|

อีก 1 ปีที่ยังต้องเหนื่อย
โดย
ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( ธันวาคม 2552)
กลับสู่หน้าหลัก
เหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือน ประเทศไทยก็จะก้าวพ้นปี พ.ศ.2552 ปีที่ปัจจัยแวดล้อมสำหรับการค้า-การลงทุนทั้งจากภายในและภายนอกประเทศยังคงไม่มีเสถียรภาพ
ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เชื่อได้ว่านักธุรกิจของไทยไม่ว่าจะเป็นระดับใหญ่ขนาดพันล้านหรือหมื่นล้าน หรือนักธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่างมองเห็นโอกาส เพียงแต่จังหวะ และเวลา ประกอบกับสถานการณ์โดยรวมไม่เอื้ออำนวยให้พวกเขากล้าที่จะตัดสินใจลงทุนในช่วงนั้น
แล้วปีหน้าล่ะ สถานการณ์แบบในปีนี้มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นหรือไม่?
เป็นคำถามที่ยังยากที่จะได้คำตอบ
เพราะสถานการณ์ต่างๆ ยังไม่มีทีท่าว่าจะมองเห็นทิศทางที่ชัดเจนได้
สถานการณ์ภายนอกวิกฤติเศรษฐกิจของโลกที่มีทีท่าว่าจะกระเตื้องขึ้น จนทำให้หลายคนเริ่มใจชื้นขึ้นมาได้บ้างในระหว่าง 1 ปีที่ผ่านมานั้น เมื่อเริ่มมาถึงปลายปีก็ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันออกมาได้อย่างชัดเจนว่า จะกระเตื้องขึ้นจริงๆ อย่างที่ทุกคนคิด
ดูจากดัชนีดาวโจนส์ที่ยังเกาะระดับ 1 หมื่นจุดต้นๆแบบอ่อนไหวจะพุ่งขึ้นก็ไม่ขึ้น แต่หากมีตัวเลขสถิติอะไรที่ ประกาศออกมาเป็นเชิงลบ ดัชนีก็มีโอกาสหลุด 1 หมื่นจุดลงมาได้
ค่าเงินดอลลาร์ที่ยังคงอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า เพราะความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในสหรัฐ อเมริกายังไม่ดีขึ้น
ราคาน้ำมันที่ยังคงเป็นปัจจัยก่อกวนความมั่นใจในการลงทุนทั่วโลก
จะมีเพียงราคาทองคำที่ยังคงพุ่งไม่หยุด
ประเด็นเรื่องราคาทองคำนั้นเป็นสิ่งที่น่าคิด เพราะ หากดูจากประวัติศาสตร์ ทองคำถือเป็นแหล่งลงทุนของคน ในเวลาที่ขาดความมั่นใจสูงสุด ซึ่งสถานการณ์ที่คนมักตื่นไปหาซื้อทองคำมาเก็บตุนไว้ในอดีต ก็คือในเวลาที่เกิดสงคราม
แต่เมื่อเข้ามาถึงในช่วงปัจจุบัน ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ก็คือความไม่มั่นใจ ในแหล่งลงทุนที่มีอยู่แทบจะทุกแห่ง ดังนั้น ทั้งในระดับประเทศ นักลงทุนสถาบันหรือนักลงทุนรายบุคคล เมื่อมองดูสถาน การณ์ของอัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน ราคาหุ้น ตลอดจนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีการซื้อขายกันในแต่ละวันแล้ว ล้วนไม่อาจ สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนเหล่านี้ได้
แหล่งลงทุนที่ยังหลงเหลืออยู่จึงมีเพียงแต่ตลาดทองคำ เท่านั้น เม็ดเงินจำนวนมากเลยเทเข้ามาในตลาดนี้
แน่นอน อาจจะมีพวกที่หวังเข้ามาเก็งกำไรด้วยบางส่วน
แต่การที่เม็ดเงินต่างเทมาที่ตลาดทองคำ ก็สะท้อนให้ เห็นข้อเท็จจริงประการหนึ่งว่า ความมั่นใจของนักลงทุนทั่วโลกนั้นยังไม่ดีขึ้น
ย้อนกลับมาดูสถานการณ์ภายใน ไม่ว่าใครจะออกมาพูดในเชิงให้กำลังใจ หรือปลอบใจว่าเศรษฐกิจโลกที่เกิดวิกฤติในรอบนี้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยน้อยมาก
แต่ความมั่นใจของพ่อค้าหรือนักธุรกิจไทยไม่ได้มอง เฉพาะประเด็นเรื่องเศรษฐกิจโลกเพียงอย่างเดียว
เขามองถึงความมั่นคงทางการเมือง สถานการณ์บ้านเมืองที่ยังไม่สงบนิ่ง และที่สำคัญที่สุดคือเสถียรภาพของรัฐบาล
ปัจจัยเหล่านี้ยังไม่มีสัญญาณในเชิงบวกปรากฏขึ้นมาให้พวกเขาเกิดความเชื่อมั่น จนกล้าตัดสินใจนำเงินสดที่ฝากธนาคารเอาไว้ออกมาลงทุน
ครับ...ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ก็คือการประมวลภาพรวมของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี และแนวโน้มที่น่าจะเกิดขึ้นในปีหน้าในมุมมองของคนทำสื่อ
ไม่ต้องการเขียนเพื่อปลอบใจหรือให้กำลังใจ แต่เป็นการเขียนเพื่อให้ทุกคนยอมรับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะที่ว่า
ปีหน้ายังคงเป็นปีที่ต้องเหนื่อยต่อไปอีก 1 ปี
ช่วงท้ายของปีที่เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวและเทศกาล เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
ก็ขอให้ทุกคนทำใจให้สบาย ตั้งสติ สร้างสมาธิ และพักผ่อนร่างกาย เพื่อเตรียมพร้อมกับสถานการณ์แห่งความเหนื่อยล้าในการทำธุรกิจที่จะต้องเผชิญต่อไปอีก 1 ปี
ขอให้ทุกคนโชคดีนะครับ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|