โครงการปุ๋ยแห่งชาติ ที่หลาย ๆ คนหลาย ๆ สำนักวิพากษ์วิจารณ์กันว่า จะเป็นปุ๋ยจริง
ๆ นั้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีเพียงข่าวความเคลื่อนไหวของการตกลงกันระหว่าง
บริษัทปุ๋ยแห่งชาติกับกลุ่มชิโยดะฯ อันเป็นกลุ่มผู้ประมูลสร้างโรงงานปุ๋ยได้มาตั้งแต่ต้น
ซึ่งยังไม่เป็นที่ตกลงกันได้ว่าจะกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราเท่าไหร่กันแน่
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 มีนาคม อรัญ ธรรมโน ประธานกรรมการบริหารบริษัทปุ๋ยแห่งชาติ
ได้ทำหนังสือเวียนถึงผู้ถือหุ้นเพื่อเร่งรัดให้ผู้ถือหุ้นตอบในเรื่องการเพิ่มทุนในสิ้นเดือนมีนาคมที่ยังขาดอีก
300 ล้านบาท ซึ่งการทำหนังสือเวียนของบริษัทฯ ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่สองแล้วแล้วก็ไม่มีอะไรคืบหน้าอีก
มาถึงเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ก็ถึงวันเวลาที่บริษัทปุ๋ยแห่งชาติกับกลุ่มโยชิดะ
จะทำการตกลงกันอีกครั้งหนึ่งเรื่องอัตราค่าแลกเปลี่ยนเงินเยน
รายงานข่าวกล่าวว่า การประชุมเมื่อวันที่ 16 เมษายนนั้นเริ่มต้นประชุมตั้งแต่
9.00 น. และการประชุมครั้งนี้ อรัญ ธรรมโน ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย ไม่ทราบว่าหายไปไหน
เพียงแต่ส่ง ประมุท บูรณศิริ กับเจ้าหน้าที่ระดับกลางของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
2 คนเข้าร่วมประชุม ซึ่งภายหลังการประชุมแล้วทั้งสองฝ่ายต่างเดินออกมาจากห้องด้วยหน้าตาและท่าทางที่เคร่งเครียด
จนผู้สื่อข่าวไม่กล้าเดินเข้าไปถาม ต้องเจียมเนื้อเจียมตัวถามด้วยความเกรงใจเป็นอย่างยิ่ง
ผลปรากฏออกมาว่า ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ยังคงตกลงกันไม่ได้เหมือนเดิม คือทางฝ่ายญี่ปุ่นยังยืนยันที่จะคงอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ที่
157-158 เยนต่อดอลลาร์ ขณะที่ฝ่ายไทยก็ยังยืนเอาหัวชนฝาเหมือนกันต้องให้ได้ที่
200 เยนต่อดอลลาร์
เมื่อตกลงกันไม่ได้ก็ต้องเลื่อนไปประชุมกันใหม่ โดยกำหนดเอาวันศุกร์ที่
17 เมษายนเป็นฤกษ์งามยามดีของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเมื่อถึงวันที่ 17 ขึ้นมาจริง
ๆ ก็ยังปรากฏผลออกมารูปเดิม ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ตกลงกันไม่ได้แม้แต่เรื่องเดียว
ถึงจุดนี้หลายคนยังเชื่อว่าโครงการนี้อาจจะเป็นปุ๋ยไปจริง ๆ เพาะจากการศึกษาของจีบ้านั้นได้ประเมินว่าหากกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนที่
180 เยนต่อดอลลาร์แล้ว มันเสี่ยงเกินไป แต่นี่พี่ยุ่นเราจะเอาแค่ 157-158
ดอลลาร์เท่านั้น เนื่องจากนับวันเงินเยนก็แข็งขึ้นเป็นลำดับ พี่ยุ่นเราก็ไม่กล้าเสี่ยงเหมือนกัน
เมื่อตกลงกันไม่ได้แล้ว ในที่สุดทางบริษัทปุ๋ยแห่งชาติก็ต้องเอาเรื่องดังกล่าวให้สภากรรมการบริษัทปุ๋ยแห่งชาติตัดสินใจ
เมื่อถึงจุดนั้น หากสภากรรมการบอกเลิกสัญญา ทางกลุ่มโยชิดะฯ ก็จะได้ค่าเสียหาย
และหากโครงการบริษัทปุ๋ยแห่งชาติยังยืนยันที่จะให้มันเป็นจริง ก็ต้องหาผู้ก่อสร้างใหม่
ก็ไม่ทราบว่ามีผลประโยชน์อะไรกันมากนักหนา แล้วลองจับตาดูพรรคชาติไทยให้ดี
ๆ งานนี้ผลประโยชน์มหาศาล