TPIPLโรดโชว์หุ้นเพิ่มทุน


ผู้จัดการรายวัน(2 ตุลาคม 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

ทีพีไอโพลีนเตรียมโรดโชว์ขายหุ้นเพิ่มทุน 180 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.2 พันล้านบาท) ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสำรวจความต้องการของนักลงทุนสถาบัน ก่อนกำหนดราคาตาม Bookbuild มั่นใจหุ้นเพิ่มทุนได้รับความสนใจจากนักลงทุน แม้ไตรมาส 4 มีหลายบริษัทระดมทุนในตลาดก็ตาม เพราะดีมานด์ปูนซีเมนต์ในประเทศโตต่อเนื่อง คาดภายใน 1-2 ปี บริษัทจะปรับกลยุทธ์การตลาด หันมาจำหน่ายปูนในประเทศทั้งหมด โดยไม่มีการส่งออก

นายประเสริฐ อิทธิเมฆินทร์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบัญชีและการเงิน บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) (TPIPL) ผู้ผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์รายใหญ่อันดับ 3 ของไทย เปิดเผยวานนี้ (1 ต.ค.) ว่าบริษัทฯ จะกำหนดการเดินทางไปโรดโชว์ขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสำรวจความต้องการทั้งจำนวน และราคา ของนักลงทุนสถาบันในการทำ Book Build พร้อมทั้งจัดสรรหุ้นจำนวนหนึ่งให้นักลงทุนสถาบันด้วย โดยรายละเอียดในเรื่องนี้ได้ให้ที่ปรึกษาทางการเงินเป็นผู้ดำเนินการ

หลังจากบริษัทฯได้แต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน รวมทั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน 180 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในการซื้อลดหนี้คืน 220 ล้านดอลลาร์ คาดว่าจะระดมทุนได้เสร็จภายในปลายปีนี้

ทั้งนี้ บริษัทฯจะหารือกับ บล.ทิสโก้ ว่าจะมีการเสนอขายหุ้นเพิ่ม ทุนในส่วนกรีนชูส์ ออปชั่นไม่เกิน 15% ของหุ้นเพิ่มทุนใหม่หรือไม่ หากนักลงทุนมีความต้องการหุ้น TPIPL สูงกว่า 180 ล้านดอลลาร์ เนื่องจาก บล.ทิสโก้ ในฐานะผู้รับประกันการจำหน่าย ยืนยันว่า สามารถดูแลการเพิ่มทุน 180 ล้านดอลลาร์ได้แน่นอน

ส่วนการตั้งโรงงานปูนแห่งที่ 4 คาดว่าจะใช้เงินลงทุนอีก 140 ล้านดอลลาร์ในการติดตั้งเครื่อง จักรผลิตปูนเม็ดและปูนซีเมนต์อีก 3 ล้านตันนั้น นายประเสริฐกล่าวว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้จะไม่นำเงินมาใช้ในการขยายกำลังการผลิตปูนดังกล่าว คงต้องรออีก 2 ปีข้างหน้า จนกว่าดีมานด์ในประเทศจะสูงกว่าปัจจุบัน

มั่นใจตลาดทุนไตรมาส 4 เจ๋ง

สาเหตุที่ตัดสินใจขายหุ้นเพิ่มในช่วงไตรมาส 4/ 2546 เนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดทุนน่าจะดี แม้ว่าจะมีรัฐวิสาหกิจและบริษัทอื่นๆออกขายหุ้นเพิ่มทุนให้ประชาชนในช่วงนี้ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาทก็ตาม อาทิ บริษัท ทศท จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศอยู่ 6% และอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ช่วยกระตุ้นการลงทุน โดยเฉพาะภาคการก่อสร้างและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลต่อความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศเติบโตขึ้น ทำให้ราคาปูนซีเมนต์ต่อตันขยับเพิ่มขึ้น

ฟันกำไร 500 ล้านบาททุกบาทที่แข็งเทียบดอลลาร์

ส่งผลต่อตัวเลขการดำเนินงาน TPIPL ครึ่ง แรกปีนี้ มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อม ราคา (EBITDA) 2,721 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,461 ล้านบาท รวมทั้งต้นทุนทางการเงินลดต่ำลง เพราะอัตราดอกเบี้ยต่ำและบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจาก บริษัทฯมีหนี้สกุลดอลลาร์เกิน 50% ดังนั้น ทุก 1 บาทต่อดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น TPIPL จะมีกำไร อัตราแลกเปลี่ยน 400-500 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีนี้จะมียอดขายประมาณ 20,000 ล้านบาท และ EBITDA 6,000 ล้านบาท

อีก 1-2 ปีเลิกส่งออกปูน

นายประเสริฐกล่าวว่า จากความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ปริมาณการส่งออกปูนของบริษัทฯลดลง โดยนับจากนี้จน ถึงปลายปีบริษัทฯจะไม่ส่งออกปูนซีเมนต์ไปจำหน่ายในต่างประเทศ เนื่องจากราคาขายในประเทศสูงกว่าราคาส่งออกถึง 40% ของราคาขาย

ดังนั้นภายใน 1-2 ปีข้างหน้า บริษัทฯ อาจจะไม่ส่งออกปูนไปต่างประเทศ หากความต้อง การใช้ภายในประเทศยังเติบโตต่อเนื่อง โดยปีนี้บริษัทส่งออกเพียง 1.2 ล้านตัน ปีหน้า ส่งออกปูนไม่เกิน 1 ล้านตัน และปีถัดไปจะไม่มีการส่งออก

"การลดปริมาณการส่งออกปูนไปต่างประเทศ ไม่เกี่ยวกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ราคาขายได้น้อยลง แต่อยู่ที่ความต้องการใช้ปูนในประเทศเติบโตขึ้น ซี่งปัจจุบันโรงงานปูนเดินเครื่องผลิตปูนเม็ดเต็มที่ และปูนซีเมนต์ 85.5% ของกำลังการผลิต คาดว่าภายใน 1-2 ปีข้างหน้า อัตราการใช้กำลังการผลิตปูนซีเมนต์จะถึง 100%"

นายประเสริฐกล่าวยืนยันว่า โรงงานปูนทีพีไอโพลีน มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำที่สุดในประเทศ เนื่องจากเครื่องจักรมีความทันสมัย มีการใช้งานสูงสุด 11 ปี ต่างจากเครื่องจักรของคู่แข่งที่มี อายุถึง 30-50 ปี รวมทั้งดำเนินการกำลังการผลิต 9 ล้านตันในพื้นที่เดียว ทำให้ค่าโสหุ้ยต่ำกว่าคู่แข่งเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ บริษัทฯไม่ประสบความสำเร็จใน การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้ประชาชนทั่วไปไม่น้อย กว่า 180 ล้านดอลลาร์ ราคาจองซื้อหุ้นละ 17 บาท เนื่องจากเกิดสงครามอิรัก-สหรัฐฯรอบ 2 ทำให้นักลงทุนสถาบันชะลอการลงทุนทั้งในตลาดหลักและตลาดรอง รวมทั้งภาวะตลาดทุนในช่วงนั้นไม่ดีเท่าที่ควร

บริษัทมีหนี้สินระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ คงเหลือ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 39,895 ล้านบาท โดยหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้สกุลดอลลาร์สหรัฐเกิน 50% หนี้สกุลยูโร 16% โดยมีความสามารถในการชำระหนี้อยู่ที่ 3 เท่า และราคามูลค่าตามบัญชีหุ้น TPIPL อยู่ที่ 39 บาท



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.