ใครว่าดวงไม่สำคัญ คนที่ "ซวย" เช่นประกอบ


นิตยสารผู้จัดการ( เมษายน 2527)



กลับสู่หน้าหลัก

คนที่รู้จักประกอบ วิสิษฐกิจการ ดีจะบอกได้ทันทีว่าเป็นคน PROFESSIONAL ในอาชีพของเขาอย่างมากทีเดียว

ประกอบเคยเป็นตัวแทน CONTINENTAL ILLINOIS BANK แล้วถูกดึงตัวมาเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทสยามเครดิต บริษัทเช่าซื้อรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในเครือพีเอสเอ

ประกอบออกจากพีเอสเอได้ไม่นานก่อนที่พรกับสุธีจะแยกกันไปเป็นผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อของธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ความจริงชีวิตของ BANKER อย่างประกอบก็ไม่มีอะไรโลดโผนนักหรอก เช้ามาทำงาน เย็นกลับบ้าน เสาร์อาทิตย์พาลูกเมียไปเที่ยวพักผ่อน

แต่จู่ๆ วันหนึ่งประกอบก็ต้องไปประกันตัวที่กองปราบเป็นมูลค่า 500,000 บาท

ข้อหาเป็นกรรมการคนหนึ่งในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน และมีส่วนผิดพระราชบัญญัติเงินทุนหลักทรัพย์ด้วย!

“คุณประกอบแกซวยเพราะแกไม่รู้เรื่องจริงๆ ชื่อแกติดไว้เป็นกรรมการนั้นมันมีมาตั้งแต่สมัยพัฒนาเงินทุนยังอยู่กับพีเอสเอแล้ว แกก็ลืมสนิท เขาปู้ยี่ปู้ยำกันไม่กี่คน นี่แกไม่เคยรู้เรื่องเลย แต่จู่ๆ ก็ต้องมานั่งเป็นจำเลย” พนักงานเก่าระดับสูงคนหนึ่งของพัฒนาเงินทุนเล่าให้ฟัง

“ความจริงถ้าจะนับกันจริงๆ แล้ว คนึง ฤาชัย เองก็ควรจะต้องโดนข้อหาผิดพระราชบัญญัติเงินทุนหลักทรัพย์ด้วย เพราะคนึงเองก็เคยเป็นกรรมการด้วย แต่นี่คนึงกลับไม่โดนอะไรเลย” แหล่งข่าวคนเดิมเล่าเพิ่มเติม

เมื่อถูกถามถึงเรื่องต้องตกเป็นจำเลย ประกอบได้แต่ส่ายหัวแล้วพูดได้ประโยคเดียวว่า “ผมมันซวย ไม่รู้เรื่องอะไรเลยแม้แต่น้อย”

มันต้องว่าไปตามตัวบทกฎหมายว่าใครเป็นกรรมการก็ต้องมีส่วน แต่ถ้าคุณประกอบเขาพิสูจน์ได้ เขาก็อาจถูกยกฟ้องในกรณีของเขา แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องว่ากันไป” เจ้าหน้าที่กองปราบให้เหตุผล

ถ้าเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่ถูกเชิญเข้าไปเป็นกรรมการต่างๆ ได้ว่าให้ดูตาม้าตาเรือกันดีๆ หน่อยในอนาคต ไม่ใช่เห็นว่าบริษัทมีตึกเป็นของตัวเองเด่นเป็นสง่าแล้วจะไม่มีอะไร พัฒนาเงินทุนเป็นตัวอย่างที่ดีซึ่งน่าจะจำกันเอาไว้



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.