|

LH BANKหันรุกเอสเอ็มอี หนีตลาดสินเชื่อบ้านแข่งดุ
ASTVผู้จัดการรายวัน(15 กุมภาพันธ์ 2553)
กลับสู่หน้าหลัก
แอลเอชแบงก์หันรุกสินเชื่อเอสเอ็มอีหลังสินเชื่อบ้านแข่งดุ ตั้งเป้าปีนี้โต 30% เน้นปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าแฟคทอริ่งเป็นหลัก
นายนนท์จิตร ดุลยานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานสินเชื่อ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) (LH BANK) เปิดเผยว่า ในปี 2553 นี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)ประมาณ 3.5 พันล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้น 30% จากปี 2552 ที่ฐานสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารอยู่ที่ 8.5-8.7 พันล้านบาท ซึ่งธนาคารคาดว่าฐานสินเชื่อเอสเอ็มอีจะขึ้นไปแตะ 1.2 หมื่นล้านบาทในสิ้นปีนี้ โดยปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าประมาณ 500 ราย และมีวงเงินสินเชื่อเฉลี่ยต่อรายอยู่ที่ 30-50 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในปีนี้ธนาคารต้องการขยายสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีเพิ่มมาก ขึ้น เนื่องจากสินเชื่อบ้านซึ่งเป็นธุรกิจหลักเริ่มมีการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่ม มากขึ้น เพราะธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ลงมาทำการตลาดในตลาดสินเชื่อบ้านมากขึ้นและมีการ ใช้กลยุทธ์ด้านราคามาแข่งขัน ซึ่งธนาคารไม่สามารถสู้ได้เนื่องจากเสียเปรียบเรื่องต้นทุนการเงิน ดังนั้นธนาคารจึงหันไปรุกตลาดเอสเอ็มอีแทน โดยปีนี้ธนาคารจะเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีเป็น 27-28% ของฐานสินเชื่อรวม และคาดว่าในปี 2554 จะเพิ่มขึ้นเป็น 30% ของฐานสินเชื่อรวม
"ปีนี้เราจะเน้นสินเชื่อเอสเอ็มอีมากขึ้น ซึ่งยอมรับว่าตอนนี้สินเชื่อบ้านเราสู้แบงก์ใหญ่ไม่ได้แม้เราจะเป็นเจ้าของ ตลาดมาก่อน เพราะพวกแบงก์ใหญ่เขาเอาเรื่องดอกเบี้ยมาแข่งขัน และปีนี้ก็น่ายังมีความรุนแรงเรื่องของราคาอยู่ ซึ่งเราเสียเปรียบเพราะต้นทุนเงินฝากของเราแพงกว่า เราจึงต้องมองหาช่องทางธุรกิจใหม่ๆ" นายนนท์จิตรกล่าว
สำหรับในปีนี้ธนาคารจะเน้นไปที่ลูกค้ากลุ่มแฟคทอริ่งเป็นหลัก ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้มีความต้องการใช้สินเชื่อหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก เพราะหลังจากลูกค้าส่งสินค้าไปตามห้างสรรพสินค้าจะไม่ได้รับชำระเงินทันทีทำ ให้ลูกค้ามีปัญหาเรื่องของสภาพคล่อง ซึ่งธนาคารจะเข้าไปช่วยเหลือเรื่องของเงินทุนที่ลูกค้าจะนำไปใช้หมุนเวียนใน ธุรกิจต่อไป
โดยปกติธนาคารจะมีการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าแฟคทอริ่งเฉลี่ยปีละ 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งในปีนี้ธนาคารคาดว่าจะยังปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ได้ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันธนาคารมีส่วนแบ่งการตลาด(มาร์เกตแชร์)เป็นอันดับ 4 ของลูกค้ากลุ่มนี้ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20%
นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่เป็นเป้าหมายที่ธนาคารจะหาเข้ามาเพิ่มเติมในปีนี้ คือ กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีอพาร์ทเม้นท์หรือหอพักนักศึกษาที่ต้องการเงินทุนในการ ก่อสร้างอพาร์ทเม้นท์ที่อยู่ใกล้กับสถาบันการศึกษา ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะมีความต้องการวงเงินสินเชื่อเฉลี่ยอยู่ที่ 50-60 ล้านบาทต่อราย
ในขณะที่กลุ่มลูกค้าโรงแรมประเภทบูติกธนาคารก็ให้ความสนใจเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล เนื่องจากมองว่าธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มกลับมาฟื้นตัวมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้มีความต้องการวงเงินสินเชื่อเฉลี่ยประมาณ 60-70 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากธนาคารยกระดับเป็นธนาคารพาณิชย์และมีการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทยสำเร็จ เชื่อว่าธนาคารจะมีความสามารถในการแข่งขันด้านสินเชื่อเพิ่มขึ้น เนื่องจากธนาคารสามารถระดมทุนด้วยการออกจำหน่ายหุ้นกู้ได้ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของธนาคารลดลง
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|