ปตท.สผ.โอ่กำไรเกิน3หมื่นล.แย้มราคาและปริมาณการขายปิโตรเลียมสูงเกินคาด


ASTV ผู้จัดการรายวัน(22 ตุลาคม 2553)



กลับสู่หน้าหลัก

ปตท.สผ.เผยปีนี้กำไรสุทธิโตกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากราคาและปริมาณการขายปิโตรเลียมสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม ยันไม่ขยับปรับเป้าหมายที่ตั้งไว้ มั่นใจสิ้นปีนี้สรุปการซื้อแหล่งปิโตรเลียมได้อย่างน้อย 1 โครงการ ส่วนแหล่งมอนทารา คาดผลิตเชิงพาณิชย์ได้ครึ่งหลังปี 54

นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้าหมายกำไรสุทธิปีนี้ 3 หมื่นล้านบาท แม้ว่าแนวโน้มกำไรสุทธิของบริษัทจะสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ยอดขายปิโตรเลียมปีนี้เฉลี่ยสูงกว่าประมาณการณ์ที่ตั้งไว้ 3-4% จากที่กำหนดไว้เดิม 2.54 หมื่นบาร์เรล/วัน และผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปีนี้มีกำไรสุทธิแล้ว 2.1 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ในไตรมาส 3 คาดว่ามีรายได้ประมาณ 3.78 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงช่วงไตรมาส 2/2553 ขณะที่ปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยไตรมาส 3 อยู่ที่ระดับ 2.63 หมื่นบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบ/วัน ใกล้เคียงไตรมาสก่อน แม้ว่าราคาน้ำมันขยับขึ้น แต่การปรับขึ้นราคาก๊าซฯไม่สามารถขยับขึ้นได้ทันที นอกจากนี้ ยังรับรู้รายได้จากเงินประกันจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่แหล่งมอนทาราบางส่วนด้วย สำหรับไตรมาส 4 จากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ทำให้มีอัพไซด์ดีทั้งปริมาณการขายปิโตรเลียมและราคา ทำให้ปีนี้มีผลการดำเนินงานที่ดีอยู่

ส่วนเหตุการณ์น้ำมันและก๊าซธรรมชาติรั่วไหลจากหลุมพัฒนาในแหล่งมอนทาราของโครงการพีทีทีอีพี ออสตราเลเชียนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผลการพิจารณาจากรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากร พลังงานและการท่องเที่ยวของออสเตรเลีย ซึ่งได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในออสเตรเลียแล้ว ขณะเดียวกัน ได้มีการติดตั้งแท่นผลิตใหม่เป็นตามแผนงานที่วางไว้ คาดว่าจะดำเนินการผลิตน้ำมันเชิงพาณิชย์ในแหล่งมอนทาราได้ในครึ่งหลังปี 2554

กรณีอินโดนีเซียได้เรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจากเหตุการณ์แหล่งมอนทารานั้น ขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิสูจน์ข้อมูลในการเรียกร้องบนพื้นฐานความเป็นจริง โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการเจรจาหารือกันอยู่


นายอนนต์กล่าวว่า จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้น บริษัทไม่ได้เร่งรัดแผนใช้เงินทุน เนื่องจากไม่ได้ประโยชน์มากนัก เนื่องจากค่าใช้จ่ายและรายได้ของบริษัทอิงดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นการลงทุนยังเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ส่วนความคืบหน้าการซื้อแหล่งปิโตรเลียม (M&A) นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคาดว่าได้จะข้อสรุปอย่างน้อย1-2 โครงการภายในสิ้นปีนี้ ทำให้ปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่พิสูจน์แล้วขยับเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 1 พันล้านบาร์เรล

ทั้งนี้ บริษัทมีความพร้อมด้านแหล่งเงินทุนในการซื้อกิจการ เนื่องจากได้มีการออกหุ้นกู้ในปีนี้ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีกระแสเงินสดอยู่ 4 หมื่นล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.