สร้างพลังศรัทธาและความหวัง

โดย นภาพร ไชยขันแก้ว
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( สิงหาคม 2553)



กลับสู่หน้าหลัก

ภาพผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งถูกเผาบนเชิงตะกอนที่มีแต่เพียงโลงศพและกิ่งไม้ทำเป็นฟืน ไม่มีดอกไม้ประดับหรูหรา มีแต่หลวงตาปพนพัชร์ จิรธัมโม ทำพิธีอย่างเรียบง่ายและญาติร่วมงานเพียงไม่กี่คน

การจากไปของผู้ป่วยที่เข้ามารักษาโรคมะเร็ง เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไข้บางคนที่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ แต่การได้เข้ามาอยู่ในวัด มีโอกาสฟังธรรม ช่วงสุดท้ายของลมหายใจจะมีหลวงตายืนดูแลอยู่ใกล้ๆ เพื่อให้ดวงวิญญาณไปอย่างสงบสุข โดยไม่เจ็บปวด หลวงตามักจะบอกเสมอว่าตายแบบยิ้มได้

กระนั้นก็ดียังมีผู้ป่วยโรคมะเร็งจากทั่วสารทิศเดินทางมาวัดคำประมงทุกวัน เพราะเชื่อว่ายังมีโอกาสและความหวัง

อโรคยศาล เป็นสถานอภิบาลพักฟื้นผู้ป่วยด้วยสมุนไพรตามธรรมชาติ วัดคำประมง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร www.khampramong.org ได้ก่อตั้งเมื่อปี 2548 ปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้ามารับการรักษา 1,900 คน

แรงบันดาลใจที่ทำให้พระอาจารย์ ดร.ปพนพัชร์ ภิบาลพักตร์นิธี (จิรธัมโมภิกขุ) ก่อตั้งอโรคยศาล เพราะเคยป่วยเป็นโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก

หลวงตาเริ่มรักษาอาการจากแพทย์แผนปัจจุบันแต่ไม่หาย มีอาการเลือดไหลออกตลอดเวลา สร้างความเจ็บปวดและทรมานเป็นอย่างมาก กระทั่งได้หันมาลองทานยาสมุนไพร อาการเริ่มดีขึ้น จึงศึกษาสมุนไพรอย่างจริงจังจนสามารถคิดค้นสูตรยาสมุนไพรรักษามะเร็ง

จากประสบการณ์ที่หลวงตาได้รับ จึงต้องการบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพราะเข้าใจความทุกข์แสนสาหัสที่ผู้ป่วยได้รับจากโรคมะเร็งเป็นอย่างดี

วิธีการรักษาจะเป็นรูปแบบการบำบัดรักษาผู้ป่วยมะเร็งแบบองค์รวม คือผสมผสานระหว่างการแพทย์แผนไทย (สมุนไพร) การแพทย์แบบตะวันตก การแพทย์แผนจีน (การฝังเข็ม) สมาธิบำบัด ดนตรีบำบัด ธรรมบำบัด และอาหารเพื่อสุขภาพ

วัตถุประสงค์ของอโรคยศาล ต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทุกชาติ ศาสนา ที่มีความทุกข์จากการเจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็ง ด้วยการรักษาฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการดูแลรักษาได้มาจากผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค

หลวงตาตระหนักดีว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกข์สาหัสด้านร่างกายแล้ว บางรายก็ไม่มีเงินรักษา หรือบางคนต้องขายทรัพย์สิน กลายเป็นทุกข์ทางใจ ดังนั้นหลวงตาจึงต้องการช่วยเหลือผู้ป่วยโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ การรักษาผู้ป่วยจึงเป็นการรักษาด้านร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆ กัน

ผู้ป่วยที่เข้ามารักษาจะพักอยู่บ้านพักคนไข้มีญาติมาคอยดูแล โดยผู้ป่วยจะต้องดื่มน้ำสมุนไพรทุกวัน วันละ 2 เวลา ทุกเช้าและเย็น

