งานนี้สุระฯ เจ้าเก่าก็มีเหมือนกัน


นิตยสารผู้จัดการ( พฤษภาคม 2528)



กลับสู่หน้าหลัก

สายสัมพันธ์ของสุระฯ กับธนาคารสยามนั้นมีมาตั้งแต่สมัยที่สุระฯ ขายหุ้นในบริษัทเทพารักษ์ที่ดินให้กับกลุ่มจอห์นนี่ มา และสหายเพื่อทำหมู่บ้านทิพวัลย์

ส่วนสุระฯ และกุรดิษฐ์ จันทร์ศรีชวาลา ก็ใช้บริการทองของธนาคารเอเชียทรัสต์สมัยธารวนิชกุลยังรุ่งเรืองอยู่อย่างสะดวกสบาย โดยเมื่อ 18 ปีที่แล้ว กุรดิษฐ์ได้ทำโอดีไว้เป็นเงิน 1,750,000 โดยมีซิงห์ผู้พี่คือสุระฯ เป็นผู้ค้ำประกัน

ตั้งแต่ปี 2510 จนถึงวันนี้ สองพี่น้องสกุลจันทร์ศรีชวาลาก็ใช้เงินเกินบัญชีไปทั้งหมด 23,954,899.67 บาท นี่ยังไม่ได้บวกดอกเบี้ยจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนั้นแล้ว กุรดิษฐ์ยังขายลดเช็คอีก 2 ใบเป็นเงิน 1,756,000 บาท และยังมีดอกเบี้ยคงค้างอีก 666,378.49 บาท

และตั้งแต่ 16 มิถุนายน 2520 กุรดิษฐ์ฯ ได้ออกตั๋วแลกเงินให้ธนาคารเอเชียทรัสต์อาวัลอีก 4 ใบ รวมทั้งสิ้นอีก 7,385,000 บาท โดยสั่งจ่ายให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ทรัสต์ในวันที่ 16 มิถุนายน 2521

ทั้งหมดนี้ กุรดิษฐ์ฯ และสุระฯ ผู้พี่ ได้จำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 4,900,000 บาทไว้

ทุกอย่างก็คงจะราบรื่นเหมือนเดิมทุกประการถ้าไม่ใช่เพราะจอห์นนี่ มา ตัดช่องน้อยแต่ผู้เดียวไป

พอจอห์นนี่ไปแล้ว เกษมก็มาแทน

ทุกอย่างมันก็ต้องว่ากันใหม่ตั้งแต่ต้น

เกษม จาติกวณิช และวารี หะวานนท์ ไม่ได้เอี่ยวกับสุระฯ และกุรดิษฐ์เลยไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งสิ้น

นอกจากไม่ได้เอี่ยวแล้ว ยังต้องมานั่งเวียนหัวกับเรื่องเก่า ๆ ของจอห์นนี่และเรื่องของกุรดิษฐ์ฯ กับสุระฯ ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เกษมและวารีเวียนหัว

ก็เลยแก้เวียนหัวด้วยการฟ้องเรียกหนี้คืนทั้งสิ้น 38,205,736 บาท บวกค่าทนายอีก 200,000 บาทเท่านั้นเอง



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.