|

ไมโครซอฟท์รีแบรนด์
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( พฤศจิกายน 2552)
กลับสู่หน้าหลัก
หลังจากค่ายไมโครซอฟท์ได้เดินทางมาเปิดตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์โมบายล์ 6.1 ในประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายนกลางปีนี้ แต่ห่างกันเพียง 4 เดือน บริษัทก็เปิดตัววินโดวส์โมบาย 6.5 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับการรีแบรนด์
ระบบปฏิบัติการวินโดวส์โมบายล์ 6.5 เปิดตัวอย่างเป็นทางการทั่วโลกไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ (Operating System: OS) เวอร์ชั่น 6.5 ของบริษัทไมโครซอฟท์ในครั้งนี้แตกต่างไปจากทุกครั้ง เป็นเพราะว่าไมโครซอฟท์มีนโยบายประกาศรีแบรนด์วินโดว์สโมบายล์เป็นวินโดวส์โฟนทั่วโลก
สาเหตุที่ไมโครซอฟท์รีแบรนด์ในครั้งนี้เพราะว่าไมโครซอฟท์มีผลิตภัณฑ์จำนวนมาก ทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ใช้กับงานประเภทใดบ้าง และการเปลี่ยนมาใช้วินโดวส์โฟน ไมโครซอฟท์คาดหวังว่าผู้ใช้จะเข้าใจได้ง่ายว่าเป็นระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่บนโทรศัพท์มือถือ ในขณะที่คำว่า วินโดว์สโมบายล์ อาจแปลได้หลายความหมาย คือเป็นระบบที่สามารถใช้งานบนโทรศัพท์มือถือหรือโน้ตบุ๊ก
การเปิดตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน 6.5 ในประเทศ ไทยห่างจากการมาทัวร์เปิดตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์โมบายล์ เวอร์ชั่น 6.1 ภายใต้แนวคิด Windows Mobile Experience Tour เป็นการเดินทางทั่วเอเชียซึ่งถือว่าทิ้งช่วงห่างกันเพียงระยะเวลา 4 เดือนเท่านั้น
ไมโครซอฟท์ได้ชี้ให้เห็นคุณสมบัติการใช้งานของระบบวินโดวส์โฟน 6.5 ที่เหนือกว่า ระบบวินโดวส์โมบายล์ 6.1 เช่น การดาวน์โหลดภาพข้อมูลได้ดีกว่าเพราะที่ผ่านมาระบบวินโดวส์โมบาลย์จะติดขัดดาวน์โหลดภาพและส่วนใหญ่จะมีแต่ข้อมูล
ระบบปฏิบัติการทุกเวอร์ชั่นของไมโครซอฟท์จะมีบริการทั้งฟรีและเสียค่าใช้จ่าย บริการฟรี เช่น บริการ My Phone ผู้ใช้ สามารถจัดการและปกป้องข้อมูลสำคัญที่บันทึกไว้ในเครื่องได้ เช่น รายชื่อผู้ติดต่อ ตารางการนัดหมาย ข้อความ รูปถ่าย เป็นต้น
ไมโครซอฟท์ยังอ้างว่าระบบเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดนี้ยังช่วยแก้ไขเอกสารหรือจัดการตารางเวลา รวมไปถึงการเปิดและแก้ไขโปรแกรมเวิร์ด เอ็กเซล พาวเวอร์พอยท์ ด้วยโปรแกรมไมโครซอฟท์ออฟฟิศโมบายล์บนโทรศัพท์มือถือ
ส่วนบริการที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคือ บริการ Windows Marketplace เป็นแหล่งดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นออนไลน์ เช่น โปรแกรมการซื้อขายสินค้าหรือบันเทิงต่างๆ
การเปิดตัววินโดวส์โฟน 6.5 ในครั้งนี้ หากมองในอีกมุมหนึ่งเพื่อต้องการรักษาส่วนแบ่งตลาด เพราะภาพรวมการใช้ระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์มือถือค่ายไมโครซอฟท์ยังไล่หลัง โนเกียให้บริการระบบซิมเบียน ไอโฟน และแบล็กเบอรี่ส์
