จุดจบอำนาจข้าราชการจีนเมื่อเงินหยวนได้รับการปลดปล่อย


นิตยสารผู้จัดการ( สิงหาคม 2536)



กลับสู่หน้าหลัก

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของจีน จะต้องเข้าสู่ระบบลอยตัวอย่างเสรีในตลาดการเงินระหว่างประเทศอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้ จะเร็วหรือช้าเท่านั้น แต่เมื่อเวลานั้นมาถึง ผู้ที่จะต้องสูญเสียอำนาจและอภิสิทธิ์อันเนื่องมาจากการปล่อยเสรีเงินหยวนก็คือ ข้าราชการจีนนั่นเอง

ผู้บริหารของบริษัทผู้ผลิตรองเท้ากีฬามีชื่อ ยี่ห้อหนึ่งของสหรัฐอเมริกาที่เข้าไปตั้งโรงงานในจีน ทำท่าอิดหนาระอาใจ เมื่อนึกไปถึงการติดสินบนเจ้าหน้าที่ของศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของจีน เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินสกุลหยวนสำหรับนำไปจ่ายให้กับคนงาน 1,000 คนในโรงงานผลิตรองเท้าที่จังหวัดฮกเกี้ยน

ภารกิจสำคัญเมื่อจะต้องแลกเงินดอลลาร์เป็นเงินหยวนของเขาก็คือ จะต้องหาข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์แลกเปลี่ยนและสมาชิกในครอบครัวใส่รองเท้าเบอร์อะไร หลังจากนั้นเขาจะต้องเป็นผู้นำรองเท้าจ๊อกกิ้งรุ่นล่าสุดไปส่งให้ถึงบ้านของเจ้าหน้าที่เหล่านั้นด้วยตัวเอง ก่อนที่จะไปเดินเรื่องขอแลกเงินที่ศูนย์แลกเปลี่ยนเงิน

แต่บางที เมื่อเขาต้องการเงินหยวนเป็นจำนวนมาก ๆ รองเท้าจ๊อกกิ้งคู่ละ 60 ดอลลาร์ก็มีค่าไม่พอที่จะติดสินบนเจ้าหน้าที่จีน เขาต้องพาเจ้าหน้าที่ไปเลี้ยงอาหารค่ำมื้อใหญ่ แล้วก็พาไปเที่ยวคาราโอเกะ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือผู้หญิง

"เวลาไปแลกเงิน พวกเจ้าห้าที่จะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์จิบน้ำชา โดยไม่สนใจเลยว่าคุณต้องการอะไร" ผู้จัดการคนนี้ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อเสียงเรียงนามของตัวเองเล่า "คุณจะต้องจั้วเผิงอิ่ว หรือสร้างความเป็นเพื่อนให้เกิดขึ้นเสียก่อน แล้วพวกเขาก็จะทำทุกอย่างที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะทำอะไรในจีน จะสำเร็จลงได้ต้องผ่านทางประตูหลัง และถ้าคุณปราศจากกวนสี หรือความสัมพันธ์ที่ดีกับข้าราชการแล้ว อย่าหวังเลยว่าจะได้รับความสนใจ มันก็เหมือนเด็ก ๆ ที่ได้รับมอบอำนาจและเอาไปใช้อย่างฉ้อฉล"

เขาเชื่อว่า หากเงินหยวนได้รับการปลดปล่อยให้แลกเปลี่ยนได้อย่างเสรีในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราสากล อำนาจและอภิสิทธิ์ข้าราชการพวกนี้จะหมดสิ้นลงโดยปริยาย

ตั้งแต่จีนเปิดประตูต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศ เมื่อต้นทศวรรษ 1980 บรรดาข้าราชการเหล่านี้คืออุปสรรคสำคัญในการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจต่างชาติ พวกเขามีวิธีควบคุมธุรกิจต่างชาติด้วยการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวน และจำกัดจำนวนเงินสกุลต่างชาติที่จะแลกเป็นเงินหยวนในแต่ละครั้ง

ทว่า วันเวลาของข้าราชการจีนที่มีอำนาจเกี่ยวข้องกับการปริวรรตเงินตรากำลังหดสั้นลงทุกที

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลกลางที่กรุงปักกิ่งได้ยกเลิกเพดานอัตราแลกเปลี่ยนของเงินหยวน ที่ประกาศใช้กับศูนย์ปริวรรตเงินตราของรัฐบาล 100 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะนำไปสู่ระบบการแลกเปลี่ยนเงินหยวนอย่างเสรีในที่สุด แรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังก็คือ ความต้องการที่จะเข้าเป็นสมาชิกแกตต์ของจีน และความพยายามลดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของต่างประเทศต่อระบบการเงินของจีนที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดจากรัฐ

ในการประชุมของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียที่ฮ่องกงเมือ่ปีกลายเชน ยวน ผู้ช่วยผู้ว่าการแบงก์ชาติจีน ได้ประกาศว่า รัฐบาลจีนมีเจตจำนงที่จะให้เงินหยวนลอยตัวอย่างเสรีโดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เขาไม่ยอมบอกว่า เมื่อไร อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ หนังสือพิมพ์ต่างประเทศได้รายงานคำสัมภาษณ์ของกู หยง เจียง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าว่า เงินหยวนอาจจะลอยตัวอย่างเสรีในปี 1998

