ตลาดน้ำ 4 ภาคพัฒนารุ่ง-คนแห่เที่ยววันหยุด เล็งผุด รร.-คอนโดฯ รับลูกค้า


ASTV ผู้จัดการรายวัน(4 สิงหาคม 2553)



กลับสู่หน้าหลัก

“ตลาดน้ำ 2 ภาคพัทยา” แตกไลน์ธุรกิจเล็งเปิดโรงแรม-คอนโดฯ ขนาด 200 ห้องมูลค่าลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท หลังคนเที่ยวเกือบหมื่นในวันหยุด เผยอยู่ระหว่างเจรจาผู้ร่วมทุน และหาเชนโรงแรม พร้อมเร่งพัฒนาศูนย์สัมมนาและรีสอร์ทที่ ต.ห้วยใหญ่รองรับกลุ่มลุกค้าคนไทย เผยต้องการเปลี่ยนเมืองพัทยาจากแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนยกระดับเป็นแหล่งส่งออกสินค้าโอทอป

นางวะริดา แซ่อึ้ง กรรมการบริหาร บริษัท ตลาดน้ำ 4 ภาค (พัทยา) จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ว่า หลังจากการลงทุนในเมืองพัทยามีทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจากเดิมเป็นตลาดจากนักลงทุนยุโรปและอเมริกา แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีนักทุนจากเอเชียเข้ามาบุกตลาดพัทยามากขึ้น ดังนั้น จึงเห็นช่องทางการลงทุน โดยจับกลุ่มเอเชียเป็นหลัก ดังนั้นจึงเล็งเห็นช่องทางการดำเนินธุรกิจ ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการรีสอร์ท ที่ตำบลห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยทำเป็นรีสอร์ทรองรับกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมโครงการตลาดน้ำ 4 ภาค (พัทยา) และกลุ่มตลาดประชุม สัมมนา ซึ่งโครงการดังกล่าวมีพื้นที่ประมาณ13 ไร่ พัฒนาเป็นรีสอร์ตสไตล์ไทยประยุกต์จำนวน 20 หลัง มูลค่าการลงทุนประมาณ 100 กว่าล้านบาท คาดว่า จะเปิดให้บริการประมาณต้นปี 2554

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนในอนาคตที่จะพัฒนาโครงการโรงแรมและคอนโดมิเนียม เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่า จะพัฒนาในบริเวณเดียวกับโครงการตลาดน้ำ 4 ภาค (พัทยา) โดยใช้พื้นที่ประมาณ 20 ไร่ จากพื้นที่ของตลาดน้ำทั้งหมด 60 ไร่ ซึ่งในเบื้องต้นจะพัฒนาเป็นอาคารสูง 20 ชั้นๆ 1-9 เป็นโรงแรม ส่วนชั้นที่ 10-20 เป็นคอนโดมิเนียม รวม 200 ห้อง ขนาดห้องชุด 28 ตร.ม.ขึ้นไปราคาเริ่มต้น 5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างเจรจาหาพันธมิตรร่วมทุนซึ่งขณะนี้เจรจา 2 ราย คือ กลุ่มนักลงทุนจากสิงคโปร์และจีน ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ภายในต้นปีหน้า ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ บริษัทได้เข้าไปซื้อกิจการโครงการ การ์เด้นท์ฮิล รีสอร์ท ที่ ต.ภูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นรีสอร์ทจำนวน 26 หลังและได้ลงทุนพัฒนาเพิ่มอีก 10 ห้อง รวม 36 ห้องปัจจุบันได้เปิดให้บริการแล้ว

นางวนิดา กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา บริษัทเคยพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มาก่อน โดยโครงการปัจจุบันที่กำลังพัฒนาได้แก่ โครงการเบเวอร์รี่ ไทยเฮ้าส์ เป็นโครงการบ้านสไตล์ไทยประยุกต์ 27 ยูนิต ราคาขายอยู่ที่ 9-25 ล้านบาท ซึ่งเป็นลักษณะทำไปขายไป ปัจจุบันมียอดขายอยู่ที่ 12 ยูนิต นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว ในช่วงปี 2538 ได้พัฒนาโครงการในกรุงเทพฯ ย่านวัชรพล จำนวน 70 ยูนิต ซึ่งได้ปิดการขายและโอนในช่วงปี 2540 พอดี หลังจากนั้นได้หันไปทำธุรกิจเต้นท์รถมือสอง ภายใต้ชื่อ ศูนย์รถดี พัทยา กระทั้งปัจจุบันมี 5 สาขา ที่พัทยา 3 สาขา และกรุงเทพฯ 2 สาขา

นอกจากทำเต็นท์รถมือสองแล้ว ยังได้ดำเนินธุรกิจซื้อมาขายไปอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท ซึ่งทำให้เห็นที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์แปลงสวยๆ จึงได้นำมาพัฒนาต่อแล้วขาย จนกระทั่งได้มาพัฒนาโครงการเบเวอร์รี่ ไทยเฮ้าส์ และได้เซ้งร้านอาคาร ราชาปูดอง ซึ่งมีเนื้อที่ติดบึงขนาดใหญ่ จึงมีแนวคิดเปิดเป็นตลาดน้ำขึ้น เน้นขยายสินค้าโอทอปของไทยทุกกภาค ภายใต้ชื่อ โครงการตลาดน้ำ 4 ภาค หลังจากนั้น ได้เช่าที่ดินเพิ่มจนปัจจุบันมีพื้นที่โครงการทั้งหมด 60 ไร่ และมีคนเที่ยวชมในวันธรรมดา 3,000-4,000 คน/วัน และในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการ 8,000-9,000 คน/วัน

“บริษัทต้องการทำให้ ตลาดน้ำดังกล่าว เป็นศูนย์กลางธุรกิจ เป็นศูนย์กลางการส่งออกของสินค้าโอท็อปของไทยไปยังต่างประเทศ รวมถึงการปรับเปลี่ยนมุมมอง หรือ ภาพลักษณ์ใหม่ของนักท่องเที่ยวที่มองเมืองพัทยาเป็นแค่เที่ยวกลางคืน และเที่ยวผู้หญิง” นางวะริดา กล่าว

นอกจากนี้ โครงการตลาดน้ำ 4 ภาค (พัทยา) มีแผนจะเปิดเป็นไนท์มาร์เก็ต โดยจะเปิดเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ โดยสัปดาห์แรกจะเปิดตัวในวันเสาร์ที่ 21 สิงหาคมนี้ โดยเปิดขยายเวลาตั้งแต่ 09.00-22.00 น.


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.