สถานการณ์ในตลาดไทย ค่ายแบล็กเบอรี่ส์และโนเกียก็รุกทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบแบล็คเบอรี่ส์ (BlackBerry) ของริม (Research In Motion) เริ่มเข้าทำตลาดอย่างจริงจังในช่วงไตรมาสที่ 3
แต่สิ่งที่บริษัทไมโครซอฟท์ชี้ให้เห็นความแตกต่างค่าใช้จ่ายของลูกค้าที่ใช้บริการแบล็กเบอรี่ส์คือ ลูกค้าต้องจ่าย 2 ส่วน ส่วนแรกจ่ายค่าเช่าใช้เมลบอกซ์ให้กับแบล็กเบอรี่ส์ เสียค่าบริการ GPRS ให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ คือค่ายทรูและเอไอเอส
ในขณะที่ระบบวินโดวส์โฟนของไมโครซอฟท์เสียค่าบริการ GPRS ให้กับโอเปอเรเตอร์เพียงอย่างเดียว ซึ่งจุดนี้ทำให้ไมโครซอฟท์เชื่อว่าลูกค้าน่าจะหันมาใช้บริการของบริษัทเพื่อช่วยควบคุมค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทองค์กรต่างๆ ที่มีนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายในสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำในยามนี้
ลิซ่า ลัมผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เป้าหมายการผลักดันระบบวินโดวส์โฟนในประเทศไทยมี 3 ส่วนหลักคือ ร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์ท้องถิ่น พัฒนาแอพพลิเคชั่นกับนักพัฒนากว่า 700 รายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเจาะตลาดผู้ใช้องค์กร
แม้ไมโครซอฟท์จะยืนยันว่าระบบวินโดวส์โฟนได้ออกแบบ มาเป็นมิตรกับผู้ใช้ก็ตาม แต่กลยุทธ์เข้าถึงผู้ใช้ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นและยังไม่เห็นชัดเจนมากนักในตอนนี้
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา (พฤศจิกายน 2552)
N e w & T r e n d
ไมโครซอฟท์รีแบรนด์
หลังจากค่ายไมโครซอฟท์ได้เดินทางมาเปิดตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์โมบายล์ 6.1 ในประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน กลางปีนี้ แต่ห่างกันเพียง 4 เดือนบริษัทก็เปิดตัววินโดวส์โมบาย 6.5 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับการรีแบรนด์
ระบบปฏิบัติการวินโดวส์โมบายล์ 6.5 เปิดตัวอย่างเป็นทางการทั่วโลกไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ (Operating System: OS) เวอร์ชั่น 6.5 ของบริษัทไมโครซอฟท์ในครั้งนี้แตกต่างไปจากทุกครั้ง เป็นเพราะว่าไมโครซอฟท์มีนโยบายประกาศรีแบรนด์วินโดว์สโมบายล์เป็นวินโดวส์โฟนทั่วโลก
สาเหตุที่ไมโครซอฟท์รีแบรนด์ในครั้งนี้เพราะว่าไมโครซอฟท์มีผลิตภัณฑ์จำนวนมาก ทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ใช้กับงานประเภทใดบ้าง และการเปลี่ยนมาใช้วินโดวส์โฟน ไมโครซอฟท์คาดหวังว่าผู้ใช้จะเข้าใจได้ง่ายว่าเป็นระบบซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่บนโทรศัพท์มือถือ ในขณะที่คำว่า วินโดว์สโมบายล์ อาจแปลได้หลายความหมาย คือเป็นระบบที่สามารถใช้งานบนโทรศัพท์มือถือหรือโน้ตบุ๊ก
การเปิดตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน 6.5 ในประเทศ ไทยห่างจากการมาทัวร์เปิดตัวระบบปฏิบัติการวินโดวส์โมบายล์ เวอร์ชั่น 6.1 ภายใต้แนวคิด Windows Mobile Experience Tour เป็นการเดินทางทั่วเอเชียซึ่งถือว่าทิ้งช่วงห่างกันเพียงระยะเวลา 4 เดือนเท่านั้น
