คงจะยังจำกันได้ว่าเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2529 นั้นพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก
ในฐานะประธานกรรมการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ได้ให้เกียรติทำพิธีเปิดการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเป็นทางการ
ณ โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัลท่ามกลางแขกเหรือมากหน้าหลายตาในวันนั้น
ในช่วงเดียวกันตามหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจหลายฉบับก็ได้ปรากฏภาพโฆษณาโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโมบิร่าซึ่งจัดจำหน่ายโดยบริษัทอินเตอร์เนชั่นแนล
เอ็นจิเนียริ่ง (ไอซีซี) พร้อม ๆ กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ของอีริคสัน
ช่วงนั้นอีริคสันเป็นผู้ได้รับอนุญาตจาก ทศท. ให้นำโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าตลาดได้
ส่วนโมบิร่ายังไม่ได้รับอนุญาตเป็นเพียงการโฆษณาชิมลางก่อนพราง ๆ เท่านั้น
การโฆษณาประกบกันบนหน้าหนังสือพิมพ์เช่นนี้เรือโทสุปรีดิ์ ศรีผดุง ผู้จัดการทั่วไปบริษัทอีริคสัน
เทเลโฟน คอร์ปอเรชั่น ฟาร์อีสต์ ได้กล่าววิจารณ์ว่า อีริคสันได้รับอนุญาตให้ขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เพียงบริษัทเดียว
บริษัทอื่นไม่มีสิทธิขาย เพราะยังไม่ได้รับอนุญาตจาก ทศท. ถ้าหากมีการนำเครื่องเข้ามาต้องถือว่าผิดกฎหมายสามารถแจ้งจับได้ทันที
"ซึ่งมันก็ไม่ใช่สิทธิพิเศษอะไร เพียงแต่อีริคสันเป็นผู้ซัพพลายสถานีให้
ทศท. ทาง ทศท. ก็เลยให้อีริคสันเป็นผู้ขายรายเดียวไปก่อนที่การตรวจรับมอบสถานีจะเป็นที่เรียบร้อยและเมื่อรับมอบเรียบร้อยแล้ว
ทศท." ก็จะประกาศสเป็คโทรศัพท์เคลื่อนที่ ใครมีสเป็คตรงก็สามารถเข้ามาขายได้"
สันติพันธ์ จาติกวณิช ผู้จัดการฝ่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของอีริคสันช่วยเสริมให้กระจ่างขึ้น
ก็ว่ากันว่าสำหรับใครที่จะนำโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้ามาขายแข่งกับอีริคสัน
ก็อาจจะต้องรอไปจนถึงต้นปีหน้าภายหลังการรับมอบสถานีแม่ข่ายและระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างอีริคสันกับ
ทศท. เสร็จสิ้นแล้วโมบิร่านั้นแม้จะไม่ใช่รายเดียวที่หวังจะเข้าตลาด ประกบกับอีริคสัน
แต่โมบิร่าก็ดูเหมือนจะเจ็บกว่าใคร ๆ เนื่องจากการที่ได้ประกาศตัวไปแล้ว
เรื่องของเรื่องจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเดินกันต่อ
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม2529 นี้ ไออีซี ตัวแทนจำหน่ายโมบิร่า ซึ่งเป็นกิจการในเครือปูนซีเมนท์ไทย
ก็เลยจัดแถลงข่าวขึ้นที่โรงแรมมณเฑียร มีผู้บริหารระดับสูง 3 คน คือ พิษณุ
จงสถิตย์วัฒนา รองกรรมการผู้จัดการ สุพจน์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการฝ่ายออฟฟิศออโตเมชั่นและพงษ์กิจ
สุทธพงศ์ ผู้จัดการส่วนโมบิร่าเป็นผู้ชี้แจง แถลงไขต่อหน้าผู้สื่อข่าวจำนวนมาก
พิษณุ บอกว่าการตัดสินใจนำโมบิร่าเข้ามานั้นก็เพราะไออีซีเป็นกิจการในแขนงที่เกี่ยวข้องกับเครื่องวิศวกรรมไฟฟ้าอยู่แล้ว
"แต่นี่เพียงเราทำพรีมาร์เก็ตติ้งก็ถูกกล่าวหาว่า สวมรอยโฆษณาบ้าง ไม่สิทธิขายบ้างซึ่งความจริงเราเพียงโฆษณาเหมือนกับฉายหนังตัวอย่าง
ซึ่งคู่แข่งไม่มีสิทธิใดๆ ที่จะมาว่าเรา เพราะเขาไม่ใช่ผู้อนุญาตเราและเราก็ทำตามหลักการค้าเสรีทำถูกต้องกฎหมายทุกอย่าง"
พิษณุโยงเข้าประเด็นเป็นการตอบโต้คู่แข่งบ้างและเขาเน้นว่า "เราแค่ตั้งท้อง
ก็ถูกคู่ต่อสู้พยายามทำให้แท้ง แต่รับรองสินค้าตัวนี้ได้เกิดแน่..."
