| |

ซี.พี.ลาว เล็กแต่มากโอกาส
โดย
ปัณฑพ ตั้งศรีวงศ์
นิตยสารผู้จัดการ 360 องศา( ตุลาคม 2552)
กลับสู่หน้าหลัก
คนที่เข้าไปซื้อของตามมินิมาร์ทในนครหลวงเวียงจันทน์ทุกวันนี้ คงได้เห็นไข่ไก่แพ็กตรายี่ห้อ CP วางขายเหมือนกับที่มีอยู่ในร้านเฟรชมาร์ทในไทย ปรากฏการณ์นี้ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเผยแพร่อาหารแบรนด์ CP ใน สปป.ลาวเท่านั้น
หากประเมินขนาดจากโรงงานอาหารสัตว์ของบริษัทซี.พี.ลาว บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ที่ได้เข้าไปลงทุนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เมื่อ 2 ปีก่อน อาจเทียบได้ใกล้เคียงกับขนาดของโรงงานอาหารสัตว์ของ CPF ที่จังหวัดลำพูน ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นัก
แต่หากประเมินถึงโอกาสที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้ กิจการของ CPF ใน สปป.ลาว นับว่ามีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
โรงงานอาหารสัตว์ของซี.พี.ลาว เพิ่งเปิดดำเนินงานเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2550
"ปี 2549 รัฐบาล สปป.ลาวเห็นว่า ธุรกิจปศุสัตว์ใน สปป.ลาวยังค่อนข้างล้าหลัง ขณะเดียวกัน ณ เวลานั้นก็มีปัญหาเรื่องโรคไข้หวัดนกระบาดทำให้ภาคการเลี้ยงปศุสัตว์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซี.พี.เองเห็นว่าเราผ่านจุดนี้มาแล้ว สามารถแก้ปัญหานี้ได้ ทางรัฐบาลเขาก็อยากให้ซี.พี.เข้ามาลงทุน เราก็เข้ามาและก็ได้รับการตอบรับอย่างดี" ทำนอง พลทองมาก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ CPF ในฐานะผู้อำนวยการ บริษัทซี.พี.ลาวบอกกับ ผู้จัด การ 360 ํ
โรงงานแห่งนี้เป็นการดำเนินงานโดยเข้ารับสัมปทานเช่าที่ดิน อาคาร และเครื่องจักรของโรงงานอาหารสัตว์เดิมของรัฐบาล สปป.ลาว ที่มีอายุมากกว่า 20 ปีเศษต่อจากผู้เช่ารายเก่าที่หมดสัญญาไป
ตัวโรงงานตั้งอยู่ที่บ้านภูคำ เขตท่าง่อน นครหลวงเวียงจันทน์ บนพื้นที่ 10 เฮกตาร์ (62.5 ไร่) มีกำลังการผลิตวันละ 5,000 ตัน แต่ปัจจุบันผลิตจริงเพียงแค่ 50% หรือประมาณ 2,000 กว่าตัน
สัมปทานมีอายุ 20 ปีและสามารถต่อได้อีก 20 ปี หลังหมดสัมปทานครั้งแรก
CPF เริ่มเข้ามาลงทุนใน สปป.ลาว อย่างเป็นกิจจะลักษณะเมื่อปี 2549 หลังจากได้รับสัมปทานในการเช่าโรงงานอาหาร สัตว์แห่งนี้จากรัฐบาลใช้เวลาในการปรับปรุงโรงงานและเครื่องจักรให้เป็นมาตรฐานตามแบบซี.พี.ก่อนเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในกลางปีถัดมา
เป็นโครงการลงทุนในต่างประเทศของ CPF ที่ดำเนินไปอย่างเงียบๆ ไม่มีการเปิดตัวอย่างเอิกเกริกเหมือนเมื่อครั้ง CPF ไปลงทุนที่ตุรกีเมื่อหลายปีก่อน หรือล่าสุดซึ่งเพิ่งเปิดตัวโครงการลงทุนในรัสเซีย เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ที่ใช้เงินลงทุนไปถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3,500 ล้านบาท
ขณะที่ใน สปป.ลาว นอกจากการลงทุนปรับปรุงโรงงานและเครื่องจักร ที่ใช้เงินไปแล้วประมาณ 60 ล้านบาท เมื่อรวมกับการลงทุนอื่นๆ อาทิ การสร้างฟาร์มพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หมูและไก่ เนิร์สเซอรี่อนุบาลแม่พันธุ์ปลานิลหรือการจัดตั้งสาขา แล้ว CPF เพิ่งใช้เงินใน สปป.ลาวเพียงประมาณ 300 ล้านบาทเศษเท่านั้น
"ต้องยอมรับว่าลาวถือเป็นน้องใหม่ในวงการ แล้วถ้าเทียบประชากรก็ถือว่าเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในภูมิภาคนี้แค่ 6 ล้านคน ถ้าเทียบกับพี่ๆ ใหญ่ทั้งหลายอันนั้นเขาใหญ่กว่าเยอะ" ทำนองกล่าวอย่างถ่อมตัว
