ผู้ค้าน้ำมันในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงผู้ที่จะขอสร้างสถานีน้ำมันขายปลีกหรือปั๊มตรายี่ห้อของบริษัทต่าง
ๆ หากแต่หมายถึงผู้ที่ทำการค้าด้วยการนำน้ำมันมาจากแหล่งผลิตที่ไหนก็แล้วแต่
อาจจะเป็นต่างประเทศหรือหน้าโรงกลั่นภายในประเทศเอง ซึ่งผู้ที่จะเป็นผู้ค้าน้ำมันเช่นนี้ได้นั้น
จะต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกรทรวงพาณิชย์ก่อน
การขอใบอนุญาติก็ต้องไปเริ่มต้นที่กรมทะเบียนการค้าของกระทรวงพาณิชย์โดยยื่นเรื่องขอใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันเอาไว้
ซึ่งก็ไม่ใช่ง่ายนักที่รัฐมนตรีจะเซ็นใบอนุญาตให้ได้ ถึงตอนนี้ก็ต้องเตรียมเงินไว้ประมาณ
5 ล้านบาทสำหรับค่าใช้จ่ายเพื่อใบอนุญาตนี้
เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ก็ต้องเตรียมตัวจัดสร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาตรความจุไม่ต่ำกว่าสองเท่าของปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองตามกฎหมาย
ซึ่งกฎหมายได้ระบุเอาไว้ว่า ปริมาณน้ำมันสำรองจะต้องมีเอาไว้จำนวนหนึ่งไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
ในกรณีที่จะค้าน้ำมันดีเซลหมุนเร็วอย่างที่บริษัทรายย่อยทำอยู่ในปัจจุบัน
ก็ต้องสำรองเอาไว้ 5 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำมันที่จะเข้าปริมาณน้ำมันที่จะค้าก็ต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนตันภายใน
365 วันตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์
ถังเก็บน้ำมันดังที่ว่า ก็ต้องแล้วเสร็จภายในเวลา 270 วันนับแต่วันได้รับอนุญาตถังเก็บน้ำมันนี้
ก็จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 20 ล้านบาทซึ่งก็ต้องเตรียมเงินเอาไว้ในการนี้
ในช่วงเวลาที่ถังเก็บน้ำมันยังไม่เสร็จ อาจจะทำการค้าได้ก่อน ด้วยการยื่นเรื่องขออนุญาตไว้กับรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์
ด้วยการอ้างเหตุผลและความจำเป็นในการที่จะต้องขอค้าไปก่อน ซึ่งบริษัทรายย่อยส่วนใหญ่ที่ไม่มีถังน้ำมันเป็นของตนเอง
มักจะทำกันเช่นนี้
เมื่อเรื่องต่าง ๆ เดินไปได้อย่างเรียบร้อยเช่นนี้แล้ว ก็รอการจัดสรรปริมาณการซื้อจากต่างประเทศหรือภายในประเทศ
เมื่อได้รับการจัดสรรหรือได้รับโควต้าแล้วก็ต้องทำการซื้อหรือนำเข้าจากต่างประเทศภายใน
30 วัน
แค่นี้ก็จะเสร็จเรียบร้อย ก็จะกลายเป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในวังวนของธุรกิจที่มีผลประโยชน์มหาศาลนี้ได้