ส่วนสุพจน์ กริชพิพรรธกล่าวเสริมว่าทางไออีซีหวังอย่างยิ่งที่สเป็คโทรศัพท์เคลื่อนที่จะออกมาในเดือนสิงหาคมนี้
ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีในแง่ของการแข่งขันเสรีและเขาได้คาดหมายด้วยว่าในปีหน้าจะมีบริษัทต่างๆ
นำโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าตลาดไม่ต่ำกว่า 10 ราย โดยที่โมบิร่าเองตั้งเป้าที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดประมาณ
30%
"ตอนนี้มาร์เก็ตแชร์ทั่วโลกในปี 1985 โมบิร่าครองตลาดด้วยสัดส่วน
25.7% อีริคสันตามมาด้วยสัดส่วน 16.9 ฟิลิปส์ 10.7 พานาโซนิคส์ 8.9 สเตอร์โน
7.1 แดนคอล 6.5 มิตซูบิชิ 6.1 เอ็นอีซี 6 ซีเมนส์ 5.6 โมโตโลร่า 4.1..."
สุพจน์แจกแจงเพื่อแสดงความเหนือชั้นของโมบิร่าและเขาเชื่อว่าเกือบทุกยี่ห้อที่กล่าวชื่อนี้คงจะเข้ามาแข่งขันกันในตลาดบ้านเราอย่างแน่นอนที่สุด
สำหรับไออีซีขณะนี้ก็ได้มีลูกค้าสั่งจองโมบิร่าเข้ามาแล้วราวๆ 100 ราย
โดยที่แต่ละรายต้องวางเงินมัดจำ 10,000 บาท ไออีซีได้ทำเรื่องขออนุญาตนำเข้าและจำหน่ายโมบิร่าไปยังทศท.เรียบร้อยแล้ว
เพียงแต่รอประกาศสเป็คเท่านั้น
"ความต้องการของตลาดตอนนี้ก็น่าจะมีอยู่ประมาณ 10,000 เครื่อง มูลค่าราวๆ
1,000 ล้านบาท" สุพจน์ พูดถึงขนาดของตลาดให้ฟัง
"ตอนนี้เราก็มีความพร้อมมาก สามารถติดตั้งได้ทันที 8-10 เครื่องต่อวันซึ่งคนของเราล้วนถูกส่งไปฝึกที่ฟินแลนด์นอกจากนี้เราก็จะมีศูนย์บริการขึ้นที่บางนาให้ด้วย"
พงศ์กิจแถลงบ้าง
ก็น่าจะสรุปได้ว่าการแถลงข่าวของไออีซีนี้เป็นการตอกย้ำอย่างชัดเจนและอย่างเป็นทางการว่าโมบิร่านั้นไม่ถอยแน่ๆ
สำหรับตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่
ทางด้านองค์การโทรศัพท์ฯ พลตรีประทีป ชัยปาณี รักษาการผู้อำนวยการได้เคยให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ
นี้ว่า ในด้านการจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น ทศท. มีนโยบายจะเปิดให้มีการแข่งขันเสรี
จะไม่ให้สิทธิใครผูกขาดทั้งสิ้น เพียงแต่ทุกเครื่องที่ขายจะต้องผ่านการตรวจสอบสเป็คจากทศท.ก่อน
"คาดว่าจะมีผู้เข้าแข่งขันในตลาดประมาณ 11 ราย ซึ่งก็มี 2 รายแล้วที่ยื่นเรื่องขออนุญาตจากทศท.คือรายบริษัทไออีซีผู้แทนจำหน่ายโมบิร่า
กับรายบริษัทเจ๊บเซ่นแอนด์เจนเซ่น ตัวแทนจำหน่ายเครื่องยี่ห้อแดนคอล"
พลตรีประทีปเปิดเผย
แหล่งข่าวใน ทศท.บอกกับ "ผู้จัดการ" ว่า จากการให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารของอีริคสันไปในทำนองอีริคสันเป็นผู้ผูกขาดตลาดเพียงรายเดียวนั้น