แต่ภายใต้บุคลิกที่ถ่อมตัวก็มีความท้าทายรออยู่เบื้องหน้า
การที่ สปป.ลาวเพิ่งเปิดประเทศได้เพียงไม่กี่ปีทำให้โอกาสในการขยายตัวของธุรกิจในลาวยังมีอยู่อีกมาก ประกอบกับสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นดินแดนเชื่อมต่อประเทศขนาดใหญ่ถึง 2 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน และเวียดนาม ทำให้โอกาสที่ธุรกิจที่อยู่ในลาวจะสามารถขยายตัวต่อไปยังประเทศเหล่านี้ได้ไม่ยาก
ขณะเดียวกัน จากนโยบายปรับยุทธศาสตร์ประเทศ จากที่เคยเป็น Land Lock ประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล เป็น Land Link ประเทศที่สามารถเชื่อมต่อกับประเทศอื่นๆ ได้ถึง 4 ประเทศ ได้ดึงดูดการลงทุนจากประเทศต่างๆ เข้ามาสู่ สปป. ลาวเป็นจำนวนมาก ทั้งนักลงทุนจากยุโรป และเอเชียด้วยกัน อย่างจีน เวียดนาม เกาหลี ญี่ปุ่น รวมทั้งไทย
ทำให้จำนวนประชากรชาวต่างชาติ ใน สปป.ลาวมีเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันรายได้ ต่อหัวของประชากรลาวเองก็เพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เป็นโอกาสที่ดียิ่งสำหรับธุรกิจอาหารที่ CPF มีความชำนาญ
"เรามองว่าตรงนี้คือโอกาส ที่เปิดขนาดนี้แล้ว จาก Land Lock เป็น Land Link นี่ เราอย่าไปมองว่าเราจะทำแค่ที่นี่ที่เดียว โอกาสทางธุรกิจมันมีประเทศที่ 3 ด้วย หรือไปประเทศที่ 4 ก็ได้" ทำนองย้ำ
ทำนองเป็นชาวกำแพงเพชร เรียนจบสัตวบาลจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้วเริ่มเข้าทำงานกับ CPF ตั้งแต่ปี 2536 โดยอยู่ในพื้นที่ภาคอีสานมาโดยตลอด
ก่อนถูกส่งมาเป็นผู้อำนวยการ บริษัทซี.พี.ลาว เขาอยู่โรงงานอาหารสัตว์ของเจริญโภคภัณฑ์อีสาน ในเครือ CPF ที่โคกกรวด จังหวัดนครราชสีมา
สำหรับในลาว ทำนองเริ่มทำงานตั้งแต่ขั้นตอนการเดินเอกสาร เพื่อยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท จนกระทั่งเปิดโรงงาน และวิ่งหาตลาดด้วยตัวเอง
ปัจจุบันกิจการของ ซี.พี.ลาว ที่แม้ว่าได้เปิดดำเนินการอย่างเต็มตัวมาแล้วเกือบ 3 ปี แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในกระบวนการต้นๆ ของกิจการอาหารครบวงจรของ CPF เท่านั้น
นั่นคือการมีโรงงานผลิตอาหารสัตว์ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลัง เพื่อป้อนเป็นวัตถุดิบเข้าสู่โรงงาน
จากนั้นก็เริ่มส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงหมู ไก่ ปลา เพื่อนำมาเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร โดย CPF เป็นผู้ป้อนเทคโนโลยีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และเป็นผู้รับซื้อไก่ หมู ปลาเหล่านั้นจากเกษตรกร
ปัจจุบันตลาดเนื้อหมู ไก่ ปลาของซี.พี.ลาวยังครอบคลุมอยู่ในเขตนครหลวงเวียงจันทน์และพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นมากที่สุดใน สปป.ลาว โดยผลิตภัณฑ์อาหารที่ขายยังเป็นลักษณะของอาหารสด ขายส่งให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาด รวมถึงขายตรงไปยังร้านอาหาร
สินค้าอาหารที่มีการทำ packaging และพะตรายี่ห้อ CP เหมือนในเมืองไทย มีเพียงไข่ไก่ที่มีตลาดซึ่งเป็นร้านมินิมาร์ท ที่เริ่มขยายตัวมากขึ้นในเขตนครหลวงเวียงจันทน์ เป็นอีกตลาดหนึ่งที่สามารถรองรับผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ CP
"กำลังการผลิตไข่ไก่จากโรงงานของเราเอง ปัจจุบันอยู่ที่วันละประมาณ 7 หมื่นฟอง ถ้ารวมลูกค้าที่เป็นฟาร์มไก่ไข่ของ เราอีกก็ตกประมาณ 3 แสนฟองต่อวัน"
