านลิงก์ของกูเกิล ซึ่งค่าใช้จ่ายที่กูเกิลเรียกเก็บในกรณีคลิกชมสินค้าจะต่ำกว่ากรณีมีการซื้อขายสินค้า ในเบื้องต้น Boutiques.com ยังเป็นเบต้าเวอร์ชั่นที่ทดลองให้บริการ โดยจะสามารถใช้งานกับผู้ประกอบการในสหรัฐฯเท่านั้น และรองรับสินค้าเฉพาะสำหรับสตรี ก่อนจะขยายบริการไปส่วนอื่นต่อไป
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|