สวนจตุจักร..อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ..สยามสแควร์..ศูนย์รวมแฟชั่นของตลาดระดับกลางและระดับล่าง


นิตยสารผู้จัดการ( กันยายน 2529)



กลับสู่หน้าหลัก

เมื่อยกตลาดสนามหลวงมาไว้ที่สวนจตุจักรใหม่ ๆ นั้น มีที่ว่างให้คนมาจับจองขายของได้เหลือเฟือ เรียกว่า ทาง กทม. พยายามลุ้นให้คนมาช่วยกันใช้ที่ว่าง ๆ เหล่านี้ไปทำประโยชน์ให้มากที่สุด

พื้นที่ซึ่งจัดไว้สำหรับให้คนมาขายของบริเวณสวนจตุจักรนั้น ทาง กทม. จะจัดแบ่งไว้เป็นซอย ซอยหนึ่ง ๆ จะถูกแบ่งเนื้อที่ออกเป็นล็อค ๆ แต่ละล็อคกั้นไว้ด้วยฝาไม้ 3 ด้าน มีขนาดความกว้างประมาณเมตรกว่า ๆ ความยาววัดได้ประมาณ 2 เมตร

กทม. ออกกฎมาว่าให้คน ๆ หนึ่งมาเช่าที่ขายของได้ไม่เกิน 2 ล็อค โดยที่ทาง กทม. จะไม่เรียกเก็บเงินค่าที่แต่อย่างใด นอกจากค่าบริการ อาทิ ค่าทำความสะอาด ค่าเต๊นท์ ฯลฯ ซึ่งรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 45 บาท ต่อ 1 ล๊อคในเวลา 2 วัน คือ งันเสาร์-อาทิตย์

พ่อค้า แม่ขายเริ่มเข้ามาจับจองเนื้อที่เพื่อใช้ขายสินค้าของตน ที่มีหลายประเภทตั้งแต่อาหาร ข้างของเครื่องใช้ประดามี ไปจนถึงตลาดขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป

ธุรกิจเสื้อผ้าที่เริ่มต้นในสวนจตุจักร เป็นธุรกิจการค้าเสื้อผ้าเก่าที่ใช้แล้วแต่สภาพยังดี ที่ส่งมาจากทางอเมริกา ยุโรป และสิงคโปร์ โดยจะผ่านเข้ามาทางมาเลเซีย มาทางใต้ก่อนจะส่งเข้ามาในกรุงเทพฯ อีกทีหนึ่งทางรถไฟ ซึ่งบรรดานักค้าผ้าเก่าย่านสวนจตุจักรจะมารอรับสินค้ากันที่สถานีรถไฟบางกอกน้อยในทุกวันศุกร์ตอนเช้าเพื่อเลือกของดี ๆ ไปขายที่สวนจตุจักรในวันเสาร์-อาทิตย์

จุดเริ่มของการเปลี่ยนแปลงจากการขายเสื้อผ้าเก่าที่สวนจตุจักรมาเป็นเสื้อผ้าใหม่ที่ออกแบบตัดเย็บเองอย่างทุกวันนี้ เป็นเพราะในระยะหลังเสื้อผ้าเก่าหายาก ไม่สวยและแพงขึ้น ไม่คุ้มกันนอกจากนั้นยังต้องรู้จักกับคนที่เป็นผู้คัดผ้าขายจึงจะมีโอกาสได้ของดี ๆ ไป เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีเส้นมีสายกันในวงในก็จะได้แต่ของเหลือ เมื่อนำไปขายก็ไม่มีคนซื้อ

จากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้คนที่ขายของเก่าเริ่มเปลี่ยนแนวมาขายของใหม่ โดยการหาผ้าหาช่างมาตัดเย็บเอง ออกแบบเอง