ก็ได้เกิดการต่อว่าต่อขานจากผู้ใหญ่บางคนขึ้นในทำนองว่าไม่น่าจะพูดเช่นนั้น
"อย่างเช่นคุณดำรงชัย วิจารณ์ภัยกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของทศท.ก็ได้ต่อว่าไปที่เรือโทสุปรีดิ์
ผู้จัดการทั่วไปของอีริคสัน ซึ่งเรือโทสุปรีดิ์ก็ออกมาแก้ข่าวว่า ไม่ได้พูดว่าอีริคสันผูกขาด
เพียงแต่อีริคสันได้รับอนุญาตให้ขายได้เพียงรายเดียวในช่วงที่กำลังตั้งสถานี"
แหล่งข่าวเล่าให้ฟัง
"ซึ่งที่ทศท.เลือกอีริคสันติดตั้งสถานีแม่ข่าย ก็เพราะระบบของเราไม่ผูกขาด
เป็นระบบที่คนอื่นเข้ามาใช้ร่วมได้" ข้างฝ่ายเรือโทสุปรีดิ์ก็ได้ยืนยันด้วยอีกทาง
องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยนั้น ได้มีมติโดยคณะกรรมการเมื่อวันที่ 21
มกราคม 2529 ให้บริษัทอีริสัน เทเลโฟนฯ เป็นผู้ได้รับสิทธิในการจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เพียงรายเดียว
จนกว่าองค์การโทรศัพท์จะตรวจรับสถานีแม่ข่ายที่อีริคสันเป็นผู้ติดตั้งอุปกรณ์ครบทั้ง
14 สถานีแล้ว หลังจากนั้นจึงจะเปิดให้บริษัทรายอื่นนำเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อขายได้โดยผ่านการตรวจสอบสเป็คตามมาตรฐานที่ทศท.เป็นผู้กำหนด
ผู้จัดการทั่วไปของอีริคสันได้บอกกับ "ผู้จัดการ" เมื่อไม่นานมานี้
อีริคสันเพิ่งจะดำเนินการติดตั้งแม่ข่ายเสร็จไปแล้วเพียง 3 สถานี ได้แก่ลาดพร้าว
กรุงเกษมและพระโขนง คาดว่ากว่าจะติดตั้งได้ครบทั้ง 14 สถานีคงเป็นต้นปี 2530
"ถ้าเป็นไปตามแผนพัฒนาขององค์การโทรศัพท์สถานีที่ 14 ก็จะเสร็จในเดือนเมษายน
2530" แหล่งข่าวในทศท.เปิดเผยให้ฟังอีกทางหนึ่ง
สำหรับอีริคสันนั้น ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้เดือนละ 1,000 เครื่อง ซึ่งหากสามารถขายได้ตามเป้าเมื่อถึงเดือนเมษายน
2530 ซึ่งเป็นเวลาที่ชุมสายทั้ง 14 แห่งเสร็จ ทางอีริคสันก็คงจะติดตั้งระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้กับลูกค้าไปแล้วราวๆ
9,000 เครื่องหรือ 9,000 เลขหมาย จากจำนวนเลขหมายตามแผนพัฒนาขององค์การโทรศัพท์ทั้งหมด
10,075 เลขหมาย
ถ้าตอนนั้นการแข่งขันอย่างเสรีเริ่มขึ้น
สิ่งที่ผู้แข่งขันทุกคนจะได้ก็คือส่วนแบ่งเพียง 10% ที่เหลือเท่านั้น
ถึงตอนนั้นอีริคสันก็คงสบายไปแล้ว
สำหรับโมบิร่าและคู่แข่งรายอื่นของอีริคสันที่จะยอมกันไม่ได้ก็เห็นจะอยู่ตรงนี้
ทุกคนต้องการเข้าตลาดเร็วที่สุด
และทุกคนก็ล้วนฝากความหวังไว้กับการตัดสินใจขององค์การโทรศัพท์