ดร.ปรัชญาทวี ตะเวทิกุล สถานภาพเก่า "ต่างกันเพียงกาลเวลา"


นิตยสารผู้จัดการ( ตุลาคม 2531)



กลับสู่หน้าหลัก

ครั้งหนึ่ง "ผู้จัดการ" เคยกล่าวถึง ดร.ปรัชญาทวี ตะเวทิกุล ว่า เขาคือผู้สืบทอดและนักไต่เขาสูงแห่ง "บางกอกโพสต์" แต่สำหรับวันนี้ ดร.ปรัชญาทวี กลับมาสู่อ้อมอกที่ทำงานแห่งเดิมอีกครั้ง ที่เก่า ตำแหน่งเก่า ต่างกันเพียงกาลเวลา

ดร.ปรัชญาทวีเป็นบุตรชายของ ทวี ตะเวทิกุล หนึ่งในผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ พ่อของเขาเสียชีวิตภายหลังเหตุการณ์ "กบฎวังหลวง" เพราะถูกยิงที่สมุทรสงคราม ขณะที่ ดร.ปรัชญาทวีเพิ่งมีอายุได้เพียง 1 ขวบ

ด้วยความมุมานะพยายาม เขามีโอกาสไปศึกษาต่อต่างประเทศ ได้รับปริญญามา 3 ใบ ปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศและปริญญาโทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่โอคลาโฮมาสเตท และปริญญาเอก สาขาการพัฒนาระหว่างประเทศที่เนบราสกา

ดร.ปรัชญาทวีกลับมาเมืองเมื่อปี 2519 พร้อมกับภรรยาที่เป็นหลานสาว พล.อ.ท. ประหยัด ดิษยศิริน (บิดาของพระสวามี น.ต.วีรยุทธ ดิษยศิริน)

เขาทำงานในกระทรวงการต่างประเทศสมัยพิชัย รัตตกุลเป็นรัฐมนตรี เมื่อถึงยุครัฐมนตรีอุปดิษฐ์ ปาจริยางกูร ก้าวขึ้นเป็นเลขานุการรัฐมนตรี เรื่อยมาจนสมัยรัฐมนตรีสิทธิ เศวตศิลา แล้วเป้นผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ จากนั้นขึ้นสู่ตำแหน่งรองอธิบดีกรมสารนิเทศ หลังจากที่ทำงานในกระทรวงมาเกือบ 8 ปี

อายุเพียงสามสิบกว่า ๆ กับตำแหน่งรองอธิบดี นับว่ารวดเร็วและยังหนุ่มมาก ๆ

"ผมตัดสินใจลาออกจากกระทรวงเมื่อ 1 กรกฎาคม 2529 เพราะปัญหาสุขภาพประการหนึ่ง ผมทำงานหนักมากจนมีอาการปวดหลังอย่างรุนแรง จึงอยากพักผ่อน กับอีกประการหนึ่ง การที่เราก้าวขึ้นมาเร็วมากในขณะที่อายุยังน้อย ทำให้บางคนอดอิจฉาไม่ได้ ซึ่งหลายเรื่องทำให้ผมไม่สบายใจ ผมเลยตัดสินใจลาออก" ดร.ปรัชญาทวีทบทวนความหลังให้ "ผู้จัดการ" ฟัง

ช่วงจังหวะพอดีนั้น หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์กำลังมีการปรับตัวครั้งใหญ่ เอียน ฟอเซท และเท่ห์ จงคดีกิจ จึงชวนเขาเข้ารับตำแหน่งบรรณาธิการร่วม (ASSOCIATED EDITOR) คู่กับเท่ห์ เพราะแต่เดิมนั้น ดร.ปรัชญาทวีเขียนบทความประจำกับบางกอกโพสต์อยู่แล้วประกอบกับความผูกพันที่เชื่อมโยงมาแต่รุ่นพ่อ

"ผมอยู่บางกอกโพสต์ 1 ปี 1 เดือน มีปัญหาในการทำงานหลายเรื่อง แต่เรื่องหนึ่งคือนโยบายในการเสนอข่าว บางครั้งมันไม่เป็นอิสระอย่างแท้จริง ในฐานะสื่อมวลชน ผมคิดว่าเราต้องเสนอข่าวที่เราได้มาอย่างครบถ้วน แต่หลายข่าวที่เราได้มากลับถูกปฏิเสธที่จะเสนอออกไป ผู้สืบทอดแห่งบอกกอกโพสต์ก็เลยต้องมานั่งอยู่ตรงนี้แหละครับ" ดร.ปรัชญาทวีกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ

ดร.ปรัชญาทวีออกมาตั้งบริษัทยูไนเต็ด คอมมิวนิเคชั่น จำกับ หรือยูนิคอม เป็นผู้จัดรายการ "ช่องทางเศรษฐกิจ" ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 แพร่ภาพทุกวันเวลา 22.45 น. เป็นเวลา 15 นาที เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เป็นรายการข่าวที่เจาะด้านเศรษฐกิจ-ธุรกิจโดยเฉพาะ ซึ่งคนที่ชมแล้วหลายคนเอ่ยปากว่าเป็นรายการที่มีคุณภาพรายการหนึ่ง

