จังหวะหุ้นใหม่เข้าตลาด สร้างดีลไอพีโอหนุนงาน บล.


ASTV ผู้จัดการรายสัปดาห์(7 กันยายน 2552)



กลับสู่หน้าหลัก

บริษัทจดทะเบียนใหม่เดินหน้า IPO เข้าตลาดกันคึกคัก เสริมงาน IB ของบริษัทหลักทรัพย์ แต่รายได้ปีนี้ยังอาจยังไม่หวือหวานัก เหตุหุ้นยังมีแววผันผวน หากดัชนีไม่หลุด 600 จุด เชื่องาน IPO ยังรุ่งได้อีก

วรุฒม์ ศิวะศริยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า จากการที่บริษัทหลักทรัพย์เริ่มทยอยนำลูกค้าซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนเข้ากระจายหุ้นให้กับประชาชานทั่วไปครั้งแรก(IPO) ที่ค้างจากในช่วงครึ่งปีแรก เข้ามาระดมทุนในช่วงครึ่งปีหลังมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้นักลงทุนเข้ามา 'เก็งกำไร'ในหุ้นกลุ่มดังกล่าวเป็นจำนวนมาก แต่การเข้ามาเก็งกำไรจะเป็นเพียงเข้ามาระยะสั้นๆเท่านั้น เพราะนักลงทุนเริ่มมีความกังวลการเปิดเสรีที่กำลังจะเกิดขึ้นซึ่งเป็นสาเหตุให้รายได้เริ่มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ฝ่ายวิจัยเริ่มมองเชิงบวกมากขึ้นของหุ้นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ เพราะเริ่มมีรายได้จากงานด้านวาณิชธนกิจ(IB) เข้ามา เพราะฉะนั้นกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ 'ถือ'ระยะยาว KEST ,BLS และ PHATRA เพราะเป็นบริษัทที่มีงานด้าน IB ค่อยข้างแข็งแกร่ง อีกทั้งในช่วงตลาดหุ้นเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นยังส่งผลให้มีกำไรจากพอร์ตการลงทุนด้วย

สำหรับนักลงทุนเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำ 'เก็งกำไร' GBX และ CGS เพราะมีประเด็นเข้ามาสนับสนุนราคาหุ้น เช่น การรุกธุรกิจใหม่ และ การควบรวมกิจการ

'การลงทุนในหุ้นกลุ่มทรัพย์ยังต้องมีความระมัดระวังการลงทุน เพราะเป็นหุ้นที่มีความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวของตลาด แต่ถ้าจะให้เลือกลงทุนแนะนำลงทุนหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ขนาดใหญ่เพราะเห็นหุ้นที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

ด้าน ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ ผู้อำนวยการกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ประเมินว่า การที่บริษัทหลักทรัพย์ออกมาทำ IPO ช่วงนี้เพิ่มมากขึ้น ฝ่ายวิจัยมองว่าจะไม่สามารถเข้ามาสนับสนุนรายได้ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่มูลค่าการซื้อขาย (วอลุ่ม) ผันผวนได้ เนื่องจากการทำ IPO ส่วนใหญ่เป็นเพียงบริษัทขนาดเล็กเฉลี่ยมูลค่าเพียง 200-300 ล้านบาทต่อบริษัท เพราะค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะสร้างรายได้ให้บริษัทหลักทรัพย์เป็นเงินเพียงไม่กี่ล้านบาทเท่านั้น

'เป็นเรื่องยากที่จะเห็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่า5 000ล้านบาทในปีนี้ เพราะบริษัทส่วนใหญ่ยังกังวลการเข้าระดมทุนในช่วงตลาดมีความผันผวนอยู่ เพราะฉะนั้นรายได้ของบริษัทหลักทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปีนี้จะยังมาจากรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์อยู่'

ขณะที่ช่วงที่เหลือของปีนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าถ้าดัชนีหุ้นหลุดที่ 600 จุดก็อาจจะไม่เห็นการทำหุ้น IPO แต่ถ้าในทางตรงกันข้ามดัชนีสามารถยืนเหนือ 600 จุดได้ เชื่อว่าจะเริ่มมีหุ้น IPOเริ่มทยอยเข้ามาระดมทุนแต่จะเป็นลักษณะการเข้าระดมทุนของหุ้นบริษัทขนาดเล็กมูลค่าไม่เกิน 500 ล้านบาทเท่านั้น

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ 'รอจังหวะเข้าซื้อ' แม้ว่าช่วงนี้หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์จะเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่เท่าที่สังเกตการปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นในช่วงที่ผ่านมานั้น หุ้นกลุ่มหลักทรัพย์จะเป็นกลุ่มสุดท้ายของตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนที่จะปรับตัวลดลงแรงอีกครั้ง

ขณะที่ ธนัท รังษีธนานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยกำลังอยู่ระหว่างเตรียมปรับเพิ่มประมาณการมูลค่าการซื้อขาย(วอลุ่ม)ทั้งปี รวมถึงกำไร รายได้และราคาเหมาะสมของหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ หลังจากที่วอลุ่มในช่วงนี้เริ่มปรับตัวดีขึ้น แม้กลุ่มหลักทรัพย์จะมีความเสี่ยงการเปิดเสรีแบบขั้นบันไดในอนาคตซึ่งอาจจะกระทบต่อการดำเนินงานได้ แต่คำแนะนำจะเปลี่ยนเป็น 'ซื้อ' หรือ 'เก็งกำไร' แทนปัจจุบันที่เป็นคำแนะนำ 'ขาย' หรือไม่นั้นยังไม่สามารถตอบได้เพราะต้องรอดูภาวะตลาดก่อน

สำหรับการควบรวมกิจการในระบบบริษัทหลักทรัพย์ในช่วงนี้อาจจะยังไม่เห็นโดยเชื่อว่าประมาณ 1 ปีข้างหน้าอาจจะเริ่มเห็นการควบรวมกิจการในระบบเพิ่มขึ้น เพราะเป็นช่วงที่เปิดเสรีแบบขั้นบันไดส่งผลให้บริษัทต่างๆเริ่มได้รับผลกระทบหรือแนวทางในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น และแนวทางการควบรวมกิจการอาจจะเป็นแนวทางแรกที่บริษัทหลักทรัพย์จะใช้เพื่อขยายฐานให้แข็งแกร่งมากขึ้น


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.