ไมโครซอฟท์ได้ชี้ให้เห็นคุณสมบัติการใช้งานของระบบวินโดวส์โฟน 6.5 ที่เหนือกว่า ระบบวินโดวส์โมบายล์ 6.1 เช่น การดาวน์โหลดภาพข้อมูลได้ดีกว่าเพราะที่ผ่านมาระบบวินโดวส์โมบาลย์จะติดขัดดาวน์โหลดภาพและส่วนใหญ่จะมีแต่ข้อมูล
ระบบปฏิบัติการทุกเวอร์ชั่นของไมโครซอฟท์จะมีบริการทั้งฟรีและเสียค่าใช้จ่าย บริการฟรี เช่น บริการ My Phone ผู้ใช้ สามารถจัดการและปกป้องข้อมูลสำคัญที่บันทึกไว้ในเครื่องได้ เช่น รายชื่อผู้ติดต่อ ตารางการนัดหมาย ข้อความ รูปถ่าย เป็นต้น
ไมโครซอฟท์ยังอ้างว่าระบบเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดนี้ยังช่วยแก้ไขเอกสารหรือจัดการตารางเวลา รวมไปถึงการเปิดและแก้ไขโปรแกรมเวิร์ด เอ็กเซล พาวเวอร์พอยท์ ด้วยโปรแกรมไมโครซอฟท์ออฟฟิศโมบายล์บนโทรศัพท์มือถือ
ส่วนบริการที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคือ บริการ Windows Marketplace เป็นแหล่งดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นออนไลน์ เช่น โปรแกรมการซื้อขายสินค้าหรือบันเทิงต่างๆ
การเปิดตัววินโดวส์โฟน 6.5 ในครั้งนี้ หากมองในอีกมุมหนึ่งเพื่อต้องการรักษาส่วนแบ่งตลาด เพราะภาพรวมการใช้ระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์มือถือค่ายไมโครซอฟท์ยังไล่หลัง โนเกียให้บริการระบบซิมเบียน ไอโฟน และแบล็กเบอรี่ส์
สถานการณ์ในตลาดไทย ค่ายแบล็กเบอรี่ส์และโนเกียก็รุกทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบแบล็คเบอรี่ส์ (Black-Berry) ของริม (Research In Motion) เริ่มเข้าทำตลาดอย่างจริงจังในช่วงไตรมาสที่ 3
แต่สิ่งที่บริษัทไมโครซอฟท์ชี้ให้เห็นความแตกต่างค่าใช้จ่ายของลูกค้าที่ใช้บริการแบล็กเบอรี่ส์คือ ลูกค้าต้องจ่าย 2 ส่วน ส่วนแรกจ่ายค่าเช่าใช้เมลบอกซ์ให้กับแบล็กเบอรี่ส์ เสียค่าบริการ GPRS ให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ คือค่ายทรูและเอไอเอส
ในขณะที่ระบบวินโดวส์โฟนของไมโครซอฟท์เสียค่าบริการ GPRS ให้กับโอเปอเรเตอร์เพียงอย่างเดียว ซึ่งจุดนี้ทำให้ไมโครซอฟท์เชื่อว่าลูกค้าน่าจะหันมาใช้บริการของบริษัทเพื่อช่วยควบคุมค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทองค์กรต่างๆ ที่มีนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายในสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำในยามนี้
ลิซ่า ลัมผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เป้าหมายการผลักดันระบบวินโดวส์โฟนในประเทศไทยมี 3 ส่วนหลักคือ ร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์ท้องถิ่น พัฒนาแอพพลิเคชั่นกับนักพัฒนากว่า 700 รายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเจาะตลาดผู้ใช้องค์กร
แม้ไมโครซอฟท์จะยืนยันว่าระบบวินโดวส์โฟนได้ออกแบบ มาเป็นมิตรกับผู้ใช้ก็ตาม แต่กลยุทธ์เข้าถึงผู้ใช้ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นและยังไม่เห็นชัดเจนมากนักในตอนนี้
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|