นี่คือ "โตโยต้ากรุ๊ป" ความมหัศจรรย์ที่ไม่มีวันกร่อนสลาย


นิตยสารผู้จัดการ( ตุลาคม 2530)



กลับสู่หน้าหลัก

เมื่อสิ้นปี 2529 หากดูถึงสินทรัพย์รวมของ "โตโยต้า กรุ๊ป" ทั้งหมดที่มีอยู่ในญี่ปุ่นและที่กระจัดกระจายตามสาขาไปประเทศต่าง ๆ อีก 20 กว่าประเทศ มีมูลค่ามหาศาลมากกวางบพัฒนาประเทศไทยในปีปัจจุบันเสียอีก เฉพาะที่ญี่ปุ่นทุนจดทะเบียนบริษัทก็สูงถึง 133,200 ล้านบาท

ความยิ่งใหญ่ของ "โตโยต้ากรุ๊ป" ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งชื่อเมืองที่เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ของ "โตโยต้า กรุ๊ป" ว่า "TOYOTA CITY" และประมาณกันว่า 3 ใน 4 ของจำนวนประชากรในเมืองนี้มีอยู่มีกินร่ำรวยขึ้นมาได้เพราะสายธารธุรกิจของ "โตโยต้ากรุ๊ป" นั่นเทียว

ญี่ปุ่นในปี 1946 กับสภาพพินาศยับเยินจากภัยสงครามกลับเป็นการก่อเกิดขึ้นมาของชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในช่วงหนึ่งทศวรรษหลังถัดมา การพ่ายแก้สงครามทำให้คนญี่ปุ่นกระเหี้ยนกระหือรือที่จะเห็นอนาคตใหม่อันโชติช่วงของประเทศ ทุกคนเพียรพยายามวิริยะอุตสาหะเพื่อหนีไปให้พ้นจากคำว่า "ไฮโมกุ" ที่แสดงถึงความพ่ายแพ้อย่างชนิดเข้าเนื้อเข้ากระดูก

ความมหัศจรรย์ที่คนทั้งโลกต้องค้อมรับญี่ปุ่นโดยปราศจากข้อโต้แย้งเป็นผลพวงที่เกิดขึ้นในปีนั้นจริง ๆ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงในเวลานี้อาทิเช่น มิตซุย มิตซูบิชิ ยาชิดะ ซิมิโตโม หรือที่เรียกกันว่า "กลุ่มไซบัตสุ" ฮอนด้ามอเตอร์ หรือแม้แต่โตโยต้า เป็นตัวเป็นตนขึ้นมาอย่างมั่งคงก็ในปีนี้นี่เอง

สำหรับ "โตโยต้า" ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความเป็นอัจฉริยะอันหาได้ยากยิ่งทางเทคโนโลยีที่ประทุขึ้นในคลังสมองของ "ซากิชิ โตโยด้า" (SAKHICHI TOYODA) กับความเฉียบฉลาดในการคาดการร์ความเป็นไปได้ในอนาคตของเขาคือพลังผลักดันเบื้องหลังความสำเร็จทั้งมวล จนเดี๋ยวนี้ โตโยต้ากรุ๊ป" อหังการ์พอที่จะบอกว่า "บริษัทแห่งนี้จะเป็น 1 ใน 2 ของกลุ่มธุรกิจในญี่ปุ่นที่จะไม่มีวันล้มเป็นอันขาด

อันที่จริง "โตโยต้ากรุ๊ป" ที่ทั่วโลกรู้จักกิตติศัพท์ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์รายใหญ่รายหนึ่ง หากไดมีรากฐานมาทางด้านนี้แต่แรกเริ่มไม่ เดิมที "ซากิชิ โตโยต้า" ทำการค้าและเป็นนักประดิษฐ์ออกแบบเครื่องทอผ้าอัตโนมัติที่มีชื่อเสียงมากกว่าที่จะรู้จักเครื่องยนต์กลไกต่าง ๆ

