ทีพีไอโพลีนเตรียมโรดโชว์ขายหุ้นเพิ่มทุน 180 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.2 พันล้านบาท)
ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสำรวจความต้องการของนักลงทุนสถาบัน ก่อนกำหนดราคาตาม
Bookbuild มั่นใจหุ้นเพิ่มทุนได้รับความสนใจจากนักลงทุน แม้ไตรมาส 4 มีหลายบริษัทระดมทุนในตลาดก็ตาม
เพราะดีมานด์ปูนซีเมนต์ในประเทศโตต่อเนื่อง คาดภายใน 1-2 ปี บริษัทจะปรับกลยุทธ์การตลาด
หันมาจำหน่ายปูนในประเทศทั้งหมด โดยไม่มีการส่งออก
นายประเสริฐ อิทธิเมฆินทร์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบัญชีและการเงิน บริษัท
ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) (TPIPL) ผู้ผลิตและจำหน่ายปูนซีเมนต์รายใหญ่อันดับ
3 ของไทย เปิดเผยวานนี้ (1 ต.ค.) ว่าบริษัทฯ จะกำหนดการเดินทางไปโรดโชว์ขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน
180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสำรวจความต้องการทั้งจำนวน และราคา
ของนักลงทุนสถาบันในการทำ Book Build พร้อมทั้งจัดสรรหุ้นจำนวนหนึ่งให้นักลงทุนสถาบันด้วย
โดยรายละเอียดในเรื่องนี้ได้ให้ที่ปรึกษาทางการเงินเป็นผู้ดำเนินการ
หลังจากบริษัทฯได้แต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
รวมทั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน 180 ล้านดอลลาร์
เพื่อใช้ในการซื้อลดหนี้คืน 220 ล้านดอลลาร์ คาดว่าจะระดมทุนได้เสร็จภายในปลายปีนี้
ทั้งนี้ บริษัทฯจะหารือกับ บล.ทิสโก้ ว่าจะมีการเสนอขายหุ้นเพิ่ม ทุนในส่วนกรีนชูส์
ออปชั่นไม่เกิน 15% ของหุ้นเพิ่มทุนใหม่หรือไม่ หากนักลงทุนมีความต้องการหุ้น
TPIPL สูงกว่า 180 ล้านดอลลาร์ เนื่องจาก บล.ทิสโก้ ในฐานะผู้รับประกันการจำหน่าย
ยืนยันว่า สามารถดูแลการเพิ่มทุน 180 ล้านดอลลาร์ได้แน่นอน
ส่วนการตั้งโรงงานปูนแห่งที่ 4 คาดว่าจะใช้เงินลงทุนอีก 140 ล้านดอลลาร์ในการติดตั้งเครื่อง
จักรผลิตปูนเม็ดและปูนซีเมนต์อีก 3 ล้านตันนั้น นายประเสริฐกล่าวว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้จะไม่นำเงินมาใช้ในการขยายกำลังการผลิตปูนดังกล่าว
คงต้องรออีก 2 ปีข้างหน้า จนกว่าดีมานด์ในประเทศจะสูงกว่าปัจจุบัน
มั่นใจตลาดทุนไตรมาส 4 เจ๋ง
สาเหตุที่ตัดสินใจขายหุ้นเพิ่มในช่วงไตรมาส 4/ 2546 เนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดทุนน่าจะดี
แม้ว่าจะมีรัฐวิสาหกิจและบริษัทอื่นๆออกขายหุ้นเพิ่มทุนให้ประชาชนในช่วงนี้ คิดเป็นมูลค่าประมาณ
6-7 หมื่นล้านบาทก็ตาม อาทิ บริษัท ทศท จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด
(มหาชน)
นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศอยู่ 6% และอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ
ช่วยกระตุ้นการลงทุน โดยเฉพาะภาคการก่อสร้างและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก
