ทองคำพุ่งทะลุพันUS


ASTVผู้จัดการรายวัน(9 กันยายน 2552)



กลับสู่หน้าหลัก

ราคาทองคำฮ่องกงวิ่งทะลุ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ นักวิเคราะห์แนะปรับพอร์ตลดน้ำหนักหุ้น-น้ำมัน โยกเงินลงทุนทองคำเพิ่ม หลังเงินเฟ้อส่อแววปรับตัวขึ้น-ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐทรุดช่วยหนุน สวนทางหุ้นและน้ำมันที่ปรับตัวลดลงแต่ผันผวนมากกว่า

นางสาวศุภมาส พยัคฆพันธ์ Fund Analyst บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถาการณ์ของเศรษฐกิจโลกช่วงที่ผ่านมาพบว่าดัชนีตลาดหุ้นส่วนใหญ่ของสหรัฐอเมริกาและยุโรปปรับลดลงหลัง เนื่องจากจากความวิตกต่อการปรับลดอันดับเครดิตของ บริษัทAIG และปัญหาด้านงบดุลในภาคการเงินของสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ดีดขึ้นตามดัชนีตลาดหุ้นจีนจากมาตรการสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติในตลาดหุ้นจีน

"ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาปรับลดลงจากความวิตกกังวลต่อภาคสถาบันการเงินในสหรัฐอเมริกา แต่ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐอเมริกาหนุนตลาดหุ้นในช่วงปลายสัปดาห์"นางสาวศุภมาสกล่าว

ทั้งนี้ การปรับลดอันดับเครดิตของ AIG และความวิตกเกี่ยวกับปัญหางบดุลบัญชีในภาคการเงินได้ส่งผลให้ดัชนี VIX ซึ่งเป็นดัชนีที่บ่งชี้ถึงความวิตกกังวลของนักลงทุนพุ่งขึ้น12.1% สู่ 29.15 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม และส่งผลต่อการปรับลดลงของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม การที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐอเมริกาในเดือนสิงหาคมลดลงน้อยที่สุดในรอบปีได้หนุนการปรับขึ้นของตลาดหุ้น ถึงแม้ว่าอัตราการว่างงานพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 26 ปีที่ 9.7%นักเศรษฐศาสตร์มองว่าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกายังแสดงถึงการฟื้นตัวที่ยังไม่แข็งแกร่ง

ด้านดัชนีตลาดหุ้นเอเชีย นางสาวศุภมาส เปิดเผยว่า ดัชนีส่วนใหญ่ได้มีการปรับขึ้นตามทิศทางดัชนีตลาดหุ้นจีนหลังจากการประกาศมาตรการสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติในตลาดหุ้นจีน โดยดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับขึ้นตามทิศทางดัชนีตลาดหุ้นจีนหลังจากที่รัฐบาลจีนได้ออกมาตรการกระตุ้นการลงทุนในตลาดหุ้นด้วยการเพิ่มเพดานการลงทุนของนักลงทุนสถาบันต่างชาติที่สามารถลงทุนในจีนภายใต้โครงการนักลงทุนสถาบันจากเดิม 800 ล้านดอลลาร์ เป็น 1 พันล้านดอลลาร์

ส่วนทิศทางการลงทุนนั้น หลังจากนี้คาดว่าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นและน้ำมันจะเริ่มมีความผันผวนมากขึ้น แต่ในส่วนของทองคำราคากลับปรับขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันจากมุมมองอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยสินทรัพย์ที่แนะนำให้ลงทุนช่วงนี้น่าจะเป็นทองคำ และควรลดการลงทุนในหุ้นและน้ำมันลง อย่างไรก็ตามบริษัทเชื่อว่าน่าจะคงสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้และตลาดเงินเอาไว้

ทังนี้ ราคาทองคำที่ตลาดฮ่องกงวานนี้(8 ก.ย.52) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินกว่าระดับจิตวิทยา 1000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยปิดที่ราคา 1,006.00-1,007.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 10 ดอลลาร์สหรัฐจากราคาปิดเมื่อวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2552 ซึ่งอยู่ที่ 995.50-996.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามราคาทองคำที่ตลาดฮ่องกงเคยทำสถิติสูงสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2008 ในระดับราคา 1,032.70 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ส่วนราคาทองคำในประเทศสหรัฐอเมริกาช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการปรับเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยปิดที่ราคา 993.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และมีบางช่วงที่ขยับขึ้นมาทดสอบที่ระดับ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์แต่ไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ "การปรับตัวขึ้นดังกล่าวเนื่องมุมมองต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ซึ่งนับเป็นการปรับตัวที่สวนทางกับราคาน้ำมันดิบสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งดิ่งลงมาปิดที่ระดับ 66 ดอลลาร์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดิ่งลง 8.7%มาปิดที่ 66.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากมุมมองต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แข็งแกร่ง และสต๊อกน้ำมันดิบที่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงอยู่"นางสาวศุภมาสกล่าว


แนะซื้อหน่วยK-GOLDทำกำไร

นางสาวศุภมาส กล่าวอีกว่า การลงทุนหลังจากนี้เราแนะนำให้เพิ่มการลงทุนในทองคำหลังจากที่ราคาปรับขึ้นสวนทางราคาสินทรัพย์เสี่ยงประเภทหุ้นและน้ำมัน เนื่องจากมุมมองต่อราคาทองคำเริ่มเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยกองทุนที่แนะนำจะเป็นกองทุน K-GOLD ของบลจ.กสิกรไทย ที่มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงินทั้งหมด นอกจากนี้กองทุนดังกล่าวยังแสดงถึงการปรับขึ้นของ NAV ที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในกองทุนหลักเดียวกันคือ SPDR GoldTrust

ทั้งนี้ ในส่วนของการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เรายังคงแนะนำ TMBCB ของบลจ.ทหารไทย ที่เน้นตราสารหนี้ภาคเอกชนในกลุ่มของสถาบันการเงินเป็นหลัก และ ING TFIF ของบลจ.ไอเอ็นจีที่เน้นการลงทุนกว่า 96% ในตราสารหนี้ภาครัฐ

ส่วนกองทุนตลาดเงินยังคงแนะนำเป็นกองทุน KPM และ PCASH ที่บริหารโดยบลจ.ฟิลลิปโดย KPM มีการเพิ่มสัดส่วนการถือตราสารหนี้ภาคเอกชนเป็น 20.86% ของ NAV


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.