ปัจจุบัน ตลาดแลกเปลี่ยนเงินหยวนในจีนมีอยู่ 3 ประเภท ตลาดแรกคือ ธนาคารซึ่งชาวต่างชาติที่ต้องการแลกเงินจะต้องขอใบอนุญาตให้แลกเงินและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการ คือ 5.7 หยวน ต่อ 1 ดอลลาร์

ตลาดแห่งที่สอง คือ ศูนย์แลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งนักธุรกิจสามารถแลกเงินได้ โดยที่ไม่มีการกำหนดอัตราตายตัว แต่การแลกเงินที่ศูนย์นี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะการจำกัดจำนวนธุรกิจที่จะใช้บริการแลกเงินของศูนย์

ตลาดสุดท้ายคือ ตลาดมืดซึ่งเฟื่องฟูมากในจีน แม้จะผิดกฎหมายแต่ก็ได้รับความนิยมด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่า เป็นการลดต้นทุนของธุรกิจ เพราะว่าเงินหยวนในตลาดนี้มีราคาถูกกว่าอัตราทางการมาก นักธุรกิจคนหนึ่งเปิดเผยว่า ค่าจ้างคนงานจีน 800 หยวนต่อเดือน หากใช้อัตราแลกเปลี่ยนของทางการจะเท่ากับ 139 ดอลลาร์ แต่ถ้านำไปแลกในตลาดมืดแล้ว ค่าแรงงานที่คิดเป็นเงินดอลลาร์ก็จะลดเหลือ 88 ดอลลาร์หรือต่ำกว่านั้น อัตราที่แตกต่างกันมากเช่นนี้ ทำให้นักธุรกิจต่างชาติจำนวนมากพร้อมที่จะทำผิดกฎหมาย

เมื่อใดก็ตามที่เงินหยวนลอยตัวอย่างเสรี ตลาดมืดก็จะหายไป แต่นักเศรษฐศาสตร์ได้เตือนว่า ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกมาก และต้องเอาชนะอุปสรรคอีกไม่น้อย "จีนขาดเครื่องมือในเชิงนโยบายและทักษะทางการบริหารในการควบคุมระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราดอกเบี้ยที่ขึ้นลงตามดีมานด์และซัพพลายของตลาด ซึ่งเป็นอาวุธที่สำคัญมาก" เจมส์ วอลค์เกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์เครดิต ลีอองเนส์ ในฮ่องกงกล่าว

ทัม ปิง ชิง ผู้จัดการฝ่ายปริวรรตเงินตราของธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ฮ่องกง กล่าวว่า "อัตราดอกเบี้ยในขณะนี้อิงอยู่กับการเก็งกำไร และการควบคุมสินเชื่อที่ไร้ประสิทธิภาพมากเกินไป" เขาเชื่อว่า จีนยังต้องสร้างกฎเกณฑ์อีกหลาย ๆ อย่างเพื่อรองรับการปล่อยให้เงินหยวนลอยตัวอย่างเสรีในตลาดการเงินระหว่างประเทศ เช่น จะต้องมีเงินทุนสำรองที่เป็นเงินสกุลต่างชาติอย่างเพียงพอ โดยจะต้องมีมากกว่า 45 พันล้านเหรียญ ซึ่งเป็นตัวเลขอย่างเป็นทางการในตอนนี้ จะต้องสร้างตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราที่แข็งแรง มีเสถียรภาพ รวมทั้งพัฒนาระบบกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาทอันอาจเกิดจากการค้าเงิน

แต่เพียงแค่การปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนที่ศูนย์แลกเปลี่ยนเงินทั่วประเทศลอยตัวอย่างเสรีในขณะนี้ ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ส่งออกแล้ว "กำไรของผมจะเพิ่มขึ้นเพราะสินค้าที่ซื้อจากจีนมีราคาถูกลง" นี่คือการคาดการณ์ของแอนดรูว์ เอฟ โดฟ ผู้ส่งออกกระเป๋าผ้าสะพายหลังไปขายที่อเมริกา

ส่วนผู้ที่จะเจ็บตัวจากการนี้คือ ผู้ที่ขายสินค้าและบริการให้จีน ดิ๊ก แวน วิจเกอร์เด้น ตัวแทนประจำเซี่ยงไฮ้ของบริษัทซีเมนส์คาดว่า กำไรของซีเมนส์ในจีนจะลดลงอย่างฮวบฮาบ และถ้าเงินหยวนลอยตัวอย่างเสรีในตลาดการเงินระหว่างประเทศด้วยแล้ว ซีเมนส์ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอิเล็คโทรนิคส์ของเยอรมนีก็จะยิ่งเจ็บตัวหนัก

ผู้บริหารกิจการผลิตรองเท้ากีฬาของสหรัฐฯ คนเดิม กล่าวว่า บางทีคนที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด เมื่อถึงเวลาที่เงินหยวนเข้าสู่ระบบแลกเปลี่ยนอย่างเสรีในตลาดการเงินโลกแล้วก็คือ ข้าราชการจีนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการปริวรรตเงินตรา

"ผมเดาว่าจะต้องมีหลายครอบครัวที่ไม่ได้ใส่รองเท้ากีฬารุ่นล่าสุดเหมือนเมื่อก่อน" เขาหัวเราะหึ ๆ "แต่ผมก็ยังต้องรู้ว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรและครอบครัวใส่รองเท้าเบอร์อะไร และยังคงต้องจ่ายค่าอาหารกับเหล้าไวน์ให้พวกเขารวมทั้งคนอื่น ๆ อีก



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.