|

ลาก่อนห้องสมุด
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( กันยายน 2553)
กลับสู่หน้าหลัก
ยอดขายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แซงหน้ายอดขายหนังสือเป็นครั้งแรก
Amazon.com เว็บร้านหนังสือออนไลน์เพิ่งรายงานล่าสุดว่า ยอดขายหนังสือ e-book แซงหน้ายอดขายหนังสือไปแล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ เพราะเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพียงแต่ข่าวนี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ตั้งแต่นี้ต่อไป ห้องสมุดคงจะมีขนาดเล็กลง หรือคนคงจะแน่นน้อยลง และคนอาจจะอ่านหนังสือมากขึ้น หรืออย่างน้อยก็ซื้อ “หนังสือ” มากขึ้น
เจ้าของ e-book หลายคนบอกว่าเมื่อเปลี่ยนมาอ่านหนังสือ ด้วยเครื่องอ่านหนังสือหรือ e-reader แล้ว พวกเขาซื้อ “หนังสือ” มากขึ้นกว่าที่เคยซื้อเมื่อเป็นหนังสือกระดาษ ไม่ว่า e-book จะทำให้นิสัยการอ่านของคนเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ก็ตาม
แต่ที่แน่ๆ คือสภาพแวดล้อมของการอ่านคงจะเปลี่ยนแปลง ไปอย่างแน่นอน ต่อไปนี้ สิ่งที่จะอยู่ในห้องซึ่งเคยใช้เก็บหนังสือ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม แต่จะไม่ใช่ “หนังสือ” (กระดาษ) อีกต่อไป ภาพของกองหนังสือที่ถูกวางทิ้งระเกะระกะไปทั่วห้องที่เคยเห็นจนเจนตา อาจเป็นภาพที่เราจะไม่ได้เห็นอีกต่อไปแล้ว
การเปลี่ยนแปลงที่คล้ายกับที่กล่าวไปข้างต้น ได้เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วในธุรกิจเพลง การ download เพลงกำลังเข้ามาแทนที่ CD อย่างช้าๆ แต่แน่นอน บรรดาแผ่น CD ที่เคยกินเนื้อที่บนผนัง กำลังค่อยๆ หายไป แผ่น CD ที่เคยย้ายจากในรถ ไปยังห้องครัว ไปยังห้องนอนไปยังห้องนั่งเล่น จนทำให้กล่องใส่ CD หาย แต่ปัญหาที่น่ารำคาญนี้จะไม่มีอีกต่อไปในยุคดิจิตอล ตั้งแต่นี้ต่อไป เราจะเป็นเจ้าของสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “ความคิด” เพราะสิ่งของที่จับต้องได้อย่างเช่นแผ่นเสียง เทป รูปที่เป็นกระดาษ แผ่น CD จนกระทั่งล่าสุดคือหนังสือ กำลังอันตรธานหายไปเหลือ ไว้เพียงข้อมูลเนื้อหาด้านในที่ถูกจัดเก็บอยู่ใน hard drive เท่านั้น
แต่นั่นยังเป็นเพียงความเสียหายเล็กน้อยจากการปฏิวัติดิจิตอล ถ้าหากจะเรียกว่าเป็นความเสียหาย ยังไม่มีใครสามารถจะฟันธงได้จริงๆ ว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นสิ่งที่ดีหรือร้าย หรือดีทั้งสองอย่าง หรือว่าไม่ดีทั้งสองอย่าง แต่สิ่งที่แน่นอนคือ การ ที่ห้องสมุด และห้องเก็บหนังสือหรือแผ่น CD จะหายไป และนี่คือ สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา และวิธีคิดของเราที่มีต่อสิ่งต่างๆ
ในกรณีเพลง การเกิดขึ้นของ iTune, Pandora, YouTube และบรรดาผู้ให้บริการเพลงออนไลน์ทั้งหลายกำลังทำลายอัลบั้มแบบ long play ในฐานะวิธีที่เราใช้เป็นหลักในการจัดระเบียบเพลง ขณะเดียวกัน แผ่น single ซึ่งมีฐานะต่ำกว่า กลับฟื้นคืนกลับมาเป็นที่นิยมสูงสุดแทน หลังจากที่ถูกลืมมานานถึงครึ่งศตวรรษ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลกระทบถึงศิลปินผู้สร้างสรรค์เพลงทันที แต่สำหรับคนซื้อเพลงอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ต่อไปใคร จะรู้ ส่วนในกรณีหนังสือ การหายไปของหนังสือกระดาษอาจไม่ส่งผลกระทบต่อเนื้อหาของหนังสือ คนซื้อจะซื้อหนังสือกระดาษหรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ก็คงไม่มีอะไรแตกต่างกัน ในเรื่องของเนื้อหาด้านใน แต่สิ่งที่อยู่ข้างในของหนังสือไม่ได้มีเฉพาะเนื้ออย่าง เดียว หลายคนรักภาพประกอบในหนังสือ การขาดมันไป เหมือนกับมีบางสิ่งบางอย่างสูญหายไป
