|

บ้านชนบทกลิ่นอายสไตล์ Provence
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( กุมภาพันธ์ 2553)
กลับสู่หน้าหลัก
เพราะตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา Luberon มีทั้งสวนมะกอกและไร่องุ่นเก่าแก่แวดล้อมให้ความร่มรื่น La Petite Bastide จึงเป็นบ้านไร่ที่อุดมไปด้วยบุคลิกหลากหลาย และคงเอกลักษณ์ของบ้านในชนบทแถบ Provence ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
ในเวลาเดียวกันก็สะท้อนลักษณะร่วมสมัยและความร่มเย็นได้อย่างน่าทึ่งด้วย
La Petite Bastide อยู่ห่างจากหมู่บ้าน Lourmarin ที่มีทิวทัศน์สวยงามเพียงไม่กี่กิโลเมตร นอกจากความงามแล้ว หมู่บ้าน แห่งนี้ยังเป็นที่พำนักของนักเขียนชื่อดัง Peter Mayle และศิลปิน มากหน้าหลายตาผู้ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคอาณานิคมจึงไม่น่าแปลกที่บ้านไร่หลังนี้จะเป็นแหล่งพักพิงในวันหยุดสำหรับผู้ต้องการลิ้มลองความเป็น Provence อย่างแท้จริง Bastide ได้รับการบูรณะจนแลดูน่ารักน่าพักจากมันสมอง ของสามีภรรยาผู้เป็นเจ้าของคือ Bruno และ Michele Viard จริงๆ แล้วทั้งสองอยู่และทำงานที่มาร์กเซยส์แต่ยามว่างรักที่จะทำสวนผลไม้และปลูกต้นไม้ นอกจากนี้ พวกเขายังโปรดปรานสถาปัตยกรรมสไตล์ที่ได้รับอิทธิพลจากผลงานของ Tadao Ando และ Luis Barragan ข้อน่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ พวกเขายังนิยม ชมชอบสไตล์ minimalist และนำมาใช้กับงานบูรณะบ้านไร่เก่าแก่หลังนี้ด้วย
Michele อธิบายแนวคิดของเธอว่า "ตั้งแต่เริ่มแรกเราต้องการเนรมิตให้ที่นี่สงบ มีแต่สันติสุขเพื่อให้ผู้คนได้ผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับสภาพแวดล้อมรอบตัวจริงๆ ซึ่งเราบรรลุเป้าหมายนี้ด้วยการเน้นใช้ประโยชน์จากแสงสว่างตามธรรมชาติของ Provence และการเลือกใช้แต่วัสดุที่เป็นสารอินทรีย์ เช่น หิน ไม้ และผ้าลินิน"
จะว่าไปแล้วบ้านดั้งเดิมที่มีอยู่นั้นเป็นเพียงซากว่างเปล่าก็คงไม่ผิดนัก เพราะมีเพียงผนังด้านนอกและหลังคาเท่านั้นที่ยังหลงเหลืออยู่ ดังนั้น การทุบผนังด้านในออกจึงเป็นโอกาสให้จัดวางแปลนใหม่และขยายพื้นที่ของห้องนั่งเล่นออกไป ซึ่งทำให้เข้ากับประตูกระจกด้านนอกที่มีโครงเป็นเหล็กและมีหน้าต่างบานใหญ่ขึ้นเพื่อรับแสงมากขึ้นได้เป็นอย่างดี เพราะทำงานออกแบบส่วนต่อขยายได้ดีเลิศนี่เองจึงทำให้พวกเขาได้ห้องนอนและห้องน้ำ มากขึ้น แถมยังมีทางเดินแบบมีหลังคาซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่เชื่อมต่อกับส่วนของโรงเก็บรถแล้วยังเป็นที่ร่มให้กับบริเวณที่จัดไว้สำหรับรับประทานอาหารกลางแจ้งด้วย
แม้จะผ่านงานฟื้นฟูบูรณะมากมายขนาดนี้ แต่ด้านนอกตัวบ้านก็ยังคงรูปโฉมตามแบบของแท้ดั้งเดิมเอาไว้ คือฉาบด้วยปูนจนดูแทบดูไม่ออกเลยว่าตรงไหนเป็นของเก่าและตรงไหนเพิ่ม เติมเข้าไปใหม่ ซึ่ง Michele ยันยันว่า "ตอนซ่อมบ้านหลังนี้ เราเดินตามรอยวิธีก่อสร้างแบบชนบท ของฝรั่งเศสไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการเลือกวัสดุและสีของเราด้วย"