ในกระบวนการถัดไปของกิจการอาหารครบวงจรคือการจัดตั้งโรงชำแหละ และแปรรูปอาหาร ขณะนี้ซี.พี.ลาวกำลังหาผู้ร่วมทุน เพื่อดำเนินการจัดตั้งอยู่
ถัดจากนั้นก็คือกระบวนการสุดท้าย คือผลิตอาหาร ทั้งปรุงสุก และพร้อมปรุงเพื่อจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรง
ทำนองคาดว่ารูปแบบธุรกิจของซี.พี.ลาว คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่เกิน 2 ปี ก็น่าจะครบวงจรได้ทั้งหมด
ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นคนไทยที่ไปเที่ยวนครหลวงเวียงจันทน์อาจได้มีโอกาสซื้ออาหารพร้อมปรุงจากร้านเฟรชมาร์ท เพื่อตุนไว้เป็นเสบียงสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวต่อไปยังที่อื่นๆ อีกก็เป็นได้
นอกจากการขยายธุรกิจลงไปในแนวลึกแล้วในแนวกว้าง ปีเศษๆ ที่ผ่านมา ซี.พี.ลาวได้เริ่มขยายสาขาเพื่อนำรูปแบบธุรกิจอาหารครบวงจรออกไปเผยแพร่ยังพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากนครหลวงเวียงจันทน์
ปัจจุบันซี.พี.ลาวมีสาขาแล้ว 3 แห่ง ด้วยกัน คือที่แขวงคำม่วน ซึ่งอยู่ตรงข้ามจังหวัดนครพนม แขวงสะหวันนะเขต ที่อยู่ตรงข้ามกับจังหวัดมุกดาหาร และที่แขวงจำปาศักดิ์ ซึ่งเป็นภาคใต้สุดของ สปป.ลาว
ในอนาคตยังมีแผนจะขึ้นไปเปิดสาขาทางภาคเหนือที่แขวงหลวงพระบาง และแขวงไชยะบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ
"คือนครหลวงเวียงจันทน์นั้น ทั้งโรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์มหมู ฟาร์มไก่ ที่เป็นแหล่งพ่อแม่พันธุ์ เราจะใช้ตรงนี้เป็นเซ็นเตอร์เป็นแหล่งผลิตแล้วอีกส่วนหนึ่งเราก็จะกระจายไปตามสาขาต่างแขวง บทบาทของสาขาทุกวันนี้ หนึ่ง-คือเอาสินค้าจากเซ็นเตอร์ไปจำหน่าย ก็คือจำหน่ายอาหารสัตว์จากโรงงานของเราที่นี่ สอง-ก็คือเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ เอาพันธุ์สัตว์ไปส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่นั้นๆ เลี้ยง"
ทุกวันนี้ ซี.พี.ลาว ถือเป็นกิจการอุตสาหกรรมอาหารครบวงจรรายใหญ่ที่สุด ใน สปป.ลาว เพราะยังมีคู่แข่งไม่มากนัก
นอกจากโรงงานอาหารสัตว์ของซี.พี.ลาวที่นครหลวงเวียงจันทน์แล้วใน สปป.ลาวยังมีโรงงานอาหารสัตว์ขนาดเล็กอีก 2-3 แห่งของผู้ลงทุนชาวจีนและเวียดนาม แต่ไม่ถือเป็นคู่แข่ง เพราะผลิตเพื่อใช้ในพื้นที่เท่านั้น
ในแง่ของอาหารสัตว์ คู่แข่งสำคัญคืออาหารสัตว์นำเข้าผ่านทางด่านชายแดนของไทยเองมากกว่า
แต่ในแง่อุตสาหกรรมอาหารในกระบวนการอื่นๆ แล้วยังถือว่าไม่มีใครที่ลงทุนอย่างเต็มตัวครบวงจร เหมือนซี.พี.ลาว
และรูปแบบการลงทุนชนิดครบวงจรก็ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดี มีเกษตรกรหลายรายรับเอาเทคโนโลยีของซี.พี.ลาวไปใช้ อย่างเช่นที่แขวงจำปาศักดิ์มีฟาร์มไก่ไข่ที่ยอมลงทุนถึงกว่า 10 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงเรือนระบบปิด เพื่อผลิตไข่ไก่ส่งให้กับซี.พี.ลาวโดยเฉพาะ
ดังนั้น แม้จะเป็นแค่กิจการเล็กๆ ที่ดำเนินการมาอย่างเงียบๆ ไม่เปิดตัวอย่างเอิกเกริกเหมือนที่อื่นๆ
แต่โอกาสการขยายตัวของซี.พี.ลาว หากวัดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว ไม่น่าจะแพ้การลงทุนในกิจการต่างประเทศของ CPF ในภูมิภาคอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย
ขึ้นอยู่กับการวางยุทธศาสตร์ในการบุกเพื่อยึดครองตลาดให้ได้ ก่อนที่จะมีคู่แข่งรายใหม่ตามเข้ามา
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|