|

มหากาพย์ภาคใหม่ สงคราม "สมาร์ทโฟน"
ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์(18 มกราคม 2553)
กลับสู่หน้าหลัก
กูเกิล ไอโฟน แบล็กเบอร์รี่ เอชทีซี โนเกีย บิ๊กเพลเยอร์ยักษ์ใหญ่ของโลกกำลังสร้างบิ๊กเกมกับสนามรบสุดร้อนแรงแห่งปี "สมาร์ทโฟน" ที่กลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ระดับโลก ว่าใครกันแน่ที่จะครอบครองอาณาจักรแห่งนี้ เมื่อทุกค่ายมีจุดเด่นจุดแตกต่างที่สามารถสร้างเกมการแข่งขันให้ปะทุขึ้นทั่วโลก สร้างแฟนคลับของตนเองให้ออกมาบลัฟฟ์คู่แข่งขัน ยิ่งการปรากฏโฉมอย่างเป็นทางการในการทำตลาดของ "เน็กซัสวัน" (Nexus One) จากกูเกิล ยิ่งกลายเป็นตัวเร่งเร้าให้ศึกสมาร์ทโฟนครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งมหากาพย์ของวงการมือถือโลก
ความสมบูรณ์ของภาพการแข่งขันสมาร์ทโฟนเกิดขึ้นในวันที่ 5 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา หลังจากกูเกิลเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ "เน็กซัสวัน" สู่ตลาด หลังจากที่กูเกิลได้นำร่องระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ไปกับค่ายผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือยี่ห้ออื่นตั้งแต่ปลายปี 2551
อาณาจักรของสมาร์ทโฟนจึงถูกจับตามองจากผู้บริโภคทั่วโลกว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อกูเกิลมีเน็กซัสวัน แอปเปิลมีไอโฟน รีเสิร์ช อินโมชั่นมีแบล็กเบอร์รี่ และอีก 2 ยักษ์ใหญ่สมาร์ทโฟนโลกอย่างโนเกียและเอชทีซี
เน็กซัสวันเป็นสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้ชื่อว่า "กูเกิลโฟน" ซึ่งกูเกิลลงมาดูแลเทคโนโลยีบริการภายในเครื่องพร้อมจัดจำหน่ายด้วยตัวเอง ต่างจาก "แอนดรอยด์โฟน" ทั่วไปที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เท่านั้น ส่วนเทคโนโลยีภายในเครื่องและการวางจำหน่ายจะอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ผลิต เช่น ซัมซุง แอลจี ฯลฯ
เน็กซัสวันเป็นฝีมือการผลิตของเอชทีซี (HTC) จุดนี้ ปีเตอร์ โชว ซีอีโอเอชทีซีการันตีว่า เน็กซัสวันนั้นมีความบางเทียบเท่าดินสอธรรมดาแท่งหนึ่ง และมีน้ำหนักไม่เกินพวงกุญแจมีดพับสารพัดประโยชน์ Swiss Army
เอริค เซง วิศวกรของกูเกิลยกย่องเน็กซัสวันว่าเป็นการรวมตัวของดีไซน์และฟังก์ชั่นการทำงานที่ลงตัว มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 2.1 เช่นเดียวกับดรอยด์ (Droid) แอนดรอยด์โฟนของโมโตโรล่าซึ่งสามารถรองรับภาพ 3D ได้ ความพิเศษของเน็กซัสวันอยู่ที่ฟังก์ชั่นการส่งข้อความเสียงในรูปอีเมล และการเอื้อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการนานาชนิดของกูเกิลได้ ทั้งการค้นหาข้อมูล และบริการแผนที่
กูเกิลได้เปิดร้านจำหน่ายเน็กซัสวันอย่างเป็นทางการที่ www.google.com/phone ในราคา 529 เหรียญสหรัฐ (ราว 18,000 บาท) ไร้สัญญาผูกมัดกับโอเปอเรเตอร์รายใด ผู้บริโภคในสหรัฐฯ สามารถเลือกซื้อกับโอเปอเรเตอร์อย่างทีโมบายล์ (T-Mobile) ก็ได้ในราคา 179 เหรียญ (ราว 6,000 บาท) แต่ต้องผูกสัญญา 2 ปี
นอกจากทีโมบายล์ กูเกิลระบุว่ามีการเจรจากับโอเปอเรเตอร์รายอื่นของสหรัฐอเมริกา อย่างเวอริซอน (Verizon) และโวดาโฟน (Vodafone) โอเปอเรเตอร์ในยุโรปด้วย ซึ่งคาดว่าความร่วมมือระหว่างกูเกิลและโอเปอเรเตอร์รายอื่นๆ จะทยอยเปิดตัวตามมาในช่วงกลางปีนี้
กูเกิลระบุว่าจะจัดส่งผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของตัวเองไปจำหน่ายยังตลาดสิงคโปร์ ฮ่องกง อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีเพราะเน็กซัสวันถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้บนเครือข่ายโทรคมนาคมที่หลากหลาย
ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ในท้องตลาดมีจำนวนมากกว่า 20 รุ่นแล้วหลังจากทีโมบายล์เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นจีวัน (G1) ออกมาเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมปี 2551 แน่นอนว่าเน็กซัสวันคือคู่แข่งรายสำคัญของสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์หลากหลายแบรนด์ อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของแบรนด์สมาร์ทโฟนกลับมองว่าเน็กซัสวันไม่ใช่คู่แข่ง แต่ช่วยกระตุ้นกระแสแอนดรอยด์ให้เป็นที่สนใจของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น และผู้ผลิตรายอื่นๆ ก็สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ภายในให้เหมือนกับที่มีในเน็กซัสวันได้อยู่แล้ว