งานขั้นตอนนี้ลุล่วงได้ก็เพราะพวกเขามีตัวช่วยวิเศษสุดคือ ลานบ้าน ซึ่งเป็นที่เก็บของใช้เชิงสถาปัตยกรรม ร้านขายของเก่าและของใช้มือสองนั่นเอง โดยทั้งสองพบคานไม้สำหรับรับน้ำหนัก ก้อนหินเก่าคร่ำคร่าสำหรับ ใช้ในงานก่อสร้างก็ตรงที่ลานเก็บของนี่เอง ส่วนอ่างล้างมือของเก่าและของตกแต่งอื่นๆ นั้น มีให้เลือกซื้อหาได้ตามร้านของเก่าและของมือสองทั่ว Provence
ผลที่ได้คือบ้านซึ่งเหมาะกับภูมิอากาศรุนแรงทางภาคใต้ของฝรั่งเศสอย่างดีเยี่ยม โดยผนังซึ่งทำด้วยหินก้อนหนานั้นนอกจากจะให้ความรู้สึกมั่นคงถาวรของตัวบ้านแล้ว ยังทำให้ภายในบ้านเย็นสบาย ท่าม กลางอากาศร้อนอ้าวกลางฤดูร้อน ส่วนเตาผิงทำด้วยหินขนาดใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในห้องนั่งเล่นนั้นเล่าก็ให้ความอบอุ่นท่ามกลางความเย็นยะเยือกของฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี หรือเมื่อยามต้องผจญกับ mistral ซึ่งเป็นลมเหนือที่ทั้งหนาวและแห้งยามพัดกระโชกลงมาจากเทือกเขา Luberon อย่างไม่ปรานีปราศรัย
เห็นได้ชัดว่าเจ้าของบ้านเจตนาใช้ศิลปะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของงานตกแต่งภายในเพราะต้องการลดโทนความทันสมัยของบ้านลงบ้าง โดยเน้นไปที่พื้นที่ใช้สอยและองค์ประกอบเชิงสถาปัตยกรรมมากเป็นพิเศษ แต่สามีภรรยาคู่นี้ก็ยังไม่ทิ้งความสะดวกสบายโดยถือเป็นความสำคัญลำดับแรกเลยทีเดียว ผลที่ออกมาคือสามารถผสมผสานเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านแบบเก่าให้กลมกลืนกับแบบร่วมสมัยได้อย่างละมุนละไม เมื่อเข้าไปในห้องครัว จะเห็นได้จากงานออกแบบในส่วนของพื้นที่ทำงานซึ่งสามารถใช้งานได้จริง เมื่อดูที่ห้องน้ำจะเห็นถึงสไตล์ที่กลมกลืน กับส่วนอื่นๆ ของบ้านจนเป็นเนื้อเดียวกันและใช้งานตามบทบาทได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อมองในภาพรวมแล้วจะเห็นว่าการเลือกทุกสิ่งทุกอย่างมาลงในบ้านหลังนี้ก็เพื่อเติมเต็มความรู้สึกเป็นธรรมชาติที่มีมาแต่เดิมรวมทั้งเพื่อเน้นเสน่ห์แห่งความเป็นชนบทให้โดดเด่นขึ้นด้วย
ความน่ารักอีกอย่างหนึ่งของบ้านหลังนี้อยู่ที่รายละเอียดซึ่งเตะตาสะดุดใจแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก เช่น การเอาฐานของแก้วไวน์ ฝังลงไปในผนังเพื่อทำเป็นตะขอแขวนเสื้อโค้ท หรือการนำกิ่งมะกอกมาทาบลงบนปูนซีเมนต์เพื่อสร้างลายตามธรรมชาติให้กับขั้นบันได หรือหลอดไฟข้างเตียงรูปแบบแปลกและสุดเท่เพราะห้อยตัวลงมาจากแท่งไม้ซึ่งฝังตัวอยู่ในผนังแล้วมีสายไฟพันรอบๆ พร้อมกับห้อยลงมาจนกระทั่งหลอดไฟอยู่ในระดับใช้มือเปิดปิดได้อย่างสะดวก (ดูภาพประกอบ)
หนึ่งในงานตกแต่งสะดุดตาที่สุดเห็นจะเป็นการใช้สีน้ำเงิน แกมเทาซึ่งเป็นสีดั้งเดิมของฝรั่งเศสทาผนังด้านในระยะจากพื้นถึงระดับเอวและยังใช้สีนี้กับพื้นซีเมนต์ของบางห้องด้วย (ดูภาพประกอบ) วิธีนี้ไม่เพียงแต่จะให้ความรู้สึกร่วมสมัยกับพื้นที่ว่าง หากแต่ยังทำให้ห้องต่างๆ เชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกันอีกต่างหาก
เพราะล้อมรอบด้วยเมืองเก่าแก่บนเนินเขานี่เอง La Petite Bastide จึงสามารถทำให้ผู้ที่ต้องการแทรกตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ของวัฒนธรรมท้องถิ่นได้สมปรารถนาอย่างไม่ยากเย็นนัก เพียงแต่ติดต่อเข้าไปเช่าอยู่ได้ตามที่อยู่นี้ location-en-luberon.com
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|