|

ศรีไทยฯทุ่ม700ล.ลงทุนอินเดีย ดันขายตรงเอสเนเจอร์ลุยตปท.
ASTV ผู้จัดการรายวัน(19 พฤษภาคม 2553)
กลับสู่หน้าหลัก
ศรีไทยฯดันเอสเนเจอร์ลุยต่างประเทศ หลังบ่มมา 1 ปี โฟกัสอาเซียนเป็นหลัก เหตุอาฟต้าช่วยทลายภาษี มั่นใจอีก 10 ปี ก้าวสู่ธุรกิขายตรงที่มีขายทั่วโลก มั่นใจปี 57 ยอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาท ด้านศรีไทยฯพร้อมลงทุนต่อเนื่อง 700 ล้านบาท
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทยังพร้อมลงทุนต่อเนื่องอีกกว่า 700 ล้านบาท โดยเฉพาะการเข้าไปลงทุนในประเทศอินเดีย ในการซื้อเครื่องจักรใหม่ๆในการผลิตเมลามินในแบบต่างๆ โดยมองว่าการเมืองในประเทศน่าจะจบลงในเร็ววัน ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลาสติกแต่อย่างไร เห็นได้จากรายได้ในไตรมาสหนึ่งที่ผ่านมาที่ยังเติบโต 37% เกินเป้าที่วางไว้ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,450 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 65 ล้านบาท เติบโต 75% ทั้งปีมองว่ามีแนวโน้มจะเติบโตเกินเป้า ดังนั้นจึงมองว่าเมื่อถึงสิ้นเดือนมิ.ย. จะมีการปรับแผนรายได้อีกครั้ง ขณะที่ปีก่อนปิดรายได้ไปที่ 4,750 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทางบริษัทได้มีการขยายธุรกิจขายตรง ไปสู่ระบบการตลาดแบบเครือข่าย MLM (Multi Level Marketing) ภายใต้ชื่อ เอสเนเจอร์ โดยเริ่มมาประมาณ 1 ปี ตั้งแต่ปี 2551 โดยใช้สาขาของศรีไทยฯเป็นสาขาจำหน่ายสินค้า ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทั้งสมาชิกเดิมที่ซื้อผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ และสมาชิกใหม่ซึ่งปัจจุบันมีฐานสมาชิกแล้วกว่า 20,000 คน
ล่าสุดปีนี้ทางบริษัทเล็งเห็นความพร้อมที่จะนำแบรนด์ เอสเนเจอร์ บุกตลาดต่างประเทศ โดยได้มือดีผู้ที่มีประสบการณ์ที่คร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจขายตรงมาหลายสิบปี อย่าง นายบัญชา เหมินทกุล เข้ามาดำรงตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ-ด้านธุรกิจเครือข่าย บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ที่จะเข้ามาดูแลและนำพาเอสเนเจอร์ไปสู่ตลาดต่างประเทศหลังจากนี้ต่อไป
นายบัญชา เหมินทกุล รองกรรมการผู้จัดการ-ด้านธุรกิจเครือข่าย บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับการนำเอสเนเจอร์ ไปสู่ตลาดต่างประเทศนั้น เบื้องต้นได้เตรียมงบประมาณราว 50 ล้านบาทในการปรับปรุงสาขาการขายทั้ง 14 แห่ง ต้องมีการจัดพื้นที่การขายให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความแตกต่างแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่สาขาของศรีไทยซุปเปอร์แวร์ นอกจากนี้ยังได้เตรียมทีมการบริหารจัดการขึ้นใหม่ พร้อมเฮดออฟฟิศของเอสเนเจอร์ ที่จะเริ่มเปิดดำเนินการได้ในเดือนก.ค.นี้ ที่อาคารภาคิน ถ.รัชดาภิเษก
ขณะที่การบุกต่างประเทศนั้น เวลานี้ได้เริ่มไปบ้างแล้ว ทั้งพม่า ลาว และกัมพูชา โดยใช้สาขาที่เปิดในพื้นที่รอยต่อ อย่าง แม่สอด,หนองคาย เป็นสาขากระจายสินค้าไปยังประเทศเหล่านั้น ส่วนประเทศแถบรอบนอกออกไปนั้น จะเข้าไปบุกตลาดโดยการเข้าไปเปิดสาขาที่นั่น ซึ่งจะเริ่มทยอยเปิดให้ครอบคลุมทุกประเทศในย่านอาเซียนนี้ให้ครบภายในปี 2557 หรือในปีนั้นคาดว่าเอสเนเจอร์ จะมีรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นในประเทศ 70-75% และต่างประเทศ 20-25% ขณะที่ในปีนี้ เริ่มจากก.ค.53-มิ.ย.54 เอสเนเจอร์คาดว่าจะมีรายได้ที่ประมาณ 300 ล้านบาท
สำหรับสินค้าที่ทางเอสเนเจอร์จะใช้บุกต่างประเทศนั้น จะมีทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม ผลิตภัณฑ์สีสัน(เครื่องสำอาง) และผลิตภัณฑ์ภัณฑ์ในครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันรวมแล้วมีอยู่กว่า 116 รายการ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ ที่มีสารสกัดจากเปลือกมังคุด ถือเป็นไฮไลท์ในการทำตลาดของเอสเนเจอร์ ส่วนฐานสมาชิกกว่า 20,000 คนนั้น สิ้นปีนี้เชื่อว่าจะเพิ่มสูงเป็น 40,000 คน
“อาฟต้าถือเป็นปัจจัยสำคัญ และเป็นโอกาในการทำธุรกิจหลังจากนี้ เพราะจากนโยบายในการลดหย่อนภาษี จะทำให้สินค้าไทยได้เปรียบหลายอย่าง เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากประเทศในอาเซียนด้วยกัน เพราะมีราคาที่ถูกกว่าการนำเข้าจากจีน ดังนั้นเอสเนเจอร์จึงเป็นธุรกิจอีกตัวหนึ่งที่น่าจะมีโอกาสในระดับอาเซียน โดยมองว่าเมื่อได้รับการตอบรับที่ดีแล้ว และไม่เกิน 10 ปี เอสเนเจอร์จะสามารถเข้าไปตีตลาดทั่วโลกได้ต่อไป” นายบัญชากล่าว
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|