|

แขวนป้าย"SP" NIPPONยื้อ
ASTVผู้จัดการรายวัน(31 พฤษภาคม 2553)
กลับสู่หน้าหลัก
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. แจ้งว่าตามที่ปรากฏข้อมูลว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ได้กล่าวโทษ " นายวิชัย ชัยสถาพร " ประธานกรรมการ และกรรมการผู้อำนวยการของบริษัทนิปปอน แพ็ค ( ประเทศไทย ) จำกัด (มหาชน) หรือ NIPPON ( ซึ่งนายวิชัย ได้พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวแล้วตามมติของที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 53 ) เนื่องจากการทุจริต ยักยอกทรัพย์สินของบริษัท และยังได้ปลอมแปลงเอกสารและลงบัญชีเป็นเท็จโดยพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 51 - 52 ซึ่งนายวิชัยเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานและได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของบริษัท
ขณะที่ ก.ล.ต. ได้สั่งการให้ NIPPON จัดให้มีการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) เพื่อให้แน่ใจว่างบการเงินของบริษัทแสดงฐานะการเงินที่แท้จริงและไม่มีรายการอื่นที่เป็นการทุจริตที่จะกระทบต่อสิทธิของผู้ลงทุน โดยบริษัท จะต้องนำส่งรายงานการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษต่อ ก.ล.ต. ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 53 พร้อมทั้งเผยแพร่ผลการตรวจสอบดังกล่าวผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์
เนื่องจากประเด็นที่ ก.ล.ต. สั่งการนั้นมีนัยสำคัญต่องบการเงินของ NIPPON เป็นอย่างมากตลาดหลักทรัพย์จึงยังคงขึ้นเครื่องหมาย SP ( Suspension ) เพื่อห้ามการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของ NIPPON ต่อไปจนกว่าบริษัทจะนำส่งงบการเงินฉบับแก้ไขหรือจนกว่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการแก้ไขงบการเงินดังกล่าว
หมายเหตุ
1. งบการเงินประจำปี 52 ผู้สอบบัญชีของ NIPPON แสดงความเห็นว่างบการเงินดังกล่าวไม่ถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป เนื่องจากกรณีดังกล่าวข้างต้น
2. บริษัทยังไม่ได้นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 53
อนึ่ง NIPPON แจ้งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อ 26 พฤษภาคม 53 ถึงวาระการพิจารณาการทำรายการเกี่ยวโยงของรายการเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกันและดอกเบี้ยค้างรับ 153.84 ล้านบาท ซึ่งในปี 51-52 นายวิชัย ชัยสถาพร ประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการของNIPPON ได้นำเงินของกิจการไป โดยจัดทำเอกสารประกอบที่ไม่เป็นจริงเพื่อใช้ในการบันทึกบัญชีรายการซื้อเงินลงทุนชั่วคราวและไถ่ถอนหน่วยลงทุนโดยไม่ได้รับเงินเข้าบัญชีของกิจการและนำเงินจากการขายหน่วยลงทุนเข้าบัญชีส่วนตัวของกรรมการ ซึ่งกรรมการยอมรับว่าเป็นการขอกู้ยืมเงินจากบริษัทแต่ยังไม่ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินและไม่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท รวม 153.84 ล้านบาทซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ดี นายวิชัยฯ ได้ขอแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการเร่งดำเนินการขายทรัพย์สินซึ่งเป็นที่ดินว่างเปล่า 2 แปลง เพื่อนำเงินมาชำระคืนเงินกู้ยืมให้แก่บริษัท พร้อมทั้งแสดงเจตจำนงในการที่จะนำเงินปันผลทั้งหมดที่จะได้รับในวันที่ 22 มิถุนายน 53 มาชำระคืนให้แก่บริษัท และจะขอลาออกจากการเป็นกรรมการและผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท นอกจากนี้จะเร่งดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงินกับบริษัท พร้อมทั้งวางเช็คลงวันที่ล่วงหน้า 153.84 ล้านบาท เพื่อเป็นหลักประกันในสัญญากู้ยืมเงินโดยเป็นการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยไว้ให้แก่บริษัท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|