สอบหุ้นเป๊ปซี่!ตลท.หวั่นอินไซด์ดันราคาพุ่งแต่ไม่ติดใจยกเลิกเทนเดอร์ฯ


ASTVผู้จัดการรายวัน(28 มิถุนายน 2553)



กลับสู่หน้าหลัก

ตลาดหลักทรัพย์ฯเผย อยู่ระหว่างการตรวจสอบอินไซด์หุ้น เสริมสุข หลังราคาหุ้นพุ่งแรง73% ตั้งแต่ประกาศซื้อหุ้น พร้อมแจงไม่ติดใจการยกเลิกเทรนเดอร์ ออฟเฟอร์ และการซื้อขายหุ้นบิ๊กล็อต เหตุสามารถทำได้ ด้าน“ศักรินทร์”เตรียมส่งผลศึกษาระยะเวลาให้หุ้นกลุ่มNPG ปรับปรุงแก้ไขสถานะการเงินให้บอร์ดพิจารณา หลังพบตลาดหุ้นอื่นๆให้เวลาแค่ 1-3ปี ชี้เพื่อรองรับการแข่งในอนาคต และกระตุ้นบจ.ที่มีปัญหาเร่งแก้ไขตัวเอง

นาย ศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานกำกับตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่ระหว่างการตรวจสอบการซื้อขายหุ้น บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) หรือ SSC ว่ามีการใช้ข้อมูลภายใน (อินไซด์)หรือไม่ เนื่องจากราคาหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงหลังจากที่มีข่าวบริษัท สตราทีจิค เบฟเวอร์เรจเจส (ประเทศไทย) จำกัด จะเข้ามาควบรวมกิจการ โดยได้มีการประกาศทำคำเสนอซื้อหุ้น (ทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์)

ทั้งนี้เมื่อมีการควบรวมกิจการเกิดขึ้นนั้นก็จะมีผลต่อราคาซื้อขายหุ้นในกระดาน ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบต่อไปว่ามีการใช้ข้อมูลภายในหรือไม่ ส่วนในเรื่องการที่ทางสตราทีจิค เบฟเวอร์เรจเจส มีการยกเลิกทำคำเสนอซื้อหุ้นเสริมสุขนั้นก็ไม่มีประเด็นอะไรที่จะต้องไปตรวจสอบ เพราะปกติในเรื่องควบรวมกิจการนั้นมีโอกาสที่จะสำเร็จและไม่สำเร็จได้ ส่วนในเรื่องการที่มีการซื้อขายหุ้นในกระดานรายใหญ่ (บิ๊กล็อต)นั้นเป็นเรื่องที่สามารถทำได้เช่นกันแต่จะต้องทำตามกฎเกณฑ์และไม่ผิดกฎหมาย

"เรื่องการควบรวมนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดในตลาดทุนจากที่มีผู้เห็นโอกาสในการลงทุนก็เข้ามาซื้อหุ้นและมีการควบรวมกิจการกันได้ ซึ่งมีโอกาสทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ ซึ่งอยู่กับการเจรจา ส่วนการมีการซื้อขายบิ๊กล็อตนั้นเขาสามารถที่จะทำได้เช่นกัน แต่ต้องทำตามกฎเกณฑ์ที่ถูกต้อง "นายศักรินทร์ กล่าว

สำหรับความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บมจ.เสริมสุข (SSC)ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายนซึ่งเป็นวันที่บริษัทแจ้งหยุดการซื้อขายช่วงบ่าย โดยราคาปิดวันดังกล่าวอยู่ที่ 20.20 บาท/หุ้น หลังจากนั้น วันที่ 21 เม.ย. เมื่อเปิดการซื้อขาย ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.05 บาท หรือ 49.75% ปิดที่ 30.25 บาท/หุ้น และเมื่อ สตราทีจิค เบฟเวอร์เรจเจส แจ้งยกเลิกการทำเทรนเดอร์เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ราคาหุ้นปิดที่ 30.00 บาท นับว่าตั้งแต่มีการทำคำเสนอซื้อหุ้น(19เม.ย.)จนถึงวันยกเลิก ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.80 บาท หรือ 48.51% และหากนับตั้งแต่ช่วงเวลาทำคำเสนอซื้อหุ้นถึงวันยกเลิก พบว่าราคาหุ้นSSC ปรับตัวสูงสุดเมื่อวันที่3มิถุนายน โดยปิดที่ 35.00 บาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น(จาก19เม.ย.) 14.80 บาท หรือ 73.26% และเมื่อวันที่24มิ.ย.ราคาหุ้นSSCปรับตัวสูงสุดตั้งแต่ต้นปีที่ 35.75 บาท หากคำนวณตั้งแต่วันทำคำเสนอซื้อหุ้นพบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.55 บาท หรือ 76.98% และล่าสุดวันที่ 25มิ.ย. ราคาปิดที่ 34 .75 บาท

นายศักรินทร์ กล่าวว่า สำหรับในเรื่องมาตรการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในกลุ่มที่เข้าข่ายถูกเพิกถอนจากสถานะทางการเงินและผลดำเนินงานที่อยู่ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ภายในกำหนด (NPG) ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลการกำกับดูแลของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียนั้น จะให้ระยะเวลาแก้ไขปัญหาให้ฐานะการเงินกลับมาเป็นบวกนั้น 1 ปี 6 เดือน บางแห่ง 2 ปี และ3 ปี โดยทางสายงานอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเสนอคณะกรรมการบอร์ด (ตลท.)ว่าจะให้ระยะเวลาบริษัทในกลุ่มNPGในการแก้ไขสถานะการเงินเท่าไร จากก่อนหน้านี้เสนอไป7 ปี

ทั้งนี้เพื่อให้เกณฑ์การกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนของตลาดหุ้นไทยเป็นทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศจากอนาคตที่ตลาดหุ้นไทยจะต้องมีการแข่งขันกับตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งการปรับปรุงเกณฑ์การดูแลนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นให้บริษัทเร่งในการแก้ไขปัญหา เพราะ บางบริษัทที่อยู่ในNPGนานถึง 12 ปี โดยตลาดหลักทรัพย์ฯไม่ได้มีเป้าหมายในการที่จะเพิกถอนบริษัทดังกล่าว


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.