จะเป็นผู้ค้าน้ำมันได้ต้องทำอย่างไร?


นิตยสารผู้จัดการ( กันยายน 2529)



กลับสู่หน้าหลัก

ผู้ค้าน้ำมันในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงผู้ที่จะขอสร้างสถานีน้ำมันขายปลีกหรือปั๊มตรายี่ห้อของบริษัทต่าง ๆ หากแต่หมายถึงผู้ที่ทำการค้าด้วยการนำน้ำมันมาจากแหล่งผลิตที่ไหนก็แล้วแต่ อาจจะเป็นต่างประเทศหรือหน้าโรงกลั่นภายในประเทศเอง ซึ่งผู้ที่จะเป็นผู้ค้าน้ำมันเช่นนี้ได้นั้น จะต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกรทรวงพาณิชย์ก่อน

การขอใบอนุญาติก็ต้องไปเริ่มต้นที่กรมทะเบียนการค้าของกระทรวงพาณิชย์โดยยื่นเรื่องขอใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันเอาไว้ ซึ่งก็ไม่ใช่ง่ายนักที่รัฐมนตรีจะเซ็นใบอนุญาตให้ได้ ถึงตอนนี้ก็ต้องเตรียมเงินไว้ประมาณ 5 ล้านบาทสำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อใบอนุญาตนี้

เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ก็ต้องเตรียมตัวจัดสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาตรความจุไม่ต่ำกว่าสองเท่าของปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองตามกฎหมาย ซึ่งกฎหมายได้ระบุเอาไว้ว่า ปริมาณน้ำมันสำรองจะต้องมีเอาไว้จำนวนหนึ่งไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ในกรณีที่จะค้าน้ำมันดีเซลหมุนเร็วอย่างที่บริษัทรายย่อยทำอยู่ในปัจจุบัน ก็ต้องสำรองเอาไว้ 5 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำมันที่จะเข้าปริมาณน้ำมันที่จะค้าก็ต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนตันภายใน 365 วันตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์

ถังเก็บน้ำมันดังที่ว่า ก็ต้องแล้วเสร็จภายในเวลา 270 วันนับแต่วันได้รับอนุญาตถังเก็บน้ำมันนี้ ก็จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 20 ล้านบาทซึ่งก็ต้องเตรียมเงินเอาไว้ในการนี้

ในช่วงเวลาที่ถังเก็บน้ำมันยังไม่เสร็จ อาจจะทำการค้าได้ก่อน ด้วยการยื่นเรื่องขออนุญาตไว้กับรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ด้วยการอ้างเหตุผลและความจำเป็นในการที่จะต้องขอค้าไปก่อน ซึ่งบริษัทรายย่อยส่วนใหญ่ที่ไม่มีถังน้ำมันเป็นของตนเอง มักจะทำกันเช่นนี้

เมื่อเรื่องต่าง ๆ เดินไปได้อย่างเรียบร้อยเช่นนี้แล้ว ก็รอการจัดสรรปริมาณการซื้อจากต่างประเทศหรือภายในประเทศ เมื่อได้รับการจัดสรรหรือได้รับโควต้าแล้วก็ต้องทำการซื้อหรือนำเข้าจากต่างประเทศภายใน 30 วัน

แค่นี้ก็จะเสร็จเรียบร้อย ก็จะกลายเป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในวังวนของธุรกิจที่มีผลประโยชน์มหาศาลนี้ได้



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.