มาในวันนี้เมื่อธุรกิจการายเสื้อผ้าสำเร็จรูปเริ่มบูมขึ้น คนมาจับจองที่กันหมดแล้ว ที่ว่าง ๆ ก็เริ่มมีราคาค่างวดขึ้นมา จากการที่เจ้าของเดิมเซ้งต่อให้เจ้าของใหม่ ซึ่งกลายเป็นลักษณะของธุรกิจไปแล้ว และการเซ้งต่อกันนี้จะไม่เกี่ยวกับทาง กทม. เลย จะเป็นเรื่องระหว่างคนซื้อกับคนขายเท่านั้น

ที่ดินที่สวนจตุจักรนี้นับวันจะมีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะที่ดินส่วนนี้กลับกลายเป็นแหล่งทำมาหากินที่น่าลงทุน ดังนั้นจากที่ไม่มีราคาเลยจนถึงการเซ้งล็อคละเป็นพัน กระทั่งวันนี้ราคาพรวดขึ้นมาถึงล็อคละประมาณ 25,000 บาท เป็นอย่างต่ำ!

การลงทุนทำธุรกิจค้าขายเสื้อผ้าในลักษณะที่เกิดขึ้นที่สวนจตุจักรนี้เอง เป็นผลสืบเนื่องให้เกิดธุรกิจแบบเดียวกันในแหล่งอื่น ๆ ตามกันมาติด ๆ

แหล่งแรกคือที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่กลายเป็นศูนย์รวมแฟชั่นสำหรับคนระดับกลางประเภทที่เงินในกระเป๋าไม่อำนวยให้แต่ใจยังรักจะสวย!

ลักษณะการขายในระยะเริ่มแรกเป็นการวางขายตามแผงลอยริมฟุตบาทเหมือนกับที่ย่านบางลำพู แจะขายกันในตอนกลางคืน คล้าย ๆ กับ NIGHT BAZAAR ที่เชียงใหม่โดยเริ่มขายกันตั้งแต่ 1 ทุ่มจนถึง 4 ทุ่มทุกวัน

ผู้ขายส่วนหนึ่งนั้นจะมาจากสวนจตุจักร เนื่องจากที่สวนจตุจักรมีข้อจำกัดที่จะขายได้แต่ในช่วงกลางวันของวันเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น

สินค้าที่ขายโดยส่วนใหญ่จะรับมาจากตลาดขายส่งที่ประตูน้ำ แต่จะมีบ้างบางส่วนที่เป็นลักษณะเดียวกับที่สวนจตุจักร คือ หาผ้ามาจ้างช่างตัดเสื้อผ้าสำเร็จรูปขาย

ภายหลังเกิดศูนย์การค้า PEOPLE PLAZA และศูนย์การค้านาธานขึ้นมา คนขายบางส่วนก็ขยับขยายขึ้นไปเช่าที่บนศูนย์การค้า โดยยังขายอยู่ในรูปแบบเดิมที่ทำกันอยู่ริมฟุตบาท เพียงแต่ทำให้ภาพพจน์ดูดีขึ้นมาอีกนิด

ตลาดแฟชั่นริมฟุตบาทยามค่ำคืนอีกแห่งหนึ่งคือที่สยามสแควร์ ซึ่งแต่เดิมเป็นที่ขายเทปแคสเซ็ทเพลงราคาถูก และด้วยความฮิตที่ติดกันมาจากจตุจักรและอนุสาวรีย์ชัยฯ ก็ทำให้มีผู้คิดมาจับจองเนื้อที่ขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปกันตามความนิยม

ศูนย์รวมแฟชั่นของตลาดระดับกลางและระดับล่าง ไม่ว่าจะเป็นอนุสาวรีย์ชัยฯ หรือสยามสแควร์ก็ดี มาในวันนี้จึงกลายเป็นแหล่งหาเงินของกลุ่มคนรุ่นใหม่หัวใสที่นับว่าช่วยให้การเงินสะพัดได้ไม่น้อยทีเดียว ก็อย่างที่ว่ากันว่า…ไทยทำไทยใช้…แล้วใครล่ะจะเจริญ!..



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.