นักวิเคราะห์นั้นมองว่าการเปิดตัวเน็กซัสวันของกูเกิลช่วยกระตุ้นตลาดแอนดรอยด์ได้ดี โดยเฉพาะในแง่ของการกระตุ้นนักพัฒนาให้ลงมือสร้างแอปพลิเคชั่นสำหรับแอนดรอยด์ให้มากขึ้น เนื่องจากขณะนี้แอปพลิเคชั่นของแอนดรอยด์ยังมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่อย่างไอโฟน ทำให้การทำงานของสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ไม่หลากหลายเท่าไอโฟน
ที่สำคัญ ดูเหมือนว่าเอชทีซีจะไม่ยอมให้กระแสเน็กซัสวันผ่านไปแบบไร้ประโยชน์ โดยประกาศว่าจะวางจำหน่าย HTC Bravo ซึ่งมีหน้าตาลักษณะคล้ายกับเน็กซัสวันในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เป็นการวางจำหน่ายในประเทศไทยโดยเอชทีซีเอง
ที่ผ่านมาเอชทีซีมีการทำตลาดสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในประเทศไทยแล้ว 3 รุ่น ได้แก่ เอชทีซีเมจิก เอชทีซีฮีโร่ และเอชทีซี TATTOO ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี และในปีนี้ทางเอชทีซีก็มีแผนที่จะนำสมาร์ทโฟนที่ใช้แอนดรอยด์เข้ามาสู่เมืองไทยอีกหลายรุ่น น่าที่จะเป็นอีกหนึ่งสีสันที่ช่วยทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนยิ่งคึกคัก
อีกด้านหนึ่งของเอชทีซีนั้น ก็มีสมาร์ทโฟนที่ใช้วินโดวส์โมบายในการทำตลาด อย่างไรก็ตามในช่วงหลังสมาร์ทโฟนที่ใช้วินโดวส์โมบายกระแสสู้คู่แข่งขันอื่นๆ ไม่ได้ ทำให้เชื่อว่าเอชทีซีจะให้น้ำหนักกับระบบแอนดรอยด์มากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้บริหารของเอชทีซีประเทศไทย มองว่าต่อไปในอนาคตการทำตลาดแอนดรอยด์โฟนจะเน้นเจาะไปที่ตลาดคอนซูเมอร์เป็นหลัก ส่วนตลาดที่เป็นวินโดวส์โมบายนั้นจะอยู่ในกลุ่มคอร์ปอเรตมากกว่า
ไอโฟนยังถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ได้รับการมองว่ายังคงเป็นสมาร์ทโฟนที่ทุกคนต้องการอยากได้ และในปีนี้การมาของเน็กซัสวัน ก็น่าที่จะทำให้ไอโฟนมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้งเพื่อรับน้องที่เพิ่งจะมาใหม่ โดยมีข่าวลือว่าอาจจะเกิดไอโฟน 4G ในช่วงกลางปีนี้
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาผลสำรวจในสหรัฐอเมริกาพบว่าส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนของไอโฟนนั้นสูงกว่าสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์โมบายเป็นครั้งแรกแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่าไอโฟนนั้นเป็นที่ต้องการของตลาดสูงมาก
แบล็กเบอร์รี่หรือบีบีคืออีกหนึ่งค่ายที่ไม่สามารถมองข้ามได้จากตลาดสมาร์ทโฟน จากผลงานที่โดดเด่นในช่วงปี 2552 ทำให้บีบีคือหนึ่งในผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนของโลก ยิ่งในประเทศไทย กระแสบีบีฟีเจอร์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ
และอย่างช่วงปลายปี 2552 ที่ผ่านมา บีบีก็ช็อกวงการสมาร์ทโฟนด้วยการประกาศตัวเลขกำไรพุ่งแบบก้าวกระโดดกว่า 59% ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2552 โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจของผลประกอบการที่แสดงว่าผู้ซื้อแบล็กเบอร์รี่มากกว่า 80% เป็นผู้บริโภคธรรมดาๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคอร์ปอเรต ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่แสดงถึงกระแสความนิยมบีบีของกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเพื่อผู้บริโภครายอื่นๆ ต้องเฝ้าติดตามกระแสบีบีอย่างใกล้ชิด
และในปีนี้บีบีก็จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็น โบลด์รุ่นใหม่และสตรอมทู ซึ่งน่าจะทำให้ตลาดตื่นตัวขึ้นไปอีก
กลับมาในฟากฝั่งโนเกีย คงจะต้องมีการปรับตัวขนาดใหญ่เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เกิดขึ้น กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยโนเกียเตรียมวางจำหน่ายโนเกีย N900 ในประเทศไทย เร็วๆ นี้
ปัจจุบันในตลาดโลกสัดส่วนของสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการซิมเบียนยังเป็นอันดับหนึ่งที่ 49% วินโดวส์โมบายและแบล็กเบอร์รี่มีสัดส่วนเท่ากันคือ 16% รองลงมาคือไอโฟน 9% และอีก 5% เป็นระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ซึ่งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
การ์ทเนอร์ระบุว่ายอดจำหน่ายโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วน 14% ของตลาดโทรศัพท์มือถือรวมทั่วโลก คาดว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 38% ในปี 2556
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|