ส่งผลต่อความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศเติบโตขึ้น ทำให้ราคาปูนซีเมนต์ต่อตันขยับเพิ่มขึ้น
ฟันกำไร 500 ล้านบาททุกบาทที่แข็งเทียบดอลลาร์
ส่งผลต่อตัวเลขการดำเนินงาน TPIPL ครึ่ง แรกปีนี้ มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อม
ราคา (EBITDA) 2,721 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,461 ล้านบาท รวมทั้งต้นทุนทางการเงินลดต่ำลง
เพราะอัตราดอกเบี้ยต่ำและบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
เนื่องจาก บริษัทฯมีหนี้สกุลดอลลาร์เกิน 50% ดังนั้น ทุก 1 บาทต่อดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น
TPIPL จะมีกำไร อัตราแลกเปลี่ยน 400-500 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีนี้จะมียอดขายประมาณ
20,000 ล้านบาท และ EBITDA 6,000 ล้านบาท
อีก 1-2 ปีเลิกส่งออกปูน
นายประเสริฐกล่าวว่า จากความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ปริมาณการส่งออกปูนของบริษัทฯลดลง
โดยนับจากนี้จน ถึงปลายปีบริษัทฯจะไม่ส่งออกปูนซีเมนต์ไปจำหน่ายในต่างประเทศ เนื่องจากราคาขายในประเทศสูงกว่าราคาส่งออกถึง
40% ของราคาขาย
ดังนั้นภายใน 1-2 ปีข้างหน้า บริษัทฯ อาจจะไม่ส่งออกปูนไปต่างประเทศ หากความต้อง
การใช้ภายในประเทศยังเติบโตต่อเนื่อง โดยปีนี้บริษัทส่งออกเพียง 1.2 ล้านตัน ปีหน้า
ส่งออกปูนไม่เกิน 1 ล้านตัน และปีถัดไปจะไม่มีการส่งออก
"การลดปริมาณการส่งออกปูนไปต่างประเทศ ไม่เกี่ยวกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
ทำให้ราคาขายได้น้อยลง แต่อยู่ที่ความต้องการใช้ปูนในประเทศเติบโตขึ้น ซี่งปัจจุบันโรงงานปูนเดินเครื่องผลิตปูนเม็ดเต็มที่
และปูนซีเมนต์ 85.5% ของกำลังการผลิต คาดว่าภายใน 1-2 ปีข้างหน้า อัตราการใช้กำลังการผลิตปูนซีเมนต์จะถึง
100%"
นายประเสริฐกล่าวยืนยันว่า โรงงานปูนทีพีไอโพลีน มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำที่สุดในประเทศ
เนื่องจากเครื่องจักรมีความทันสมัย มีการใช้งานสูงสุด 11 ปี ต่างจากเครื่องจักรของคู่แข่งที่มี
อายุถึง 30-50 ปี รวมทั้งดำเนินการกำลังการผลิต 9 ล้านตันในพื้นที่เดียว ทำให้ค่าโสหุ้ยต่ำกว่าคู่แข่งเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ บริษัทฯไม่ประสบความสำเร็จใน การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้ประชาชนทั่วไปไม่น้อย
กว่า 180 ล้านดอลลาร์ ราคาจองซื้อหุ้นละ 17 บาท เนื่องจากเกิดสงครามอิรัก-สหรัฐฯรอบ
2 ทำให้นักลงทุนสถาบันชะลอการลงทุนทั้งในตลาดหลักและตลาดรอง รวมทั้งภาวะตลาดทุนในช่วงนั้นไม่ดีเท่าที่ควร
บริษัทมีหนี้สินระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ คงเหลือ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 39,895
ล้านบาท โดยหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้สกุลดอลลาร์สหรัฐเกิน 50% หนี้สกุลยูโร 16% โดยมีความสามารถในการชำระหนี้อยู่ที่
3 เท่า และราคามูลค่าตามบัญชีหุ้น TPIPL อยู่ที่ 39 บาท