หนังสือปกอ่อนและห้องสมุดทำให้ หนังสือมีราคาถูกลง หรือเป็นของฟรี ไม่อย่างนั้นคนอีกหลายล้านคงไม่มีเงินพอ ที่จะซื้อหนังสือหรือได้อ่านหนังสือดีๆ หนังสือจึงเป็นสิ่งที่มีค่า และเรามักถูกสอน ให้เห็นว่าหนังสือเป็นสิ่งมีค่า ควรแก่การเอาใจใส่หรือทนุถนอม หลายคนจึงเป็นนักสะสมหนังสือ และหนังสือมากมายที่มีอายุเก่าแก่
หลายคนโตมาในยุคที่หนังสือหรือ อัลบั้มเพลง สามารถบ่งบอกบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับตัวตนของคนที่เป็นเจ้าของ เวลาไปบ้านเพื่อน การได้ เห็นหนังสือหรือเพลงที่เขาเป็นเจ้าของ สามารถบอกอะไรบางอย่าง เกี่ยวกับตัวเขาได้ แม้ว่าเราอาจสามารถแอบๆ ดู Kindle (เครื่องอ่านหนังสือ) ของเพื่อน แต่ความรู้สึกที่ได้จะเหมือนกันหรือเปล่า
การได้มองเห็นสิ่งที่เราคุ้นเคยในชีวิต บางทีก็เป็นความสบายใจอย่างหนึ่งที่เกิดจากการได้เห็นหนังสือเล่มเดิมๆ แผ่นเสียง แผ่นเดิมๆ วางอยู่ในที่เดิมๆ ในบ้านของเราชั่วนาตาปี เหมือนกับ ได้พบเพื่อนเก่า การไล่นิ้วไปตามชื่อหนังสือที่อยู่บนสันปกหรือชื่ออัลบั้มเพลงบนสันกล่อง CD ที่วางเรียงอยู่บนชั้น ทำให้เรารู้สึกเพลิด เพลิน ก็ได้แต่หวังว่าความสุขเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ คงจะไม่หายไป ในเวลาที่เราไล่ดูรายชื่อเพลงหรือหนังสือในห้องสมุดดิจิตอลของเรา
เป็นเวลานานหลายปีที่ผู้รักในเสียงเพลง พยายามโน้มน้าวใจ นักฟังเพลงให้เชื่อว่า แผ่นเสียงที่เล่นด้วยระบบเสียงที่ดี ฟังไพเราะ กว่าเพลงที่บันทึกเสียงด้วยระบบดิจิตอล เพราะเสียงดิจิตอลไม่อบอุ่นและมีเสน่ห์ดึงดูดเท่า การฟื้นคืนชีพของแผ่นเสียง โดยเฉพาะ ในหมู่นักฟังเพลงรุ่นเยาว์และนักดนตรีพิสูจน์ว่า การกลับมาของแผ่นเสียง ไม่มีความแตกต่างในเรื่องของอายุหรือยุคสมัย และไม่ใช่ การขัดแย้งกันระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิตอล
ในกรณีหนังสือก็เช่นกัน ความสุขที่เกิดจากการได้สัมผัสหนังสือ ได้ถือหนังสือไว้ในมือและอ่าน ไม่มีอะไรมาแทนที่ได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา หนังสือได้ทำหน้าที่พื้นฐานของมัน ในฐานะการเป็นเครื่องมือสื่อข้อมูลข่าวสารได้อย่างวิเศษที่สุด เมื่อนึกถึงภาพโลกที่ปราศจากหนังสือ เหมือนกับโลกจะหดตัวเล็กลง หนังสือดิจิตอลอาจมีประสิทธิภาพดีกว่า เพราะเราสามารถจะพกหนังสือ ทั้งชั้นติดตัวไปไหนต่อไหนได้ด้วยเครื่องอ่านหนังสือ เพียงเครื่องเดียวและหนังสือดิจิตอลอาจช่วยรักษาต้นไม้และป่า ที่ไม่ต้องถูกตัดมาทำกระดาษ แต่ประสิทธิภาพไม่ใช่สิ่งที่สามารถแทนที่ความ สุขได้ ในอนาคตเราคงจะได้เห็นกองหนังสือที่วางเกลื่อนกลาดน้อยลง แต่ความสุขก็อาจลดน้อยถอยลงด้วยเช่นกัน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|