"ผมกับคุณสันติ ภิรมย์ภักดีลงขันกันครั้งแรก 12 ล้าน ซื้อพวกอุปกรณ์กล้อง สร้างสตูดิโอ ไม่รวมค่าเช่าเวลาสถานีอีกเดือนละ 8 แสน ระยะแรก ๆ ออกจะหนักมาก ๆ เพราะเราเป็นโปรดิวเซอร์เจ้าใหม่ รายการก็แนวใหม่ ทางคุณสันติก็ช่วยผมมากทีเดียว เขาเป็นเพื่อที่ดีสำหรับผมในสถานการณ์นั้นอย่างมาก" ดร.ปรัชญาทวีกล่าว

คนในวงการทีวีตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเรื่องแปลกไม่น้อยสำหรับช่อง 5 ที่เปิดโอกาสให้คนนอกเขามาแตะต้องรายการข่าว ซึ่งค่อนข้างเป็นเรื่อง SENSITIVE สำหรับสถานีโทรทัศน์ที่ทุกคนบอกว่า "อนุรักษ์นิยม"

ทางช่อง 5 เขาไว้ใจและให้เกียรติผมมาก เขาไม่ค่อยมาตรวจสอบมากมายนัก เพราะถึงอย่างไร เราก็ดำเนินไปตามนโยบายของเขาอยู่แล้ว"

แต่ ดร.ปรัชญาทวี ก็ไม่เคยไปแตะต้องรายการข่าว 2 ทุ่มเลย แม้จะมีลักษณะเกี่ยวข้องกันและน่าจะเป็นช่องทางเช่นที่บริษัทแปซิฟิกเข้าไปทำรายการข่าวของช่อง 9 อีกทั้งก็มีข่าวอีกว่ามีบางบริษัทพยายามเข้าไปในลักษณะเช่นนี้

"ผมเป็นคนเจียมเนื้อเจียมตัว เมื่อเขาให้มาเท่านี้ ผมก็รับเท่านี้" ดร.ปรัชญาทวีไขข้อแคลงใจ

แต่ "ช่องทางเศรษฐกิจ" ก็ต้องยุติไปเมื่อขึ้นเดือนสิงหาคม หลังจากจัดรายการมาได้ 6 เดือน ดร.ปรัชญาทวีกล่าวว่าเป็นเพราะเวลาแพร่ภาพค่อนข้างดึกมากเกินไป บางครั้งถ้ามีรายการพิเศษ "ช่องทางเศรษฐกิจ" ก็ตกไปเกือบเที่ยงคืน กลายเป็นปัญหาแก่สปอนเซอร์

แล้วในที่สุดก็นำไปสู่การตัดสินใจกลับไปรับราชการอีกครั้งในตำแหน่ง "รองอธิบดีกรมสารนิเทศ" ซี.9 มีเจตน์ สุจริตกุลเป็นอธิบดีคนใหม่เช่นเดียวกัน หลังจากที่เขาได้รับการชักชวนมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะแม้ว่า ดร.ปรัชญาทวีจะออกมาจากกระทรวงการต่างประเทศแต่ก็ยังมีความผูกพันและเข้าไปช่วยงานของกระทรวงบ่อยครั้ง รวมทั้งตัว ดร.ปรัชญาทวีเองก็ได้รับวามไว้เนื้อเชื่อใจจาก พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลาเป็นอย่างดี

"ทางยูนิคอมค่อนข้างมั่นคงพอสมควรแล้ว ผมจึงกล้าไป เพราะแม้ว่าเราจะไม่มีรายการช่องทางเศรษฐกิจในช่วงนี้ แต่เราก็มีรายการสารคดีบ้านเรา และคิดว่ากำลังจะจัดทำรายการใหม่ที่ส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้เรายังรับงานผลิตสารดีสำหรับหน่วยงานที่ว่าจ้างอีกด้วย ถึงผมจะไม่อยู่ ทางยูนิคอมก็สามารถทำงานไปได้"

ดังนั้นการกลับไปรับราชการอีกครั้งของ ดร.ปรัชญาทวี จึงเป็นบรรยากาศที่ปลอดโปร่งมาก ๆ

"ผมไม่ได้หวังจะเป็นนักการทูต แต่คิดว่าผมคงเป็นประโยชน์ ในแง่ที่จะเอาประสบการณ์ช่วงที่มาอยู่ข้างนอกไปใช้" ดร.ปรัชญาทวีกล่าวสรุป

และบางทีการไต่เขาลูกนี้อีกครั้ง คงไม่ชันไม่ลื่นเช่นครั้งก่อน!



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.