แต่เขาเป็นคนที่มองการณ์ไกลค่อนข้างจะแม่นยำ คาดหมายว่าต่อไปอุตสาหกรรมรถยนต์จะเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญในอนาคต ด้วยความรู้พื้นฐานทีพ่อมีอยู่บ้างจึงทำให้ "บิดาของโตโยต้า" ผู้นี้ได้ตั้งฝ่ายดำเนินการด้านรถยนต์ขึ้นมาในบริษัท TOYODA AUTOMATIC LOOM WORKS. LTD. เมื่อเดือนกันยายน 2476 และตั้งเป็นบริษัท TOYOTA MOTOR เมื่อเดือนสิงหาคม 2480

พฤศจิกายน 2481 โรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกของ "โตโยต้ามอเตอร์" ก็ปรากฏขึ้นที่เมืองฮอนชา โดยผลิตรถยนต์บรรทุกขนาดเล็กออกมาก่อนทั้งนี้โดยใช้ระบบ "TRUCK" เป็นแกนนำ ว่าไปแล้วแรก ๆ ของการผลิตถ้าเปรียบเทียบกับบริษัทอื่น ๆ นั้น "โตโยต้ามอเตอร์" อับด้อยกว่ามากในเรื่องเทคโนโลยี

โตโยต้ามอเตอร์มีเอกลักษณ์อันแข็งแกร่งเพียงประการเดียวเท่านั้นคือ "หยัดยืนอยู่บนลำแข้งของตนเองและเน้นหนักไปทางด้านตลาด" ผิดกับนิสสันที่เข้าไปร่วมและหยิบยืมเทคโนโลยีจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของอเมริกาเช่น ฟอร์ด (1952)

โตโยต้าช่างเป็นเพียงอณูเล็ก ๆ ในสายตาของคนทั่วไป กระทั่งถึงปี 2493 ที่กระทรวงการค้าและการอุตสาหกรรม (MITI) ของญี่ปุ่นเริ่มมองเห็นความหวังที่จะใช้นโยบายการพัฒนากลุ่มผู้ผลิตรถยนต์เป็นอุตสาหกรรมชั้นนำต่อการพัฒนาประเทศ

ถัดจากนั้นอีก 5 ปี "MITI" ได้ประกาศว่าอุตสาหรรมรถยนต์ควรพัฒนาเป็นรถขนาดจิ๋ว (MINI CAR) ที่บรรจุโดยสารไม่เกิน 4 คน ความเร็วสูงสุด 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง และราคาไม่ควรเกิน 25,000 เยน ซึ่งท่าทีนี้ขัดแย้งอย่างหนักกับธนาคารแห่งญี่ปุ่นที่ไม่ให้ความสนใจเรื่องนี้เท่าใดนัก

ขานรับรองอย่างหนักแน่นกับคำประกาศของ MITI ก็คือ "โตโยต้ามอเตอร์" เนื่องจากสวนหนึ่งของพนักงานที่เป็นมันสมองของบริษัทล้วนผ่านงานมาจาก MITI แล้วทั้งสิ้น คนเหล่านี้รู้ข้อมูลแบบทะลุปรุโปร่งว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ต้องเติบโตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กล่าวกันว่า "โตโยต้ามอเตอร์" ต้องหมดเงินเพื่อประมูลซื้อตัวมันสมองเหล่านั้นมาจากหน่วยงานรัฐบาลเป็นเงินหลายล้านเยน และนี่ก็กลายเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของบริษัทที่ได้ชื่อว่าให้ความสำคัญแก่ทรัพยากรบุคคลอย่างสูง

แต่ผลที่ออกมาคุ้มเกินคุ้ม จากการผสมผสานระบบผลิตแบบ "TRUCK" มาใช้ในการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กทำให้ "โตโยต้ามอเตอร์" กลายเป็นผู้นำไปในเรื่องนี้ขณะที่อีกหลายบริษัทยังหลงใหลได้ปลื้มกับรถยนต์ขนาดใหญ่ตามแบบฉบับอเมริกัน

ในปี 2517 เมื่อเกิดวิกฤติการณ์น้ำมันครั้งแรก หลายคนพากันคิดว่าอุตสาหกรรมรถยนต์จะได้รับความเสียหายอย่างหนัก เรพาะรถยนต์เป็นสัญลักษณ์ของสังคมอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่มีพื้นฐานอยู่กับน้ำมัน แต่ไม่นานนักก็พบว่า เพราะวิกฤติการณ์น้ำมันแท้ ๆที่ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กกลับมีตลาดกว้างขวางขึ้นในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา

คงไม่ต้องเจียระไนกันหรอกนะว่า บริษัทที่ประสบผลสำเร็จสูงสุดกับปรากฏการณ์นี้จะเป็นใครไหนอื่นไปไม่ได้เลยนอกจาก "โตโยต้ามอเตอร์" และก็เป็นก้าวแรกที่รถยนต์ญี่ปุ่น เริ่มเข้าไปมีบทบาทในสหรัฐอเมริกาก่อนที่จะตามเข้า "ฮุบ" แบบถอนยวงในปี 2523 (โตโยต้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของโรลกด้วยยอดผลิตมากกว่า 3 ล้านคัน/ปีและครองตลาดเป็นอันดับ 2-3 ของสหรัฐอเมริกา)

ก็เป็นเรื่องที่คุยกันได้ไม่รู้เบื่อกับการตบหน้าบริษัทรถยนต์ใหญ่ ๆ ของอเมริกา เช่นฟอร์ด แบะเจเนอรัลมอเตอร์ที่ครั้งหนึ่งเคยเข้าไปแผ่รัศมีในประเทศญี่ปุ่น

บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ จำกัด เป็นบริษัทที่เน้นหลักการตลาด (MARKETING ORIENTED) ค่อนข้างสูงโดยไม่สนใจเรื่องคุณภาพผลิตภัณฑ์มากนัก (PRODUCTION ORIENTED) ตัวอย่างเช่น การออกรถยนต์ขนาดเล็กก็เพราะว่า ในอนาคตตลาดต้องการรถที่ใช้ขนาดใด เรื่องนี้อาจดูได้เด่นชัดขึ้นโดยพิจารณาจากตลาดอเมริกา

เดิมทีในส่วนของรถยนต์ขนาดเล็กในอเมริกา บริษัทที่ครองแชมป์มาตลอดเวลาได้แก่ โฟล์คสวาเก้นซึ่งผลิตรถยนต์ขนาดเล็กที่มีคุณภาพ แต่จากที่ "โตโยต้ามอเตอร์" ได้ย่างกรายเข้าสู่ตลาดแห่งนี้ สิ่งหนึ่งที่ "โตโยต้ามอเตอร์" ต้องลงทุนใช้จ่ายอย่างสูงก็คือ การว่จ้างคนเก็บข้อมูลว่ารถยนตืโฟล์คมีอะไรดีกันนักหนาคนถึงหนาคนถึงนิยม โตโยต้าวิจัยเรื่องจุดเด่นของคู่แข่งรายนี้อย่างละเอียดยิบก่อนที่จะผลิตรถยนต์ขนาด 700 ซีซี. ออกสู่ตลาด

ที่สุดในปี 2520 โตโยต้าก็บรรลุความเป็นผู้ชนะเหนือรถยนต์โฟล์คได้อย่างน่าทึ่งซึ่งในกรณีเดียวกันนี้เปรียบเทียบได้กับตลาดประเทศไทยที่ว่า แรก ๆ ที่โตโยต้านำรถเข้ามาขายนั้นไม่อาจกลบรัศมีของ "ดัทสันบลูเบิร์ด" ได้เลย นอกจากชื่อเสียงที่ผิดกันราวฟ้ากับดิน รูปร่างสมรรถนะของรถที่ไม่สอดคล้องกับเมืองร้อนก็กลายเป็น "จุดบอด" ของโตโยต้า ช่วงปี 2507-08 รถแท็กซี่ส่วนมากเป็น "ดัทสันบลูเบิร์ด" แทบทั้งสิ้น

แต่ความมานะอดทนที่จะศึกษาข้อบกพร่องต่าง ๆ ทำให้โตโยต้าได้ข้อสรุปอันโดดเด่นกับ "โตโยต้าโคโรลล่า" ซึ่งเป็นรถยนต์เล็กยี่ห้อเดียวในเมืองไทยที่สามารถติดตั้งแอร์ภายในรถได้ และผลสรุปนี้เองที่ส่งผลให้ "โตโยต้าโคโรลล่า" กลายเป็นรถที่ถูกเรียกใช้มากที่สุดจวบจนปัจจุบัน

