ส่องสินเชื่อแบงก์โค้งสุดท้าย คาดไตรมาส4มีสัญญาณบวก


ASTVผู้จัดการรายสัปดาห์(19 ตุลาคม 2552)



กลับสู่หน้าหลัก

นักวิเคราะห์คาดจากนี้ถึงสิ้นปีมีโอกาสเห็นตัวเลข สินเชื่อรวมกลุ่มแบงก์ฟื้นตัว อานิสงส์จากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาล แต่ตัวเลขรวมทั้งปีขยับแค่เล็กน้อยเพราะมีตัวเลขต้นปีถ่วง ชี้ BAY-KTB สินเชื่อจะขยายตัวมากสุด

ธวัชชัย อัศวพรไชย ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.) โกลเบล็ก ประเมินทิศทางราคาหุ้นในกลุ่มสถาบันการเงินว่ายังอยู่ในทิศทางขาขึ้น แม้ที่ผ่านมาราคาหุ้นในกลุ่มธนาคารจะปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากนับตั้งแต่ ต้นปี 2552 ทั้งในส่วนของการเข้ามาเก็งกำไรและการลงทุนในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากหุ้นในกลุ่มนี้มีอิทธิพลต่อดัชนีตลาดหุ้นรวมทั้งเป็นหุ้นที่มี เงินลงทุนไหลเข้ามาตลอด ทำให้ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรในหุ้นแบงก์ขนาดใหญ่อย่างธนาคาร กรุงเทพ (BBL),ธนาคารกสิกรไทย (KBANK),ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกรุงไทย (KTB) จากประเด็นการประกาศตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 3/2552 และตัวเลขสินเชื่อครึ่งปีหลังที่คาดว่าจะฟื้นกลับมาจากครึ่งปีแรก

ขณะที่ วรวัฒน์ สายสุพัฒน์ผลนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. เคจีไอ (ประเทศไทย) มองว่า การเติบโตของตัวเลขสินเชื่อในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในช่วงที่เหลืออยู่ของปี 2552 นี้น่าจะกลับมาดีขึ้นมาช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยมาจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นใน ไตรมาสที่4 ซึ่งหากเศรษฐกิจเริ่มมีการฟื้นตัวจะส่งผลให้ความต้องการใช้สินเชื่อของ ธุรกิจขนาดใหญ่มีมากขึ้นเพราะต้องการนำเงินไปใช้ขยายธุรกิจหรือใช้เพื่อหมุน เวียนในธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม จากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าตัวเลขสินเชื่อทั้งปีในกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะมีการ เติบโตประมาณ 0-2% นั้น ขณะนี้กำลังมีการพิจารณาถึงตัวเลขสินเชื่อทั้งปีของระบบธนาคารพาณิชย์ใหม่ ซึ่งจากประมาณการครั้งใหม่นี้มีความเป็นไปได้ที่ตัวเลขสินเชื่อทั้งปีของ ธนาคารพาณิชย์จะติดลบ 1-0%

ทั้งนี้ยังมองว่า KTB จะมีการเติบโตสินเชื่อที่โดดเด่นมากที่สุดซึ่งคาดว่าสินเชื่อทั้งปีของ KTB จะมีการเติบโตประมาณ 7-8% ซึ่งเป็นการเติบโตจากการเข้าปล่อยกู้ให้กับรัฐบาลและหน่วยงานต่างของภาครัฐ ในส่วนของธนาคารทหารไทย (TMB) นั้นมีความชัดเจนที่ตัวเลขสินเชื่อทั้งปีจะออกมาติดลบ จากปัจจุบันสินเชื่อของ TMB ติดลบไปแล้วมากกว่า 15%

สำหรับธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อส่วนใหญ่เกิดจากการเข้าซื้อพอร์ตสินเชื่อเข้ามาบ ริหาร ทั้งพอร์ตสินเชื่อของ จีอีและเอไอจี เพื่อรายย่อย ซึ่งทำให้ตัวเลขสินเชื่อที่ออกมายังมีทิศทางที่เติบโตได้ต่อไป แต่หากไม่นับรวมพอร์ตสินเชื่อที่ซื้อเข้ามาแล้ว ตัวเลขสินเชื่อของ BAY จะมีการเติบโตในระดับทรงตัวจากปี 2551 เท่านั้น

ด้าน ธนัท รังษีธนานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า สินเชื่อรวมทั้งระบบธนาคารพาณิชย์จะเติบโตต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ทั้งปี 2% ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้าที่เติบโต 11-12% โดยคาดว่า KTB จะเป็นธนาคารที่อัตราการเติบโตสินเชื่อโดดเด่นมากที่สุด ประมาณ 9%

ในส่วนของธนาคารทิสโก้ (TISCO) แม้จะมีนโยบายซื้อพอร์ตสินเชื่อเข้ามาบริหารเพื่อเพิ่มการเติบโตสินเชื่อก็ ตาม แต่คาดว่าในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังเริ่มฟื้นตัวเป็นเรื่องยากที่จะเห็น บริษัทออกมาขายกิจการ ทำให้การขยายตัวด้านสินเชื่อของ TISCO ในช่วงต่อไปจะเติบโตได้ด้วยตนเองมากกว่าซื้อกิจการเพิ่ม

ทั้งนี้คาดว่า BBL สินเชื่อจะติดลบ 1% ,KBANK สินเชื่อจะเติบโต2.2% ,SCB สินเชื่อโต 3% ,KTB สินเชื่อจะโต 7.5% ,BAY สินเชื่อโต 10% ขณะที่ธนาคารนครหลวงไทย (SCIB) สินเชื่อจะติดลบ 2% และ TMB สินเชื่อจะติดลบ 9.5%


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.