ผู้ป่วยแต่ละคนจะรับยาแตกต่างกันไปแล้วแต่อาการ เพราะโรคมะเร็งเกิดจากหลายแห่ง เช่น มะเร็งปอด มะเร็งข้างหู มะเร็งเต้านม มะเร็งหลังโพรงจมูก

ยาสมุนไพรที่ให้ผู้ป่วยก็จะตั้งชื่อไปตามอาการของโรค แต่ก็มีชื่อยาแปลก ฟังแล้วเก๋ๆ เช่น สมุนไพรน้ำสาบาน บำรุงตับ ยาสมานฉันท์ แก้น้ำเหลืองเสีย เป็นต้น

นอกจากยาที่อโรคยศาลจะจัดเตรียมไว้ให้แล้ว ผู้ป่วยจะต้องต้มยาของตัวเองด้วย โดยเฉพาะยามะเร็ง การต้มยามะเร็งจะทำพิธีกรรม

การประกอบพิธีกรรมมีสาระที่แฝงเร้น คือการทำจิตใจให้สงบ ผ่องแผ้วจากความทุกข์ใจต่อความเกรงกลัวโรคภัยไข้เจ็บที่กำลังรุมเร้า และสร้างความศรัทธาในสิ่งที่ทำอยู่

พิธีกรรมจะมีขั้นตอนเริ่มจากผู้ป่วยและญาติจัดเตรียมกายใจ อาบน้ำท่าให้สะอาดเรียบร้อย เตรียมขันหมากเบ็ง หรือบายศรี ขันธ์ 5 หมาก พลู บุหรี่ ผลไม้ ดอกไม้ และให้ทุกคนจุดธูปสักการะพ่อปู่ฤาษีที่ประดิษฐานอยู่ข้างโรงต้มยาสมุนไพร

หลังจากนั้นหลวงตาปพนพัชร์ จิรธัมโม เจ้าอาวาสวัดคำประมงเป็นประธาน ทุกคนไหว้พระรับศีลห้า และให้ผู้นำพิธีกรรมอ่านโองการอัญเชิญเทพยดา เทพพรหม ปู่ฤาษีชีวกโกมารภัจจ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกพระองค์

ผู้ป่วยสวดพระอาฏานาฎิพระปริตรแปล บทสวดมนต์พระคาถาชินบัญชร บทสักกัตวา พาหุง มหาการุณิโกนาโถ และอื่นๆ จนจบ ผู้ป่วยนำห่อยาสมุนไพรยกขึ้นอธิษฐานก่อนให้ญาตินำไปต้ม หลังจากนั้นผู้ป่วยนั่งกรรมฐาน 9 นาที ก่อนแผ่เมตตา และหลวงตาบอกวิธีการต้มยา กินยา การอุ่นยา

บรรยากาศพิธีต้มยาแสดงให้เห็นถึงความรักและสามัคคีระหว่างคนไข้ ญาติผู้ป่วยคนอื่นๆ ที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือจุดไฟต้มน้ำในหม้อดินใบใหญ่ และต้องเคี่ยวยานานกว่า 2 ชั่วโมง

ช่วงเวลาที่เคี่ยวยาต้องเติมฟืน คอยคุมไม่ให้ไฟร้อนเกินไป หากร้อนมากจะทำให้หม้อดินแตกได้ง่าย การต้มยาจึงเหมือนกับเป็นการฝึกความอดทนของทั้งคนไข้และญาติ

พิธีกรรมนับว่าเป็นกุศโลบายอันแยบยล ช่วยสร้างพลังจิตให้คนไข้มีพลังศรัทธาที่จะรักษาตัวเองให้มีอาการดีขึ้นจากอาการป่วย

นอกจากพิธีกรรมต้มยาแล้ว การฟังธรรมะจากหลวงตาทุกเย็น ยังช่วยปลอบประโลมใจผู้ป่วยและญาติให้สงบเยือกเย็นลง

มีคนไข้บางคนกล่าวไว้ว่า โชคดีที่เป็นมะเร็ง ทำให้รู้จักชีวิต รู้จักธรรมะ รู้คุณค่าของชีวิต และรู้จักหนทางสร้างศรัทธามั่นคงแน่วแน่ต่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไป


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.