และแล้วก็มาถึงเชาวลิต หล่อไพบูลย์


นิตยสารผู้จัดการ( กันยายน 2527)



กลับสู่หน้าหลัก

เพียง 6 เดือนต่อมา หลังจากที่สุพจน์ เดชสกุลธร ต้องนั่งรับการแจ้งข้อหาฉ้อโกงจากตำรวจกองปราบ วันหนึ่งในเดือนสิงหาคม เชาวลิต หล่อไพบูลย์ ก็ต้องมานั่งรับแจ้งข้อหากรณีจ่ายเช็คไม่มีเงิน ให้กับผู้ฝากเงินไว้กับบริษัท ไพบูลย์เครดิต ซึ่งเป็นทรัสต์เถื่อนของเชาวลิต หล่อไพบูลย์

ตัวสุพจน์นั้นได้ประกันตัวไปหลังจากถูกกักไว้ที่กองปราบ 7 วัน แต่สำหรับ เชาวลิต "ผมไม่ประกันหรอก ผมประกันก็ต้องโดนอายัดอีกหลายสิบล้านบาท" เชาวลิตพูดกับ "ผู้จัดการ" ในกองปราบ

ท่าทางการพูดจาที่ยังคล่องแคล่วแบบน้ำไหลไฟดับ เชาวลิตนั่งชี้แจงต่อรองกับบรรดาเจ้าทุกข์อย่างอดทนว่าจับเขาไปไม่มีประโยชน์ เพราะเงินของลูกค้าเขาเอาไปลงทุนในการทำที่ดิน และ "ในภาวะการค้าแบบนี้จะดึงเงินมาคืนให้พวกคุณได้อย่างไรทันทีเล่า"

ใครคนหนึ่งในห้องสอบสวนตะโกนขึ้นมาว่า "ทำไมไม่หนีไปแบบ สุธรรม โรจน์วรกุล ที่เป็นเจ้าของเงินทุนพานิช" เชาวลิตสวนกลับทันทีด้วยเสียงดังฟังชัดว่า "ผมต้องอยู่ทำงานต่อไปเพื่อหาเงินมาใช้หนี้เขา พูดก็พูดเถอะเฮีย อยู่อย่างผมนี่ก็แย่ โดนรุมทุกวันสุธรรมเขาถึงทนไม่ไหว หนีไปแล้ว"

หลังจากที่ถูกกักอยู่ 7 วัน เชาวลิตก็ถูกส่งฝากขังที่เรือนจำคลองเปรม และรายงานล่าสุดแจ้งว่า เชาวลิตถึงกับตั้งออฟฟิศเล็กๆ ในนั้น เพื่อเจรจาหนี้ มีการส่งโฉนดที่ดินเข้าไปให้เชาวลิตเลือกว่า โฉนดใบไหนจะเซ็นโอนให้เจ้าหนี้คนใด เพื่อล้างหนี้กันไป "บางใบราคาล้านหนึ่ง แต่ก็แลกกับหนี้สิบล้าน เจ้าหนี้ก็คงต้องเอา ตามหลักของคำว่า กำขี้ดีกว่ากำตด"

สำหรับเชาวลิตแล้วดูเหมือนโชคจะไม่ยอมเข้าข้างเขาเลย เพราะเมื่อไม่นานมานี้ บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ไพบูลย์ ซึ่งชื่อเดิมชื่อ ชาร์เตอร์ไฟแนนซ์ ที่เชาวลิตซื้อต่อจาก สุระเมื่อปี 2516 ในราคา 120 ล้านบาท ถูกธนาคารชาติจับเข้าไปอยู่ในแมเนจเม้นท์พูลเสียแล้ว

"เดิมทีเชาวลิตเขาตั้งใจจะขายทิ้ง แต่มีคนต่อราคาถูกไปเขาก็เลยเก็บไว้ให้ราคามันขึ้น ก็ซวยไปเลยตอนนี้" แหล่งข่าวภายในกล่าว

ชีวิตเชาวลิต หล่อไพบูลย์ เป็นชีวิตที่น่าศึกษามาก เพราะโลดโผนพอๆ กับสุพจน์ เดชสกุลธร ที่เริ่มจากมือเปล่า และสามารถปั้นดินให้เป็นดาวได้เหมือนสุพจน์ มีอยู่พักหนึ่งเชาวลิตเคยเป็นกรรมการในบริษัท เงินทุนเยาวราชของสุพจน์ ในที่สุดเชาวลิตก็ถอนตัวออกไป เหมือนกับที่สุพจน์เคยเข้ามาร่วมโครงการสวนพลูพาเลซของเชาวลิต แล้วสุพจน์ก็ถอนตัวออกไปเช่นกัน

สำหรับกิจการที่ยังดำเนินอยู่ และเป็นตัวที่ยังชีพให้เชาวลิตคือ กางเกงในทีเจ ซึ่งดำเนินกิจการโดย จินดา หล่อไพบูลย์ ภรรยาคู่ชีวิตที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาสิบกว่าปี

เรื่องการโตของเชาวลิต หล่อไพบูลย์ และการพลาดของเขานั้น "ผู้จัดการ" จะนำรายละเอียดมาลงในฉบับหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นบทเรียนและอุทาหรณ์ให้กับผู้อ่าน โปรดคอยติดตาม



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.