กลยุทธ์ที่น่าศึกษาอีกอย่างหนึ่งของโตโยต้า มอเตอร์ ก็คือ "การเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี" ที่สาขาบริษัทเข้าไปตั้งอยู่ในประเทศที่สามารถติดตั้งแอร์ภายในรถได้ และผลสรุปนี้เองที่ส่งผลให้ "โตโยต้าโคโรลล่า" กลายเป็นรถที่ถูกเรียกใช้มากที่สุดจวบจนปัจจุบัน

กลยุทธ์ที่น่าศึกษาอีกอย่างหนึ่งของโตโยต้า มอเตอร์ ก็คือ "การเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณี" ที่สาขาบริษัทเข้าไปตั้งอยู่ในประเทศนั้น ๆ ดังจะเห็ได้ว่าการผลิตรถยนต์ขายในสหรัฐอเมริกาจะมีความเหมาะสมกลมกลืนกับนิสัยและความเป็นอยู่ของคนอเมริกันเป็นอย่างมาก

"กุมสภาพให้รากเหง้าบริษัทหยั่งลึกติดประสานกับภูมิหลังทางวัฒนธรรมของประเทศที่เข้าไปตั้ง" นี่คือกฎตายตัวอย่างหนึ่งของ "โตโยต้ามอเตอร์" จะเห็นได้ว่า "โตโยต้ามอเตอร์" ต้องหมดเงินไปปีละหลายล้านบาทในแต่ละประเทศทั้งนี้เพียงเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมประเพณีต่าง ๆ ของประเทศนั้น ๆ

การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้าคัพที่ผ่านพ้นไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ดูจะเป็นคำตอบที่แจ่มชัดได้ในเรื่องนี้ โตโยต้าเลือกเอาช่วงเวลาที่คนไทยกำลังสนุกสนานกับเกมกีฬาชนิดนี้มาโปรโมทภาพพจน์ของตนในการมีส่วนเสริมสร้างสปิริตแก่คนไทยได้อย่างเหมาะเหม็ง

ก็ได้ทั้งเงินทั้งกล่องไปอย่างไม่มีที่ติ

ผู้บริหารญี่ปุ่นคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่เขาจะเข้ามาอยู่ในเมืองไทย เขาคิดว่าคนไทยก็กินข้าวในลักษณะที่คล้ายคลึงกับคนญี่ปุ่น อยู่ในโซนเดียวกันขนบธรรมเนียมประเพณีและการดำรงอยู่ก็ไม่น่าจะแตกต่างกันมากนัก เขาคิดว่าเมื่อมาทำงานที่นี่คงเป็นไปอย่างราบรื่นเลยทีเดียว

ผิดถนัด เขายอมรับว่าความรู้สึกเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ใช้ไม่ได้เลย เพราะวัฒนธรรมใกนารดำรงชีวิตและทำงานของคนไทยมีอกีหลายจุดที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับญี่ปุ่น "อะอุงโนะ โคกิว" สองด้านของสิ่งของที่นำมาใช้กันมากในการประชุมปรึกษาหารือของบริษัทญี่ปุ่นมิอาจถูกจุดประกายได้มากนักในเมืองไทย

และนั่นทำให้เขาต้องใช้จ่ายรายได้ส่วนตัวเข้าไปเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี ของคนไทยแบบเข้าให้ถึงแก่น ซึ่งก็เป็นหลักการอย่างหนึ่งของผู้บริหารญี่ปุ่นที่ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหน ๆ สิ่งแรกที่เขาต้องทำก็คือ "ต้องรู้จักคนและประเทศนั้นให้ดีเสียก่อน ผู้บริหารโตโยต้าถือมากก่วาจะไม่มีวันแห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ได้เลยถ้าไม่สามารถเข้าใจถึงคอนเซ็ปท์พื้นบานเหล่านี้ได้ไ

25 ปีของโตโยต้า (ประเทศไทย) ที่มาถึงในวันนี้พร้อมกับที่จะมีการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่าง ก็นั่นล่ะคือการปรับตัวของโตโยต้าให้เข้ากันได้กับวัฒนธรรมประเทศไทยก่อนที่จะท้าทาย่งานใหญ่ที่โตโยต้าคาดหวังถึงความเป็นหนึ่ง



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.